ทางช้างเผือก

13 05 2008

วันนี้ตื่นเช้ามาตาบวมค่ะ ต้องเอาผ้าเย็นมาประคบตา นึกไปนึกมาว่าทำไมตาบวม ก็นอนตามปกตินี่นา แต่ว่า…ก่อนนอนดูละครเรื่องทางช้างเผือกตอนอวสาน ซึ่งเรียกน้ำตาไปมากพอดู ใครดูเรื่องนี้จากต้นจนจบแล้วไม่เสียน้ำตาบ้างคะ … นับถือค่ะ

ทางช้างเผือก..ละครน้ำดีที่น่าดู และเป็นหนังสือที่น่าอ่านมาก ๆ ให้ข้อคิดสอนใจสำหรับยุคสมัยปัจจุบันได้อย่างดี สำหรับความเห็นของก้อยแล้ว เรื่องที่คุณครูสมถวิลสอนนั้น ไม่มีวันล้าสมัย เป็นเรื่องที่ควรปลูกฝังให้กับคนใกล้ตัวของเรา เริ่มต้นจากครอบครัว แล้วค่อยขยายไปสู่สังคมในวงกว้าง อาจจะทำไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย .. ใช่มั้ยคะ

ขอบคุณผู้จัด และผู้ประพันธ์ คุณโสภาค สุวรรณ ที่นำข้อคิดดี ๆ และคติสอนใจมาแทรกไว้ในบทประพันธ์ เพื่อให้การอ่านได้มากกว่าการอ่านค่ะ :)





ก้าวรักในรอยจำ

12 05 2008

ขอแนะนำหนังสือน่าอ่านค่ะ..

เมื่อวานระหว่างที่ใช้ผงไหมพอกหน้า และรอให้แห้งนั้น หนังสือที่ก้อยอ่านคือเรื่องนี้ค่ะ .. A Walk to Remember ..ก้าวรักในรอยจำ .. งานแปลของคุณจีระนันท์  พิตรปรีชาค่ะ

สำหรับใครที่อ่านเรื่องนี้คงจะไม่ต้องแนะนำอะไรมากนะคะ สำหรับมือใหม่หัดอ่านก้อยอยากจะบอกว่าไม่ควรพลาดหนังสือเรื่องนี้ค่ะ โดยปกติแล้วก้อยจะอ่านหนังสือโดยไม่คาดหวังอะไรล่วงหน้า เพราะการคาดหวังว่าเรื่องจะต้องดีอย่างโน้น ดีอย่างนี้ จะทำให้การอ่านไม่สนุก แต่สำหรับเรื่องนี้คงต้องบอกว่าเป็นข้อยกเว้นค่ะ เพราะอ่านด้วยความคาดหวัง และตั้งใจมาก ๆ แล้วก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ

เรื่องของความรัก ความหวัง และความผิดหวัง เป็นเรื่องที่สามารถหยิบยกมาเขียนเป็นนิยายได้มากมาย แต่มีไม่กี่เรื่องที่เขียนได้งดงาม อ่านแล้วเต็มอิ่มในความรัก และเชื่อในพลังของความหวัง อ่านแล้วยิ้ม และ ร้องไห้ ในคราเดียวกัน ขอแนะนำให้ไปหาอ่านค่ะ





พอกหน้าด้วยผงไหมไทย

12 05 2008

วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาไปเที่ยวไหนกันบ้างคะ

ก้อยไม่ได้ออกไปไหนเลยค่ะ เพราะที่ภูเก็ตฝนตกทุกวัน และก็ตกเกือบจะทั้งวันค่ะ โชคดีที่เมื่อวานไม่ค่อยมีฝน แต่ลมก็พัดแรงมาก พอไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนก็เลยมีเวลามากพอที่จะดูแลตัวเอง อันดับแรกก็มองหาวัตถุดิบที่มีอยู่ในมือก่อนเลยค่ะ มองซ้าย มองขวา ดูในลิ้นชัก แล้วก็เจอนี่เลยค่ะ…ผงไหม..สำหรับพอกหน้ายังมีเหลืออีก 2 ซอง

ไม่พูดพล่ามทำเพลงค่ะ เปิดตู้เย็นดูว่ามีโยเกิร์ตเหลือบ้างมั้ย โชคดีจัง..ยังมีเหลืออยู่ ก็เลยทำความสะอาดหน้าเป็นอันดับแรกค่ะ แล้วก็เตรียมผงไหม ฉีกซองเทผงไหมออกมาผสมกับโยเกิร์ต ประมาณ 3 ช้อนโยเกิร์ต คนให้เข้ากัน แล้วก็นำมาละเลงที่หน้าได้เลยค่ะ หลังจากนั้นก็นั่งดูทีวี พร้อมกับอ่านหนังสือไปด้วย .. น่าอิจฉามั้ยคะ รอให้รู้สึกตึง ๆ ที่หน้าแล้วก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ตามใจตัวเองอีกนิด ด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น นำมาเช็ดเบา ๆ ให้ทั่วหน้า แล้วก็ตามด้วยผ้าเย็น .. มีความสุขจังเลยค่ะ

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนความแล้ว รู้สึกเลยค่ะว่าหน้าเบามาก และมีความสุขที่ได้ปรนนิบัติตัวเอง สำหรับวันนี้ที่ก้อยเลือกผงไหมก็เพราะว่าผงไหมมีโปรตีนคุณภาพสูง ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับโปรตีนของผิวหนังมาก มีอนุภาคขนาดเล็ก ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปริมาณสารพิษที่ตกค้างในเซลล์ และมีสารต้านแบคทีเรียและต้านไวรัสในปริมาณสูง ช่วยลดปริมาณเชื้อโรคบนผิวหนัง ลดอาการอักเสบจากสิว และทำให้แผลหายเร็วขึ้น เห็นมั้ยคะว่าคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ว่ามาช่วยให้สุขภาพผิวหน้าดีขึ้น เป็นการบำรุงจากข้างในสู่ข้างนอก นอกจากนี้ โยเกิร์ตยังช่วยในการผลัดเซลล์ผิวได้อีกด้วย ทำให้ผิวดูขาวใส โดยไม่ต้องง้อสารเคมีค่ะ

มีเวลาก็อย่าลืมปรนนิบัติตัวเองกันนะคะ นอกจากผงไหมแล้วก้อยยังมีตัวขัด ตัวพอก ที่เป็นสมุนไพรอีกหลายตัวที่จะมาแนะนำกันค่ะ





หมาขี้เรื้อน

10 05 2008

ลูกชายนักธุรกิจใหญ่มีชื่อเสียงระดับประเทศคนหนึ่งเพิ่งสำเร็จการศึกษากลับมาจากเมืองนอก ยังไม่ทันทำงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันก็ถูกผู้เป็นแม่ขอร้องให้บวชเรียนเสียก่อน
เพื่อเห็นแก่แม่..บัณฑิตใหม่หมาดๆจากเมืองนอกจึงบวชอย่างเสียไม่ได้
เมื่อบวชที่วัดใหญ่ในกรุงเทพฯแห่งหนึ่งเสร็จแล้ว เป็นแม่จึงพาไปฝากให้จำพรรษาอยู่กับพระวิปัสสนาจารย์รูปหนึ่งที่วัดป่าแถวภาคอีสาน พระหนุ่มการศึกษาสูงมาจากตระกูลผู้ดีมีแต่ความสุขสบาย เมื่อมาอยู่วัดป่ากว่าจะปรับตัวได้จึงใช้เวลานานเป็นแรมเดือน แต่ก็นั่นแหละกว่าจะนิ่งก็ทำเอาพระร่วมวัดหลายรูปพลอยอิดหนาระอาใจไปตามๆกัน
ปัญหาที่ทำให้พระทั้งวัดเหนื่อยหน่ายจนนึกระอาก็เพราะพระใหม่มีนิสัยชอบจับผิด และชอบอวดรู้ ยกหู ชูหางตัวเองอยู่เป็นประจำ วันแรกที่มาอยู่วัดป่าก็นึกเหยียดพระเจ้าถิ่นทั้งหลายว่าไม่ได้รับการศึกษาสูงเหมือนอย่างตน ออกบิณฑบาตได้อาหารท้องถิ่นมาก็ทำท่าว่าจะฉันไม่ลง เห็นที่วัดใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดแทนไฟฟ้าก็วิพากษ์วิจารณ์เสียเป็นการใหญ่ หาว่าล้าสมัยไม่รู้จัก ใช้เทคโนโลยี่ ตอนหัวค่ำมีการทำวัตรสวดมนต์เย็น ก็บ่นว่าท่านรองเจ้าอาวาสทำวัตรนานเหลือเกินกว่าจะสิ้นสุดยุติได้ก็ นั่งจนขาเป็นเหน็บชา ครั้นพอถึงเวรตัวเองล้างห้องน้ำเข้าบ้างก็ทำท่าจะล้างอย่างขอไปที ล้างไปบ่นไป ประเภทตูจบปริญญาโทมาจากเมืองนอกต้องมาเข้าเวรล้างห้องน้ำร่วมกับใครก็ไม่รู้ โอ้ชีวิต! ความสำรวยหยิบโหย่งทำให้พระใหม่ไม่พอใจสิ่งนั้นสิ่งนี้ ถือดี  
ว่าตัวเองมีชาติตระกูลสูง มีการศึกษาสูงกว่าใครในวัดนั้น ผิวพรรณก็ดูสะอาดสะอ้านชวนเจริญศรัทธากว่าพระรูปไหนทั้งหมด
มองตัวเองเปรียบกับพระรูปอื่นแล้วช่างรู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าทุกประตู นึกแล้วก็ยิ้มกระหยิ่มอยู่ในใจกลับเข้ากุฏิเมื่อไหร่ก็เอาปากกามาขีดเครื่องหมายกากบาทบนปฏิทิน นับถอยหลังรอวันสึกด้วยใจจดจ่อ
อยู่มาได้พักใหญ่พระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็สังเกตเห็นว่าท่านเจ้าอาวาสวัดป่าแห่งนี้ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจา ซ้ำนานๆครั้งจะออกมาให้โอวาทกับลูกศิษย์เสียทีหนึ่ง วันๆไม่เห็นท่านทำอะไรเอาแต่กวาดใบไม้ เก็บขยะ ซักผ้าเอง (เณรน้อยก็มีไม่รู้จักใช้) สอนก็ไม่สอน การบริหารวัดก็มอบให้ท่านรองเจ้าอาวาสเป็นคนจัดการไปเสียทุกอย่าง
เห็นแล้วเลยนึกร้อนวิชา เสนอให้ปรับโน่นลดนี่สารพัดที่ตัวเองเห็นว่าไม่เข้าท่าล้าสมัย วมทั้งให้เสนอให้วัดใช้ไฟฟ้าแทนตะเกียงด้วยอีกข้อหนึ่งเพราะตนเห็นว่ายุคสมัยก้าวไกลมามากแล้ว ไม่ควรจะทำตนเป็นคนหลังเขาให้คนอื่นเขาดูถูก อีกหนึ่งในข้อวิจารณ์จุดด้อยของวัดทั้งหลายเหล่านั้น พระใหม่เสนอให้หลวงพ่อเจ้าอาวาสมีปฏิสัมพันธ์กับพระลูกวัดให้มากขึ้นกว่านี้ สอนให้มากขึ้นเทศน์ให้มากขึ้น และแนะนำว่าคนระดับผู้บริหารไม่ควรจะทำงาน อย่างการซักจีวรเองเป็นต้นด้วยตนเอง ควรจะกระจายอำนาจมอบงานให้คนอื่นทำดีกว่า
เย็นวันนั้นเป็นวันพระสิบห้าค่ำ หลวงพ่อเจ้าอาวาสมานั่งทำวัตรที่โบสถ์ธรรมชาติกลางลานทรายด้วย ท่านไม่ลืมที่จะหยิบข้อเสนอแนะจากพระใหม่มาอ่านให้พระหนุ่มสามเณรน้อยทั้งหลายฟัง แต่ท่านไม่บอกว่าพระรูปไหนเป็นคนเขียน อ่านจบแล้วหลวงพ่อก็ยิ้มอย่างมีเมตตาพลางหยิบไมโครโฟนขึ้นมา แล้วชี้ให้ภิกษุหนุ่มสามเณรน้อยทั้งหลายดูหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่งที่นอนอยู่ใต้ม้าหินอ่อนตัวหนึ่งจากใต้ต้นอโศกที่อยู่ใกล้ๆ

เธอทั้งหลายเห็นหมาขี้เรื้อนตัวนั้นหรือไม่ เจ้าหมาตัวนั้นน่ะมันเป็นขี้เรื้อน คันไปทั้งตัว ฉันเห็นมันวิ่งวุ่น ไป มาทั้งวัน เดี๋ยวก็วิ่งไปนอนตรงนั้นเดี๋ยวก็ย้ายมานอนตรงนี้ อยู่ที่ไหนก็อยู่ไม่ได้นานเพราะมันคัน แต่พวกเธอรู้ไหม เจ้าหมาตัวนั้นน่ะมันไปนอนที่ไหนมันก็นึกด่าสถานที่นั้นอยู่ในใจ หาว่าแต่ละที่ไม่ได้ดั่งใจตัวเองสักอย่าง นอนที่ไหนก็ไม่หายคัน สถานที่เหล่านั้นช่างสกปรกสิ้นดี คิดอย่างนี้แล้วมันจึงวิ่งหาที่ที่ตัวเองนอนแล้วจะไม่คัน แต่หาเท่าไหร่มันก็หาไม่พบสักที เลยต้องวิ่งไปทางนี้ทางโน้นอยู่ทั้งวัน เจ้าหมาโง่ตัวนั้นมันหารู้สักนิดไม่ว่า เจ้าสาเหตุแห่งอาการคันนั้นหาใช่เกิดจากสถานที่เหล่านั้นแต่อย่างใดไม่แต่สาเหตุแห่งอาการคันอยู่ที่โรคของตัวมันเองนั่นต่างหาก

พูดจบแล้วหลวงพ่อก็วางไมโครโฟนลงเป็นสัญญาณให้รู้ว่า ได้เวลาภาวนาหลังการทำวัตร สวดมนต์เย็นแล้ว ขณะที่ทุกรูปนั่งหลับตาภาวนาอย่างสงบนั้น ในใจของพระใหม่กลับร้อนเร่าผิดปกติ นอกสงบแต่ในวุ่นวาย นึกอย่างไรก็มองเห็นตัวเองไม่ต่างไปจากหมาขี้เรื้อนที่หลวงพ่อชี้ให้ดู ยิ่งนั่งสมาธินานๆ ยิ่งคันคะเยอในหัวใจ ทั้งอายทั้งสมเพชตัวเอง นับแต่วันนั้นเป็นต้นมาพระใหม่อดีตนักเรียนนอกก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จากคนพูดมากกลายเป็นคนพูดน้อย จากคนที่หยิ่งยโสกลายเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน จากคนที่ชอบจับผิดคนอื่นกลายเป็นคนที่หันมาจับผิดตัวเอง เมื่อออกพรรษาแล้วโยมแม่มาขอให้ลาสิกขาเพื่อกลับไปสืบต่อธุรกิจจากครอบครัวท่านก็ยังไม่ยอมสึก
” อาตมาเป็นหมาขี้เรื้อนขออยู่รักษาโรคจนกว่าจะหายคันกับครูบาอาจารย์ที่นี่อีกสักหนึ่งพรรษา”
โยมแม่ได้ฟังแล้วก็ได้แต่ยกมืออนุโมทนาสาธุการกราบลาพระลูกชาย แล้วก็เดินออกจากวัดไปขึ้นรถพลางนึกถามตัวเองอยู่ในใจว่าคำว่า หมาขี้เรื้อน ของพระลูกชายหมายความว่าอย่างไรกันแน่หนอ
ถ้าเรายังเป็นโรคอยู่ในใจ ไม่ว่าเราย้ายงานไปที่ไหน เราก็บ่นว่าสถานที่เหล่านั้นสกปรกสิ้นดี





คุณค่าชีวิต

10 05 2008

วันนี้ได้รับเมล์จากน้องชายในที่ทำงาน ที่ตอนนี้ลาออกไปทำงานที่อื่นแล้ว แต่ก็ยังคง Forward mail มาให้เสมอ ซึ่งจริง ๆ แล้ว Forward mail เรื่องนี้ ก้อยได้อ่านนานแล้วล่ะค่ะ แต่วันนี้มีโอกาสได้อ่านอีกครั้งก็เลยอยากนำมาเก็บไว้ใน Blog … เรื่องมีอยู่ว่า..

นักพูด..ที่ เป็นที่รู้จักกันดีท่านหนึ่ง..
ได้เริ่มหยุดการสัมมนาของเขา..โดยการหยิบแบงค์ 1,000 ขึ้นมาในห้องที่มีผู้เข้าฟัง..ร่วม 200 ท่าน

แล้วเขาก็พูดว่า..
“ใครอยากได้แบงค์ 1,000 นี้ บ้าง?”
มีมือ..ได้ถูกยกขึ้นเป็นจำนวนมาก

เขาก็พูดต่อว่า..
“ฉันจะให้เงินแบงค์1,000 นี้..แก่หนึ่งในพวกท่าน..แต่ครั้งแรกนี้..ฉันจะทำอย่าง นี้”

เขาเริ่มที่จะขยำๆ เงิน นั้น แล้วเขาก็ถามอีกว่า ..
“ใครจะยังต้องการมันอีก?”

ยังคงมีมือที่ยกขึ้นอีก
“ดี” ..เขาตอบ

“แล้วถ้าฉันทำอย่างนี้ล่ะ”
และเขาก็ทิ้งมันลงที่พื้น..เริ่มที่เหยียบย่ำมัน..ด้วยรองเท้าของเขา แล้วเขาก็เก็บขึ้นมา ขณะนี้..มันทั้งยับยู่ยี่และ สกปรก

“ตอนนี้.. ใครยังต้องการมันอีก?”
ก็ยังคงมีคนยกมืออีก..

“เพื่อนๆ ..คุณได้เรียนรู้บทเรียนที่มีคุณค่ามากที่สุดบทหนึ่งแล้ว ว่า..ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับเงิน ..คุณก็ยังต้องการมันอยู่
เพราะว่า..มันไม่ได้ลดคุณค่าในตัวมันลงเลย มันก็ยังคงมีค่า1,000 บาทอยู่นั่น เอง”

เหมือนกับหลายๆครั้ง..ในชีวิตของ เรา ที่ถูกทิ้ง.. ถูกเหยียบ ย่ำ ..และถูกทำให้สกปรก..โดยสิ่งที่เราตัดสินใจทำมัน และสภาพแวดล้อมที่เราเจอ ทำให้เรารู้สึกว่า..คุณค่าของเราลดน้อยลง

แต่ไม่ว่าอะไร..ที่ได้เกิดขึ้น หรืออะไร..ที่จะเกิดขึ้น คุณไม่เคยสูญเสียคุณค่าในตัวเอง…คุณเป็นคนพิเศษ..
อย่าลืมมันตลอดไป…อย่านำความผิดหวัง..ของเมื่อวาน
มาบดบังความฝัน..ในวันพรุ่งนี้

 





ทะเลอารมณ์

10 05 2008

รูปทะเล..ถ่ายเมื่อไหร่ ที่ไหน ก็ไม่ค่อยต่างกัน เพราะทุกครั้งที่อยู่ใกล้ทะเล หรือเห็นรูปทะเล ก้อยจะรู้สึกเหงาจับจิต รูปนี้ถ่ายที่พังงา ข้ามสะพานสารสินมาไม่ไกล ชายหาดยังเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนฝั่งภูเก็ต ห่างกันประมาณ 1 กิโลเมตรมังคะ ความต่างเห็นได้ชัดเจน

ทะเลไม่เคยหลับ..ไม่ว่าคุณจะมาทะเลช่วงเวลาไหน คลื่นจะกระซิบกับหาดทรายเสมอ เหมือนกับว่าจะมีเรื่องเล่าสู่กันฟังตลอดเวลา อาจจะเป็นคำทักทาย พร้อมกับคำล่ำลาก็ได้นะ เพราะเจอกันแล้วไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะได้กลับมาพบกันอีก เพราะทะเลมีขึ้นมีลง แล้วก็กระจายอยู่ทั่วโลก … คิดมากไปรึป่าวเนี่ย !!!

ถ้าใครที่ติดตามข่าวเกี่ยวกับการอนุรักษ์ท้องทะเล ช่วงที่ผ่านมาน่าจะเห็นข่าวฝูงเครื่องบินเพื่อปะการัง ที่เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว รอก็แต่การนำลงไปยังใต้ท้องทะเล ยังจุดที่วางหมุดไว้ ซึ่งแต่เดิมจะทำกันในวันที่ 5 พฤษภาคม แต่เนื่องจากช่วงนี้มีลมมรสุม ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ คงต้องรอให้ภูเก็ตพ้นช่วงฤดูมรสุมไปก่อน อาจจะเป็นปลายเดือนตุลาคม แล้วเราก็จะมีแหล่งปะการัง เพิ่มความสมบูรณ์ของท้องทะเล





สวรรค์เบี่ยง..อีกครั้ง

10 05 2008

จบไปแล้วนะคะสำหรับละครเรื่อง สวรรค์เบี่ยง ไม่รู้ว่าจะถูกอกถูกใจท่านผู้ชมหรือเปล่า …

คาวี กะ นาริน ที่แสดงโดย คุณเคน และ คุณแอน เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดนี้ถูกใจหลายคน ซึ่งก้อยก็ได้เขียนไว้ในตอนก่อนนี้แล้วว่าบทละครต่างจากบทประพันธ์ค่อนข้างมาก ที่เห็นชัดเจนมากอีกเรื่องคือ บุคลิกและพฤติกรรมของ ลีลา  พี่สาวคนสวย ซึ่งบทละครหลายตอนดูแล้วต้องบอกว่าตกใจ คาดไม่ถึง เพราะในหนังสือไม่ใช่นะ…ลีลา น่ารัก และนิสัยดีกว่านี้เยอะเลย ใครที่ได้อ่านบทประพันธ์เรื่องนี้จะต้องคิดเหมือนก้อยอย่างแน่นอน

ดูละครเรื่องนี้แล้วได้อะไรบ้าง นอกจากความบันเทิง ทุกคนคงจะต้องถามตัวเองแล้วล่ะค่ะ ว่าได้อะไร … จบจากเรื่องสวรรค์เบี่ยงก็มีเรื่องอื่น ๆ ให้ดูกันต่อ รักใคร ชอบใคร ก็ติดตามกันล่ะกัน





น้องหมา..น่ารัก

10 05 2008

วันนี้ตามน้องที่ออฟฟิศไปเยี่ยมครอบครัวน้องหมาที่เพิ่งคลอดได้ 1 อาทิตย์ ดูดิ..ยังไม่ลืมตาดูโลกเลยอ่ะ น้องหมาตัวนี้มีพี่น้องร่วมท้อง 5 ตัวค่ะ ใครต้องการจะรับไปเลี้ยงบ้างมั้ยคะ เจ้าของใจดีค่ะ ก้อยเองก็อยากจะเลี้ยงนะ แต่อีกใจนึงก็สงสาร กลัวว่าน้องหมาจะเหงา เพราะเจ้าของไม่มีเวลาคุยด้วย

ไม่ว่าหมาหรือคนก็ต้องการการเอาใจใส่เหมือนกัน ตอนนี้ก้อยยังไม่มีความพร้อมที่จะดูแลน้องหมา คงต้องรอโอกาสหน้าค่ะ กลัวว่าน้องหมาจะเหงา แล้วพาลไม่สบาย หรือกลายเป็นหมามีปัญหา … คนที่เลี้ยงหมาอยู่คงเข้าใจดีนะคะว่าหมาเป็นเพื่อนที่น่ารักและซื่อสัตย์กับเจ้าของมาก ๆ และก้อยก็ถือโอกาสนี้วิงวอนคนที่เลี้ยงหมาทุกคน ขอให้รักและเอ็นดูตลอดไปนะคะ ไม่ใช่ว่าเลี้ยงแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ หรือพอไม่พอใจก็นำไปปล่อยทิ้งในวัด … หมาก็มีจิตใจนะคะ





สปาวันฝนตก

7 05 2008

เฮ้อ…มาภูเก็ตวันฝนตก น่าเบื่อที่สุด

ใครที่คาดหวังว่าจะมาเล่นน้ำทะเล มาเที่ยวหาด ฯลฯ มาเจอสภาพอากาศที่ภูเก็ตในช่วงสัปดาห์นี้ก็คงบ่นไปตาม ๆ กัน เพราะเล่นน้ำทะเลก็ไม่ได้ ไปเกาะก็ไม่ได้ ได้แต่หมกอยู่ในโรงแรมฯ น่าเบื่อใช่มั้ยคะ…นี่เลยค่ะ ขอแนะนำทางเลือกสำหรับวันฝนตก เป็นเทรนที่ฮิตสุด ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวในภูเก็ต ทำกิจกรรมกลางแจ้งไม่ได้ก็เลือกทำกิจกรรมในร่มล่ะกัน..นั่นแน่ อยากรู้ล่ะซีว่าก้อยจะแนะนำอะไร

วันที่อากาศไม่สดใส ก้อยขอแนะนำให้เข้าสปาค่ะ ในเมื่อทำอะไรก็ไม่ได้ ก็เลือกปรนนิบัติตัวเองด้วยการทำสปากันดีกว่าค่ะ เลือกเลยค่ะว่าจะทำอะไร จะขัดหน้า นวดหน้า ขัดตัว นวดตัว หรือนวดฝ่าเท้า ฯลฯ ตัดสินใจเลือกเดินเข้าไปใช้บริการในสปาใกล้บ้าน สปาในโรงแรมฯ ทุกที่มีบริการให้เลือกไม่ต่างกันค่ะ ความต่างอยู่ที่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ และฝีมือการนวดของพนักงาน ถ้าคุณโชคดีเจอพนักงานที่นวดเก่ง คุณจะรู้สึกเบาสบายตัว แต่ถ้าเจอพนักงานที่เพิ่งฝึกหัดนวด  ก็ไม่ถึงกับโชคร้ายหรอกค่ะ แต่ว่าความสบายหลังการนวดมันต่างกันค่ะ แต่ก็ว่าไม่ได้นะคะ บางครั้งพนักงานบางคนก็ฝีมือไม่แน่นอน ก้อยมองว่าการเลือกใช้บริการในสถานบริการที่มีมาตรฐาน เป็นทางเลือกที่ดีกว่าค่ะ ยังไงก็ลองมองหาสปาที่ถูกตาถูกใจ แล้วก็ลองเข้าไปใช้บริการช่วงที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจให้เที่ยวทะเลกันดีกว่า





สวรรค์เบี่ยง

7 05 2008

คืนนี้ละครช่อง 3 เรื่องสวรรค์เบี่ยง เสนอเป็นตอนอวสาน…ใคร ๆ ก็พูดถึงละครเรื่องนี้ ถ้าก้อยไม่พูดถึงก็คงจะเป็นป้าของวงการ อิอิอิ ตอนนี้เพิ่งจะ 5 โมงเย็น น้อง ๆ ที่ทำงานบอกว่าวันนี้รีบกลับบ้าน ไปรอดูสวรรค์เบี่ยงตอนจบ 5555 ฟีเวอร์มาก..ขอบอก

ก้อยเองก็ลุ้นนะคะ เพราะวันนี้ที่ภูเก็ตฝนตก อากาศก็ครึ้ม ๆ ถ้าเป็นสมัยก่อน สัก 15 ปีที่แล้ว ต้องลุ้นว่าคืนนี้ไฟจะดับมั้ย ปัจจุบันไม่ต้องลุ้นมากนัก แต่ก็ว่าไม่ได้ค่ะ เห็นว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยวแบบนี้ก็เถอะนะ วันดีคืนร้ายไฟฟ้าท่านก็มีเหตุขัดข้อง ให้ต้องอาศัยแสงเทียนนำทาง…คืนนี้หลายคนก็คงแอบลุ้นว่าตอนจบจะเป็นยังไง อยากเห็นบทกุ๊กกิ๊กของคาวีกับนาริน :) อ่ะดิ

ก้อยอ่านงานเขียนของคุณกฤษณา อโศกสิน ซึ่งเขียนเรื่องสวรรค์เบี่ยงเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ซึ่งเนื้อหาต่างจากละครทีวีมาก ก็เข้าใจนะคะว่าเป็นการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพปัจจุบัน แต่บางสิ่งบางอย่างก็ปรับซะจนอยากจะร้องไห้แทนเจ้าของบทประพันธ์ คาวี เมื่อ 30 ปีที่แล้ว กับคาวี ในปัจจุบัน นิสัยต่างกัน หรืออาจจะเป็นเพราะทีวีไม่สามารถให้รายละเอียดได้มากเท่าหนังสือ ก้อยยังคงชอบการอ่านมากกว่าการดู แต่คืนนี้ก็คงไม่พลาดเช่นกันค่ะ