ช่วงนี้ดินฟ้าอากาศค่อนข้างแปรปรวนค่ะ ที่อื่น ๆ ก้อยไม่ทราบนะคะ แต่ที่ภูเก็ต 1 วัน มี 3 ฤดู ค่ะ เช้า ๆ อากาศค่อนข้างเย็น พอสายหน่อยเมฆครึ้มมาเชียวค่ะ แล้วฝนก็ตกอย่างหนัก ทำเอาวุ่นวายกันทั้งสปา ไหนจะลูกค้า ไหนจะฝน ฯลฯ แต่พอเที่ยงแดดออกจ้าเชียว…เราก็เลยงง ๆ ว่าตอนนี้ ปลายเดือนเมษายน เป็นฤดูอะไรกันแน่..
ดูปฎิทินแล้วถึงได้รู้ว่าเรียนโยคะมานานครบปีแล้ว บางวันก็เล่นได้ดี บางวันก็งั้น ๆ แต่ตอนนี้สามารถทำท่ายาก ๆ ได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ 100 % บางท่าดูครูทำก็หมดใจค่ะ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจึงจะทำได้ จริง ๆ แล้วก้อยว่ามันอยู่ที่ใจด้วยส่วนหนึ่งนะคะ ก้อยไม่รีบร้อนค่ะ ทำได้ก็ทำ ทำไม่ได้ก็ไม่ฝืน ค่อย ๆ ฝึก ไปแบบเรื่อย ๆ ค่ะ ไม่ได้ถือคติ หรือถือเคล็ดอะไรนะคะ แต่มันหมดแรงค่ะ ใครไม่ลองไม่รู้หรอกค่ะ ก้อยถึงได้บอกบ่อย ๆ ไงคะ ว่าต้องลองด้วยตัวเอง บางสิ่งบางอย่างถ้าเราไม่ลองเราจะรู้ได้ไง จริงมั้ยคะ ถ้าลองแล้วไม่ใช่ก็ไม่เสียหาย แต่ถ้าลองแล้วใช่ เราก็จะได้ทำในสิ่งที่ชอบ
ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาก้อยค่อนข้างพอใจกับการฝึก เพราะรู้ตัวเองว่าสามารถตามใจครูได้มาก ครูจะกด จะดัด มากแค่ไหน ก็สามารถทำได้แบบสบาย ๆ ซึ่งแรก ๆ ก็จะแปลกใจบ้างเหมือนกัน แต่หลัง ๆ เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่บางวันฝึกได้ดี บางวันต้องฝืนตัวเองมาก ๆ แม้แต่ท่าที่เคยทำได้แบบสบาย ๆ ก็ทำไม่ได้ ก้อยมองว่าขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของเราในแต่ละช่วง สำหรับก้อยเอง หลังจากมีประจำเดือน 1 อาทิตย์ จะสนุกกับการฝึกมาก แต่ก็นั่นแหละ ช่วงก่อนมีประจำเดือนก็จะรู้สึกอึดอัดมากเหมือนกัน แต่ยังไงก็ยังรักที่จะฝึกไปเรื่อย ๆ ค่ะ
เรียนโยคะสบาย ๆ
30 04 2008ความเห็น : 2 Comments »
ป้ายกำกับ: เรียนโยคะ, โยคะ
หมวดหมู่ : ออกกำลังกาย
เออ…จริงแฮะ
30 04 2008กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…..อาเธอร์ถูกจับและจะประหารชีวิต แต่กษัตริย์เสนอให้เขาเป็นอิสระ
ถ้าหากเขาสามารถตอบปัญหาแสนยากข้อหนึ่งได้ถูกต้อง
อาเธอร์มีเวลาหาคำตอบ 1 ปีเต็ม ถ้าเขาตอบไม่ได้เขาก็จะถูกประหาร
คำถามนั้น คือ …………สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆคืออะไร ?’
ปัญหาดังกล่าวช่างยากเย็นจนแม้นักปราชญ์ที่ฉลาดก็ยังงุนงง
เขากลับไปยังอาณาจักรของเขาและเริ่มหาคำตอบจากทุกผู้คนแต่ไม่มีใครให้คำตอบที่น่าพอใจได้
คนส่วนมากจะแนะนำให้เขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับยายแม่มดแก่ซึ่งน่าจะเป็นผู้เดียวที่จะรู้คำตอบ แต่ราคาค่าปรึกษาคงจะแสนแพง
แล้ววันสิ้นปีก็มาถึง…
อาเธอร์ไม่มีทางเลือกอื่น แม่มดตกลงจะให้คำตอบ แต่อาเธอร์ต้องยอมรับเงื่อนไขแลกเปลี่ยนก่อน
นังแม่มดต้องการแต่งงานกับกาเวน อัศวินผู้ทรงเกียรติสูงสุดของเหล่าอัศวินโต๊ะกลมและเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของอาเธอร์
อาเธอร์หนุ่มถึงกับสยองขวัญเพราะยายแก่หลังโกงเหม็นก็เหม็นมีฟันเหลือซี่เดียว ตัวก็เหม็นเหมือนถังส้วมชอบทำเสียงประหลาดน่ารังเกียจ
เขาปฏิเสธที่จะให้เพื่อนรักแต่งงานกับหล่อน
ฝ่ายกาเวนพอได้รับรู้ถึงข้อเสนอนั้น เขายอมแต่งงานเพื่อชีวิตของอาเธอร์ และการดำรงอยู่ของอัศวินโต๊ะกลม
และยายแม่มดก็ให้คำตอบต่อคำถามของอาเธอร์
‘สิ่งที่ผู้หญิงต้องการจริงๆ ก็คือการได้เป็นตัวของตัวเอง’
ทุกคนทราบได้ทันทีว่าแม่มดได้กล่าวอมตะวาจาอันยิ่งใหญ่และอาเธอร์ก็รอดพ้นจากการประหารแน่นอน
และก็เป็นเช่นนั้นจริง
แต่ทว่า……..งานแต่งงานของกาเวนกับนังแม่มดช่างเหลือรับจริงๆ
กาเวนสง่าผ่าเผยเช่นปกติ ทั้งสุภาพอ่อนน้อม
ส่วนฝ่ายนังแม่มดเฒ่านั้นออกลายนิสัยเลวสุดเดชทั้งกินมูมมามด้วยสองมือ ทั้งเรอ ทั้งตด
ทุกผู้คนต่างรู้สึกอึดอัด และแล้วยามค่ำของวันส่งตัวก็มาถึง
กาเวนได้ปลอบตนเองพร้อมรับคืนสยองเขาก้าวเขาสู่ห้องนอนวิวาห์
ช่างไม่เชื่อสายตาตนเอง!!!!
หญิงสาวแสนสวยที่สุดที่เคยพบพานนอนรออยู่เบื้องหน้า
กาเวนงุนงง ???? สาวแสนสวยเฉลยว่า เพราะกาเวนช่างแสนดีกับหล่อน(เมื่อยามเป็นแม่มด)
ดังนั้นครึ่งหนึ่งของวัน เธอจะอยู่ในสภาพพิกลพิการน่ารังเกียจ ส่วนอีกครึ่งหนี่งของวันเธอจะอยู่ในร่างแสนสวยนี้
กลางวันเขาอยากให้เธอเป็นแบบไหน? กลางคืนอยากให้เป็นแบบไหน?
เป็นคำถามที่ช่างโหดร้าย!!! กาเวนเริ่มคิดไตร่ตรอง
หญิงสาวสวยยามกลางวันเพื่ออวดต่อเพื่อนฝูง แต่กลางคืนเมื่ออยู่สองต่อสองเป็นยายแม่มด?
หรือว่าเขาควรจะเลือกยายแม่มดตอนกลางวัน แล้วได้สาวสวยเพื่อเริงระบำยามค่ำคืนดี??
เป็นคุณหล่ะ คุณจะเลือกอย่างไร ??? กรุณาหยุดคิดสักนิดเมื่อตัดสินใจได้แล้วค่อย Scroll ลงไปอ่านนะ
ยังไม่ถึง
อีกหน่อยนะ
ใกล้แล้ว ๆ
เอาละ.. ถึงเสียที
(เมื่อได้คำตอบของคุณแล้ว อ่านคำตอบของกาเวนที่อยู่ข้างล่างนี้)
กาเวนตอบว่า ‘เขาขอมอบให้เธอเป็นผู้ติดสินใจเลือกเอง’
เมื่อเธอได้ยินดังนั้น เธอจึงประกาศก้องว่า เธอจะสวยตลอดเวลาเพราะเขาได้ให้ความเคารพและให้เธอเป็นตัวของตัวเอง
นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า…
1.. ผู้หญิงไม่ว่าจะสวยหรือจะน่าเกลียดลึกๆ ข้างในเธอก็คือ ‘แม่มด’
2.. ผู้หญิงจะกลายร่างเป็นแม่มดหรือเป็นสาวแสนสวยเมื่อไหร่นั้นขึ้นอยู่กับความประพฤติของผู้ชาย
ความเห็น : 1 ความคิดเห็น »
ป้ายกำกับ: ขำขัน, ตด, มูมมาม, เลวสุดเดช, แม่มด
หมวดหมู่ : Forward mail, ขำขัน, ความรัก, ปรัชญา-ศาสนา
เล็บอะคริลิค
30 04 2008เล็บอะคริลิค..อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่รักสวยรักงาม
เวลาเพียง 1 ชั่วโมงก็เปลี่ยนแปลงให้ผู้หญิงเล็บสวยขึ้นได้ทันใจ เดี๋ยวนี้มีแฟชั่นเล็บมากมายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำสีเล็บ การเพ้นท์เล็บ การต่อเล็บ ฯลฯ ล้วนคิดค้นขึ้นมาเพื่อสนองความต้องการของผู้หญิง แล้วผู้หญิงสวยเพื่อใครล่ะคะ ถ้าไม่ใช่เพื่อผู้ชายที่เธอรัก..
เล็บอะคริลิคเป็นอีกหนึ่งทางเลือกค่ะ ทำได้ง่าย ๆ ตามร้านเสริมสวยชั้นนำทั่วไป ซึ่งขอบอกว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการเลือกค่ะ เพราะมีหลากหลายราคา ขอให้เลือกร้านที่เรามีความมั่นใจว่าปลอดภัยนะคะ เพราะไม่งั้นเล็บสวย ๆ ของคุณก็จะกลายเป็นเล็บเน่าเปื่อยได้
ความเห็น : 2 Comments »
ป้ายกำกับ: ต่อเล็บ, อะคริลิค, เพ้นท์เล็บ, เล็บอะคริลิค
หมวดหมู่ : ความสวยความงาม, สปา
ขนตาถาวร
30 04 2008เมื่อวานมีโอกาสได้ดูการสาธิตการต่อขนตา โดยช่างที่มีความชำนาญ ซึ่งใช้เวลาในการทำนานมาก ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งแน่ะ คนที่เป็นแบบก็มีความอดทนเป็นเลิศ พอ ๆ กับช่างเลยล่ะค่ะ เท่าที่เห็นการทำนะคะ ช่างจะให้นางแบบหลับตาก่อน แล้วใช้กระดาษกาวปิดที่ใต้ตา หลังจากนั้นก็ใช้ขนตาวิทยาศาสตร์ค่อย ๆ แตะกับกาว แล้วก็ค่อย ๆ วางต่อจากขนตาของนางแบบ ทีละเส้น ทีละเส้น … คนดูเมื่อยตาแทนค่ะ
การวางก็ไม่ใช่จะวางตรงไหนก็ได้นะคะ ช่างต้องดูลักษณะของขนตาว่าตรงไหนบาง ตรงไหนหนา แล้วก็ค่อย ๆ จัดวางให้สวยงาม และดูมีวอลุ่ม..ตลอดเวลาที่ทำนางแบบนอนหลับตาตลอดเวลาค่ะ ช่างบอกว่าถ้าลูกค้าขนตาขาด หรือขนตาไขว้กันเป็นรูปกากบาทจะทำยากมาก บางคนก็ขนตาชี้ลง ซึ่งเราต้องแนะนำให้ลูกค้าดัดขนตาก่อนค่ะ เห็นความพยายามของช่างในการจัดวางขนตาทีละเส้นแล้วเมื่อยแทนค่ะ แต่ผลที่ได้ก็เกินคุ้มค่ะ …ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง … ยังใช้ได้ทุกยุคทุกสมัยค่ะ
อีกนิดนึงค่ะ สำหรับคนที่คิดจะทำ / ต่อขนตา ช่างบอกว่าไม่ควรปัดมัสคาร่ามาก่อนค่ะ เพราะถ้าใช้น้ำยา / ครีมล้างออก จะทำให้การต่อขนตาติดยากค่ะ
ปัจจุบันวิทยาการต่าง ๆ ก้าวหน้าไปมาก มีทางเลือกสำหรับผู้ที่อยากสวยอยากงามมากมาย แต่ก่อนจะเลือกทำแบบไหน / อย่างไร ก็ขอฝากให้ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนนะคะ
ความเห็น : Leave a Comment »
ป้ายกำกับ: ขนตาถาวร, ความสวยความงาม
หมวดหมู่ : ความสวยความงาม, สปา
แล้วคุณจะรู้สึก
28 04 2008อ่านข้อความนี้แล้วรู้สึกดีจังเลย ยิ้มออกทุกที….
Sometimes when you cry, บางครั้ง เมื่อคุณร้องไห้
no one sees your tears.. ไม่มีใครได้เห็นน้ำตาของคุณ
Sometimes when you are in pain, บางครั้ง ที่คุณบาดเจ็บ
no one sees your hurt… ไม่มีใครรับรู้ถึงความเจ็บปวดของคุณ
Sometimes when you are worried, บางครั้ง ที่คุณกังวล
no one sees your stress... ไม่มีใครรับรู้ถึงความเครียดของคุณ
Sometimes when you are happy, บางครั้ง เมื่อคุณมีความสุข
no one sees your smile… ไม่มีใครสังเกตเห็นรอยยิ้มของคุณ
But… แต่ทว่า ….
FART Just One Time… ขอเพียงคุณ…ตด…สักครั้ง
Everybody Knows! ทุกคนจะรู้ทันที!!!
ความเห็น : Leave a Comment »
ป้ายกำกับ: ขำ ๆ, ขำขัน, ตด, น้ำตา, ยิ้ม, เครียด, เรื่องฮา ๆ
หมวดหมู่ : Forward mail, ขำขัน, ปรัชญา-ศาสนา
ของขวัญ..ที่มอบให้กันได้ทุกวัน
28 04 2008ของขวัญอันล้ำค่าเหล่านี้ ไม่ต้องรอมอบให้กันในช่วงเทศกาล เราสามารถมอบให้ผู้อื่นได้ตลอดปี และเมื่อเรามอบของขวัญนี้แก่ผู้ให้แล้ว ผลที่ได้รับ มีคุณค่ามากมายมหาศาล
ของขวัญจาก การฟัง
จงตั้งใจฟังผู้อื่นให้มาก อย่าขัดจังหวะการพูด หรือขัดคอคนอื่น พูดให้น้อย ฟังให้มาก
ของขวัญจาก ภาษากาย
อย่าอายที่จะแสดงความรักแก่ครอบครัว หรือเพื่อนของคุณ การแสดงออกเล็ก ๆ น้อย ๆ
ที่บอกให้พวกเขารู้ถึงความสนิทสนมที่คุณมีให้ จับมือ โอบไหล่ สวมกอด หอมแก้ม ฯลฯ
ของขวัญจาก ความเบิกบาน
แบ่งปันเสียงหัวเราะ และความสนุกสนานให้คนรอบข้าง มีเรื่องสนุก อย่าแอบหัวเราะคนเดียว
ของขวัญจาก การเขียน
กระดาษโน้ตที่เขียนด้วยลายมือของคุณเอง เช่น ฉันรักคุณจังเลย ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือ จะสร้างความรู้สึกดีๆ ให้กับคนอ่านได้ไม่น้อย
ของขวัญจาก คำชม
ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ไม่ว่าใครก็อยากจะได้รับคำชม เช่น ผมทรงนี้ดูดีจัง กับข้าวอร่อยมากเลยนะ
ของขวัญจาก ความมีน้ำใจ
ความจริงพวกเราทุกคนล้วนมีน้ำใจ สภาพสังคมที่ต้องแก่งแย่งแข่งขันอยู่ตลอด
ทำให้น้ำใจของหลายคนเกิดอาการหลับใน การแบ่งปันให้กัน จะทำให้โลกเราน่าอยู่ขึ้น
ของขวัญจาก เวลาส่วนตัว
บางเวลาคนเราก็อาจอยากอยู่เงียบ ๆ ตามลำพัง อย่าลืมเคารพสิทธิผู้อื่นด้วยการปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว เมื่อเขาต้องการ
ของขวัญจาก การให้กำลังใจ
คนเรายามที่จิตใจท้อแท้ ก็เหมือนรถน้ำมันหมด ช่วยเติมกำลังใจให้คนอื่นทุกครั้งที่มีโอกาส ใจเย็น ๆ นะ เดี๋ยวก็มีทางแก้ ยากกว่านี้ เธอยังทำได้เลย สักวันรถคุณเองก็อาจจะขาดน้ำมันเหมือนกันก็ได้
ของขวัญจาก มธุรสวาจา
คำพูดดี ๆ ทำให้เกิดความประทับใจต่อกันได้ดี อย่าลืมคำพื้นฐานอย่าง ขอบคุณ ขอโทษ คุณอยากฟังคำพูดดี ๆ คนอื่นเขาก็เหมือนกัน
ความเห็น : 1 ความคิดเห็น »
ป้ายกำกับ: ของขวัญ, การฟัง, ภาษากาย, ความเบิกบาน, การเขียน, คำชม
หมวดหมู่ : Forward mail, ความรัก, ปรัชญา-ศาสนา
การอยู่ร่วมกับใครสักคน
28 04 2008ในการอยู่ร่วม “ชีวิต”… อาจมีที่บ้างเห็นต่าง และคิดไม่ตรงกัน แต่ความต่างนั้น… ก็ใช่จะเป็นความขัดแย้ง หรือทำให้ไม่อาจอยู่ร่วมด้วยสิ่งมีชีวิตใดใด ล้วนมีองค์ประกอบมากมายในความเป็นชีวิต และองค์ประกอบเหล่านั้น ล้วนมีหน้าที่ของตัวเอง เพื่อประสานสัมพันธ์กัน เพื่อให้ชีวิตนั้นดำรงอยู่
เช่นกันที่แต่ละชีวิตนั้น มาอยู่ร่วมกันไม่ว่าสถานะใด ล้วนต้องปรับ ผสาน เอื้ออาทร ต่อกัน เพื่อความผาสุก
ต้นไม้หลากหลายที่ให้ดอกพันธุ์ที่งดงาม ใช่หรือไม่ที่บางทีเราต้องแลกด้วยการตัดแต่งกิ่งใบ และเก็บกวาดใบที่ร่วงหล่นลงมิใช่ทิ้งไว้ให้รกเรื้อ ดอกใบจะสวย งดงามเพียงไร … ส่วนหนึ่งย่อมมาจากการดูแล รดน้ำ ใส่ปุ๋ยจากเรา
ในความสัมพันธ์ของการอยู่ร่วมก็คงเช่นเดียวกัน มีบ้างบางขณะ ในความเป็นไปที่ความไม่ชอบใจ ความขุ่นข้อง อาจเกิดขึ้นได้ เหมือนต้นไม้ที่ถูกรบกวนด้วยแมลงหรือโรคอื่นใด ที่อาจทำลายให้เหี่ยวเฉาหรือไม่อาจเติบโตได้ เราจะปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนั้น หรือลงมือ ค้นหาสาเหตุ และทำลายต้นเหตุนั้น…
ใส่ใจบำรุงต้นไม้ให้กลับมาดี … ตัดทอนสิ่งที่รกใจ ที่ขุ่นข้อง ออกไปจากการอยู่ร่วม ใส่ใจในความดีงามที่มีอยู่อย่าเพียงเอาแต่ความสวยงาม โดยไม่ใส่ใจดูแล และตระหนักในคุณค่าของกันและกัน
ให้การมีอยู่เป็นความงดงาม .. ไม่ใช่หนามแหลม
“ชั่วชีวิตมนุษย์…สิ่งที่บันดาลให้หดหู่ รันทด มิใช่การจำพราก หากเป็นการอยู่ร่วม
เพราะหากไม่เคยอยู่ร่วม ไหนเลยมีการจำพรากได้ …”
ความเห็น : Leave a Comment »
ป้ายกำกับ: การอยู่ร่วมกับใครส, ความสัมพันธ์ของการ
หมวดหมู่ : Forward mail, ความรัก, ปรัชญา-ศาสนา
คุณตาคุณยาย ผู้น่ารัก
28 04 2008สามีภรรยาคู่หนึ่ง แต่งงานกันมา 50 ปี เช้าวันหนึ่ง
ขณะนั่งกินอาหารเช้าด้วยกัน ภรรยาเอ่ยขึ้นว่า….
‘จำได้ไหม เมื่อ 50 ปีก่อน เรานั่งกินอาหารเช้าด้วยกันแบบนี้
และตรงนี้เลยด้วย’
‘จำได้สิ’ คุณตาตอบ
‘บางวันเรายังแก้ผ้ากินข้าวด้วยซ้ำ เมื่อ 50 ปีก่อนน่ะ ‘
‘แหม…คุณก็…’ คุณยายหัวเราะคิกคัก
‘เรากลับไปทำแบบเก่าๆกันอีกดีกว่า ‘ คุณตาชวน
ทั้งคู่กลับเข้าห้อง แล้วออกมานั่งโต๊ะกินข้าวใหม่ในชุดนุ่งลมห่มฟ้า
‘รู้ไหม..ที่รัก ‘ คุณยายพูดเสียงกระเส่า
‘หัวนมทั้งคู่ของฉัน ร้อนผ่าว รอต้อนรับคุณอยู่เหมือนเมื่อ 50 ปีก่อนเลย’
‘แน่ล่ะสิ…’ คุณตาบอก
‘ก็ปลายข้างหนึ่งแช่อยู่ในถ้วยกาแฟ และอีกข้างอยู่ในถ้วยข้าวต้มนี่นา….’
เช้าวันหนึ่ง…เรื่องเล่านี้อาจจะเป็นคุณก้ได้ 555
ความเห็น : Leave a Comment »
ป้ายกำกับ: คุณตาคุณยาย ผู้น่าร
หมวดหมู่ : Forward mail, ขำขัน, ความรัก
ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย
28 04 2008ผู้ชายที่ไม่ควรเสียเวลาด้วย เมื่อคุณเป็นผู้หญิงอายุใกล้ 30 หรือที่เรียกว่า”หญิงสูงวัย”
ควรอ่าน
ผู้ชายก้อดูไว้นะ ว่าเป็นหรือป่าว ถ้าเป็นก้อรีบปรับปรุงตัวซะ
ผู้หญิงทุกคนกำลังจับตามองคุณอยู่นะปลายฝนต้นหนาวเลข 29-30 มาเยือน คุณเอ๋ย ยังเสียเวลากับผู้ชายแบบนี้อยู่หรือเปล่า
1 ผู้ชายที่คิดว่างานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิงและไม่คิดจะช่วย /คิดว่าไม่ผิดที่ผู้ชายจะมีกิ๊กหรือชู้
= ต้องโทษประหาร สับแล้วโยนให้เป็ดกิน
2. มีหนี้ท่วมหัว เป็นหนี้พนันบอล บัตรเครดิตและหนี้อื่นๆ
3. ผู้ชายวัยทำงานที่ยังนั่งเล่นเกมส์เป็นกิจวัตร และไม่ทำกิจกรรมอะไรนอกจากนอนในวันหยุด
=ต้องส่งกลับไปอยู่ รร อนุบาลกินนอน เราเคยเจอสามีเพื่อนเอาเกมส์ไปต่อกับทีวีห้องพักฟื้น หลังจากเพื่อนเราเพิ่งคลอดลูกอ่ะ หยองน่ะ ผู้ชายแบบนี้
4. ผู้ชายที่อายุมากกว่าแต่รายได้ต่ำกว่า
=มีแฟนเหมือนมีพ่อ แถมขอเงินก็ไม่ได้
5. ผู้ชายอายุน้อยกว่า ที่คิดว่าเรามีรายได้มากกว่า และจ้องแต่จะให้เราจ่าย
=มีแฟนเหมือนมีลูก ป้าบเราแล้วยังจะให้เราจ่ายค่าไอติม
6. ไม่พาเราไปแนะนำให้ครอบครัวเค้ารู้จักและไม่เคยพาไปบ้านช่องเค้า
=คงโกหกอะไรชัวร์ หรือครอบครัวคงเป็นแบบ Adam?s Family
7. ผู้ชายที่ไม่แน่ใจตัวเองว่าชอบผู้หญิงรึเปล่า
=ประตูหน้า Lock lock lock!! แบบนี้ระวังโรค
8. ผู้ชายที่มีครอบครัว อ้างว่าแยกกันอยู่แล้วแต่หย่าไม่ได้ (แถวบ้านเรียกว่าโกหก)
= มุขนี้หมาแก่อายุ 35 ขึ้นไปชอบเอาไว้หลอกเด็กอายุ 20 กว่าๆ 29 แล้วอย่าหลงกล เอาน้ำร้อนราดมันซะ!
9. ไม่สามารถเสียสละเวลางานเพื่อเราได้ ไม่ว่าเรื่องจะฉุกเฉินแค่ไหน
= บ้างานแบบนี้จะแต่งกับมันเอาโล่ห์หรอ
10. ผู้ชายที่ Give silent treatment มีปากแต่ไม่รู้จักใช้พูดปรับความเข้าใจ มีเรื่องทีไรเงียบตลอด
11. ผู้ชายที่แมนมาก ไม่เดินจับมือ ไม่ช่วยถือของ และเดินนำหน้าผู้หญิงตลอด เราเดินตกท่อมันยังไม่รู้เลย
12. ไม่คิดจะแต่งงานกับเรา ไม่มีการออมเงินเพื่อแต่งงานหรือสร้างครอบครัว ไม่เคยคุยกันเรื่องนี้
13. ผู้ชายที่คบกับคุณเพราะคุณรวย หวังเงินหรือผลประโยชน์จากคุณและครอบครัวคุณ
14. ผู้ชายที่ไม่เคารพพ่อแม่คุณ
15. พูดจาหยาบคายกับคนอื่น แต่พูดดีกับคุณ
16. ผู้ชายที่คอยบอกให้เราไปหาหมอเวลาที่เราป่วย แต่ไม่เคยพาเราไปหาหมอ
17. ผู้ชายที่ชอบพูดว่าไม่จำเป็นต้องทำดีในวันพิเศษหรอก วันไหนก็ทำได้ ขนาดวันพิเศษมันยังไม่ทำ วันธรรมดาก็อย่าหวัง 555
แฟนใครเป็นแบบนี้ 5 ข้อขึ้นไป เตรียมตัวเผ่นเถอะ เลข 3 จะมาเยือนคุณแล้ว ชีวิตควรมีคนดูแลคุณได้ดีกว่านี้
ความเห็น : 1 ความคิดเห็น »
ป้ายกำกับ: ผู้ชายที่ไม่ควรเสี
หมวดหมู่ : Forward mail, ความรัก
บันได 5 ขั้น สู่ชีวิตที่มีความสุข
28 04 2008เคยมองว่าตัวเองด้อยค่ากันบ้างไหม เคยคิดว่าตัวเองโชคร้ายสุดๆ กันบ้างหรือเปล่า แล้วเคยรู้สึกทุกข์ทุกครั้งไหมที่คิดและมองตัวเองแบบนั้น หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มักรู้สึกแย่ๆ กับหลายๆ สิ่ง หลายๆ อย่างที่เข้ามาในชีวิต เป็นเพียงเพราะคุณมองคนที่สูงกว่ามากไปหรือเปล่า ละโมบโลภมากไปไหม การเอาตนเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น บางครั้งมันทำให้เราเกิดความทะเยอทะยานก็จริง แต่บางทีมันก็ทำให้เรารู้สึกแย่ๆ ได้ หากสิ่งที่ฝันไว้มันไกลความจริงนัก สู้มาทำวันนี้ให้มีความสุขที่สุดกันดีกว่า “บันได 5 ขั้น สู่ชีวิตที่มีความสุข” จะทำให้คุณได้พบความสุขในตัวเองอย่างแท้จริง… ลองอ่านดูนะคะบันไดขั้นที่ 1 มองตัวเองว่าดีและมีค่าทุกวัน
ในแต่ละวันให้นึกถึงความดีและความโชคดีของตนเอง เริ่มต้นด้วยการตื่นนอนตอนเช้า ให้ยิ้มกับตัวเองและนึกว่าโชคดีที่ได้ตื่นขึ้นมาแล้ว ให้นึกถึงความดีของตนเองที่เคยทำมาแล้วในอดีต (ที่สามารถนึกได้ง่ายๆ) เช่น เคยทำบุญ เคยช่วยคนที่อ่อนแอกว่า เคยสงเคราะห์สัตว์ ฯลฯ คิดว่าตัวเองดีและมีคุณค่าที่ได้เคยทำสิ่งดีๆ และให้นึกซ้ำๆ จะได้เกิดความเชื่อตามที่นึกนั้น คุณก็จะเกิดความอิ่มเอิบใจและเชื่อว่าตัวเองมีความดี ความเก่ง ตามความเป็นจริงในขณะนั้นด้วย คุณจะเกิดความอยากมีชีวิตอยู่ และสร้างสิ่งที่ดีๆ ให้กับชีวิตต่อไป และต้องอวยพรตัวเองเสมอๆ อย่าแช่งหรือตำหนิตัวเอง และอย่ารอให้คนอื่นมาชื่นชมคุณซึ่งมักจะไม่ได้ดั่งใจหรือได้มาก็ไม่สมใจ
บันไดขั้นที่ 2 มองคนอื่นดี มองโลกในแง่ดี
ขั้นนี้คุณจะต้องมองว่าทุกๆ คน มีขีดจำกัดของความสามารถ ความดี ความเก่งกันทุกคน ตามความเป็นจริงของเขาซึ่งไม่เท่ากัน และไม่เหมือนกันเลย ส่วนความไม่ดีหรือไม่เก่งของเขา (ซึ่งมีกันทุกคน) ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาไป ให้มองเฉพาะส่วนที่ดีของเขาเท่านั้น ถ้าคุณทำได้เช่นนี้ คุณก็จะเป็นคนที่มองอนาคตและชีวิตดี มีความหวังที่ดีในชีวิตตลอดเวลา สองสิ่งนี้ถ้าคุณทำเป็นนิสัยคุณจะพบว่าโลกนี้มีสิ่งที่ดีๆ และไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคต่างๆ และท้ายที่สุดก็จะกลายเป็นสุขนิยมทั้งชีวิต
บันไดขั้นที่ 3 ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
คือการอยู่กับปัจจุบัน ทำกิจกรรมในวันนี้และเวลานี้ให้ดีที่สุด ทำได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ทุกข์ร้อน หรือคาดหวังกับผลลัพธ์ของมัน ไม่ว่าจะสมใจหรือไม่สมใจก็ตาม จงชื่นชมในความตั้งใจ ทำเต็มความสามารถของตนเอง และคิดต่อว่าในอนาคตจะต้องทำให้ดีกว่านี้ นอกจากนั้น คุณต้องเลิกจดจำหรือนึกถึงเรื่องที่ไม่ดีที่เกิดกับคุณในอดีต เพราะการจดจำเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีตเท่ากับคุณไปสะกิดแผลในใจ และจะทำให้คุณเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น จนส่งผลให้ปัจจุบันคุณไม่มีความสุข และกลัวว่าอนาคตจะเกิดสิ่งที่ไม่ดีซ้ำๆ อีก
บันไดขั้นที่ 4 มีความหวังและเชื่อว่าอนาคตจะดีเสมอ
ความหวัง ความเชื่อ เกิดจากความคิดถึงบ่อยๆ หรือได้ยินบ่อยๆ จงนึกและบอกกับตัวเองเสมอว่า อนาคตจะดีขึ้นอีกเรื่อยๆ จะส่งผลให้เกิดกำลังใจมากขึ้น อยากพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตโดยไม่กลัว มีอารมณ์ขัน และไม่จริงจังกับชีวิตมากนัก แต่จะมีความหวังที่ดีๆ อยู่เสมอ แต่อย่ามีความคาดหวังกับชีวิตมากเกินไป เพราะถ้าคาดหวังกับชีวิต เรามักจะกลัวหรือกังวลว่าจะไม่ได้ผลลัพธ์ดังความคาดหวัง หรือเมื่อได้มาแล้วก็มักไม่พอใจ จึงอาจทำให้เกิดทุกข์ได้
บันไดขั้นที่ 5 ปรับปรุงตัวเองเสมอ
โดยปรับปรุง 4 ส่วนที่มีความสำคัญต่อชีวิต คือ
1. การงาน ให้มีความขยัน อดทน หมั่นหาความรู้ใส่ตัว และกล้าลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ควรทำ จะทำให้มีการลงมือทำสิ่งใหม่ๆ ในชีวิตได้เรื่อยๆ และปรากฏเป็นผลงานที่ชัดเจน
2. ครอบครัวจะต้องยึดหลักที่เป็นมงคลต่อกันคือ ไม่อิจฉา ไม่ระแวง ไม่แข่งขัน ไม่นอกใจ รู้จักการให้และการอภัย มีน้ำใจ และรู้จักเกรงใจกัน
3. สังคมหมั่นสร้างมิตรเสมอ มีการให้ความสำคัญกัน ให้ความช่วยเหลือแบ่งปันซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะคนที่มีโอกาสทางสังคมที่ด้อยกว่าเรา รวมทั้งการพูดจากันแบบปิยวาจา
4. ตัวเอง ต้องมีการพัฒนาตนเองเสมอ มีความภูมิใจตนเองตามความเป็นจริง สามารถให้กำลังใจตัวเองได้ และมีกำลังใจที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น
โดยปกติแล้วคนเรามักคิดจะเปลี่ยนแปลงโลก เปลี่ยนแปลงสังคมและคนอื่นอยู่เสมอ แต่มีน้อยนักที่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่างที่ลีโอ ตอลสตอย กล่าวไว้
ความคิดนั้นมีอิทธิพลมาก ถ้าคุณคิดแต่สิ่งที่ดีๆ อยู่เสมอ คุณก็มักจะเจอแต่สิ่งที่ดี แต่ถ้าคุณมองโลกในแง่ร้ายคุณเองก็มักจะไม่มีความสุข เพราะจะร้อนรุ่มไม่ได้อย่างใจ กลายเป็นคนขุ่นมัวอยู่ตลอดเวลา ทำตัวให้เหมือนน้ำเย็นที่ใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้ อยากดื่มกิน นับแต่นี้ไปเปลี่ยนมาคิดอะไรในแง่ดีกันเถอะชีวิตจะได้มีความสุขกันมากขึ้น
ความเห็น : Leave a Comment »
ป้ายกำกับ: ความสุข, บันได 5 ขั้น
หมวดหมู่ : Forward mail

ความเห็นล่าสุด