น้ำตาไหล…หัวใจอ่อนไหว

31 07 2008

ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอมาก ๆ เลย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน

เมื่อวานอยู่ดี ๆ ก็ร้องไห้เฉยเลย แค่เดินไปกอดน้องคนนึงที่สนิทกันมาก แล้วบอกว่า “เก๋จ๋า จี้ขอกำลังใจหน่อยนะ” แล้วน้ำตาก็ไหล น้องเก๋ก็ตกใจนะ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นก้อยร้องไห้โดยไม่มีต้นสายปลายเหตุมาก่อน ที่ผ่านมาน้องเก๋น่าจะเคยเห็นก้อยร้องไห้มาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อหลายปีมาแล้วล่ะ และสาเหตุการร้องไห้ครั้งนั้นก้อยก็ยังจำฝังใจ แต่ไม่ได้เอามาใส่ใจหรอกค่ะ เป็นเรื่องเข้าใจผิดที่ทำให้เจ็บที่ใจมากกว่า

ขอบคุณน้องเก๋มากนะคะที่ช่วยปลอบใจและเข้าใจ ถึงจะเข้มแข็งหรือใจแข็งสักแค่ไหน คนเรามันก็ต้องมีวันที่อ่อนแอบ้าง ก็จะคิดอย่างที่เก๋บอกนะว่าเป็นน้ำล้างตา และจะค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ ทีละเรื่อง ไม่เอามารวมกันและจะเข้มแข็งให้มากกว่านี้ คิดแล้วก็น่าอายนะคะไปร้องไห้ในออฟฟิศคนอื่น แต่ก็สบายใจขึ้นนะคะหลังจากได้ร้องไห้ ได้เอาน้ำล้างตา ..เข้มแข็งนะคะ ขอบคุณทุกคนที่ออฟฟิศ TCB. ที่เข้าใจค่ะ

ใครที่กำลังทุกข์ใจ จะเอาวิธีของก้อยไปใช้ก็ได้นะคะไม่สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ ระบายมันออกมาบ้าง แล้วจะรู้สึกดีขึ้นค่ะ เพียงแต่เราอาจจะต้องเลือกคนที่จะระบายนิดนึง ปัญหามีไว้ให้แก้ค่ะ





ยายกะหลานจอมกวน

31 07 2008

ยาย..ยาย 
         
หา? 

ยายว่างไหมเนี่ย? 
         
ว่าง 
         
คุยด้วยคนนะยาย 
         
เอาสิหลานเอ้ย..นั่งก่อนๆ 
         
เอ่อ….ยายก็ลุกขึ้นสิ 
         
ทำไมยายต้องลุกขึ้นด้วยล่ะ 
         
ผมจะได้นั่งก่อน
        
        
        
        ยาย..
        
        หา…
        
        ยายปีนี้ดูแก่มากเลยนะยาย..อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ..?
        
        เมื่อ20ปีที่แล้วยายอายุ50 ไม่รู้ว่าตอนนี้มันยังจะ50อยู่หรือป่าว
        
        ไม่ได้นับมานานแล้ว
        
        โห…ยาย
        
        ป่านนี้มันไม่เหลือ 9  ขวบแล้วหรอ..แล้วลูกเต้าไม่มีเหรอยายถึงมานั่งคนเดียวเนี่ย
        
        มี..
        
        อ้าว..แล้วทำไมเค้าไม่มาด้วยอ่ะ
        
        มีลูกชายสองคน คนหนึ่งอยู่ระยอง  คนหนึ่งอยู่เชียงใหม่โน่น 
       ไอ้คนหนึ่งมันจะให้ยายไปอยู่เชียงใหม่…อีกคนหนึ่งจะให้ยายไปอยู่ระยอง..
       ตัดสินใจไม่ถูกไม่รู้จะไปอยู่กะใครเนี่ย?
        
        โอ้โฮ..ยายนี่โชคดีจังเลย ลูกแย่งกันเลี้ยง
        
        โชคดีกะผีอะไรล่ะ…ก็ไอ้คนที่อยู่ระยอง..มันจะให้ไปอยู่เชียงใหม่ 
        ไอ้คนที่อยู่เชียงใหม่..มันจะให้ไปอยู่ระยอง
        
        เออ..ยาย..อย่าไปคิดมากเลย อายุปูนนี้ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ก็ถือว่าโชคดีแล้ว
        
        โอ้ย..แข็งแรงที่ไหนกัน ตอนนี้กำลังแย่เลยว่ะ
        
        แย่ที่ไหนยาย..ก็เห็นแข็งแรงดี
        
        เดี๋ยวนี้ยายมีอาการแปลกๆ เช่น นั่งๆอยู่เนี่ย..ถ้าลุกขึ้นปุ๊บ..มันจะยืนทุกทีเลยว่ะ เป็นอะไรไม่รู้
        
        ลุกแล้วยืนน่ะมันธรรมดานะยาย..ยายเคยเห็นคนล้มทั้งยืนมั้ยยาย..?
        
        ไม่เคยว่ะ
        
        อยากเห็นมั้ย..?
        
        อย่าเลย..ยายแก่แล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยอยากรู้อยากเห็นอะไร
        
        อ้าว..เป็นอะไรไปเหรอยาย..?
        
        สงสัยจะแก่ตัวมาก นั่งนานๆ แล้วมันจะมีปัญหา.
        
        มันเป็นยังงัยเหรอยาย..?
        
        อีขาซ้ายนี่มัน…ชา
        
        แล้วขาขวาล่ะยาย..?
        
        กาแฟว่ะ..
        
        ผมว่ายายต้องรีบไปหาหมอแล้วล่ะ..
        
        ทำไมล่ะ..?
        
        ถ้าปล่อยไว้นานๆมันจะเป็นโอวัลตินนะยาย 
         
        อืม..แล้วพอยืนนานๆ นะ..ขาซ้ายมันจะปวด
        
        โอ้ย..เป็นเรื่องธรรมดายาย อายุมากแล้วนี่ มันก็ปวดสิ
        
        ไม่จริงหรอก..ขาข้างขวานี่ก็อายุเท่ากัน..ไม่เห็นมันปวดละ..? 
         
        เออ..นี่หลานรู้ป่าวมียาฝรั่งตัวหนึ่งชื่อไวอากร้าถ้าคนที่นกเขาไม่ขันเป็นมะเขือเผาอ่อนปวกเปียกนี่ เม็ดเดียว กินก่อนนอน ภายใน 20 นาทีเท่านั้นได้เรื่องเลย..แข็งโป๊กเลย
        
        ยายรู้ได้งัย.?
        
        ยายลองมาแล้ว..วันก่อนแอบไปซื้อมาเม็ดนึง จะเอามาให้ตากิน แต่ยายไม่กล้าบอกตาตรงๆ เพราะคนที่นกเขาไม่ขันนี่ เขาจะอาย  จะรู้สึกว่าเสียเชิงชาย ยายเลยนั่งคิดว่าเอจะเอาให้ตากินยังงัยดี พอดีวันนั้นแกอยากกินผัดไท ยายนึกออกเลยเอายาบดจนละเอียดแล้วโรยในจานผัดไทยกไปให้ตากิน พอวางบนโต๊ะเสร็จยายก็แอบดู
        
        เป็นงัยยาย..ได้ผลมั้ย..?
        
        ได้ผลกะผีอะไรล่ะ  ตามันไม่ยอมกินผัดไท
        
        อ้าว..ทำไมล่ะยาย..?
        
        ก็เส้นก๋วยเตี๋ยวผัดไทมันแข็งโด่ทั้งจานเลย??? 
         
        แล้วตาเป็นงัยบ้างล่ะครับ..สุขภาพแข็งแรงดีไหม..?
        
        เดี๋ยวนี้แย่ว่ะ ไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง
        
        อ้าว..ทำไมล่ะยาย
        
        วันก่อนบ่นว่าปวดหัว..มีไอนิดหน่อย..ยายเลยให้ไปหาหมอ
        
        หมอเล่นซะหมดแรงไปเลย….
        
        เอ๊ะ..หมอเค้าทำไร..ตาถึงหมดแรง?? 
         
       หมอมันชุ่ยว่ะ..พวกหมอเดี๋ยวนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้..พอตรวจเสร็จให้ยามากิน มันเขียน ฉลากยาหวัดๆ เช้าเม็ด..กลางวันเม็ด..เย็นเม็ด.. ตาแกหูตาไม่ค่อยดี..พอเขียนหวัดๆ แกอ่านไม่ชัด เห็นม.ม้าเข้าใจว่าเป็นย.ยักษ์..ก็ล่อซะสามเวลาเช้า..กลางวัน..เย็นเลย ตอนนี้นอนแผ่หราลิ้นห้อยอยู่ที่บ้าน
        
        อ้าว..แล้วทำไมยายไม่บอกล่ะว่าอ่านผิด
        
        ยายบอกแล้วมันไม่เชื่อ…มันไม่เชื่อยาย..แต่มันเชื่อหมอ
        
        เมื่อเช้านี้เห็นว่าไปหาหมอมาอีกแล้ว
        
        หมอว่างัยล่ะยาย..? 
         
         มันบอกหมอว่า..พอกินยาหมอ..ไม่รู้เป็นไรมันหมดแรง..อาการไข้ก็ยังไใม่ด ีขึ้น…
       
        หมอถามว่า เพิ่มก่อนนอนอีกสักครั้งไหม???? 
        
         หลานเอ้ย…        
        จ้ะยาย…         
        คนเราจะประสบความสำเร็จต้องอดทน          
        จ้ะยาย          
        หลานเอ้ย…          
        คนเราจะประสบความสำเร็จต้องอดทน          
        จ้ะยาย          
        หลานเอ้ย..          
        คนเราจะประสบความสำเร็จต้องอดทน…. 
        โอ้ยรู้แล้ว…พูดซ้ำซากอยู่นั่นแหละรำคาญ 
        ไอ้หลาน….เอ็งนี่ช่างไม่มีความอดทนเอาซะเลย 
         
                 
        นี่เอ็งเชื่อเรื่องกฏแห่งกรรมมั้ย
        
        เชื่อสิยาย เขาบอกว่า…ถ้าเราฆ่าไก่…เราจะเกิดเป็นไก่
        
        ถ้าเราฆ่าวัว…เราจะเกิดเป็นวัว
        
        ถ้าเราฆ่านก…เราจะเกิดเป็นนก
        
        ยาย….เห็นทีผมจะต้องฆ่าคนซะแล้วยาย 
                            
         
        เออ..ยาย..ฉันจะเปิดร้านใหม่ล่ะยาย..ยายช่วยไปอุดหนุนฉันหน่อยนะยาย..ฉันอยากให้ยายไปอุดหนุนเป็นคนแรกเลย…          
        โอ้ยไม่มีปัญหา..เรามันคนกันเอง
        
        เออ..ว่าแต่..แกจะเปิดร้านอะไรล่ะ???
        
        ร้านขายโรงศพจ้ะยาย
        
        อ้ายเวร…ปากไม่เป็นมงคล..เอ็งจำไว้เลย ข้าจะไม่เหยียบเข้าร้านเอ็งจนวันตาย..
        
        ถ้าถึงวันตายแล้วอย่าลืมมาอุดหนุนนะยาย 
                              
        
      นี่ๆ..ยายก็มีหลานชายอยู่คนหนึ่ง…กำลังเรียน….เป็นเด็กดีเหลือเกิน…กตัญญ … เมื่อวานนี้เป็นวันเกิดยาย…พอยายจะเอาชามไปล้าง…หลานชายมันเข้ามาห้าม ..
        
        มันบอกว่า”ยาย…วันนี้เป็นวันเกิดยาย…ยายอย่าล้างชามเลย..”
        
        แหม..เป็นเด็กดีจิงๆเลยนะหลานยายเนี่ย
        
        เออ…มันบอกกองเอาไว้ก่อน…พรุ่งนี้ค่อยล้าง 
       
        ยายอยู่นานไม่ได้หรอกไอ้หนู
        
        อ้าว…ทำไมล่ะยาย???
        
        ต้องรีบไปล้างจาน??





เจ้าโลกตัวจริง

31 07 2008

เจ้าโลกตัวจริงคือจิ๋มไม่ใช่จู๋นะจ๊ะโปรดเข้าใจ
เหตุผลมีดังนี้ค่ะ

1. ด้านคณิตศาสตร์ จู๋ใหญ่โตแค่ไหนก็ถูกครอบงำด้วยจิ๋ม จิ๋มสามารถครอบงำอมจู๋ได้หมดอัน ใครใหญ่กว่า?

2. ด้านพละกำลัง จู๋โดนจิ๋มบีบรัด ไม่นานก็หมดกำลัง อ๊อกไม่หยุดหมดแรง แต่จิ๋มยังร่าเริงกระโดดโลดเต้น ตอดตุ๊บๆๆไม่หยุด ใครแข็งแรงกว่า?

 3. ด้านประสิทธิภาพ ในศึกแต่ละครั้ง จู๋ถึงเส้นชัยได้ครั้งเดียว แต่จิ๋มถึงเส้นชัยครั้งแล้วครั้งเล่าได้เป็นสิบๆครั้ง ใครประสิทธิภาพดีกว่า?

4. ด้านยุทธศาสตร์ จิ๋มปล่อยให้จู๋โจมตีกระหน่ำออกแรง แต่จิ๋มตั้งรับออมแรง จนในที่สุดจู๋หมดแรงพ่ายแพ้ไปเอง จิ๋มยังสดชื่นเต้นตุ๊บๆต่อได้อีกนาน ใครยุทธศาสตร์ดีกว่า?

5. โครงสร้างสรีระ จู๋ห้อยท่อกแท่กเกะกะ อาจโดนเกาะเกี่ยวขีดข่วน กระทบกระแทกได้ง่าย โดนกระแทกเข้าก็จุกหน้าเขียว แต่จิ๋มโดนกระแทกเท่าไหร่ก็ไม่จุกหน้าเขียว การออกแบบโครงสร้างสรีระใครดีกว่า?

 ฮึ ยังมีอีกมากมาย ที่ยังไม่อยากบรรยาย ทั้งด้านตรรกศาสตร์ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ กลศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โอ้ยเยอะแยะมากมายค่ะ ไม่อยากจารนัยแล้วล่ะ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าใครคือเจ้าโลกตัวจริงนะคะ!!





แพ้กลิ่นกล้วยไม้

30 07 2008

ตั้งแต่เกิดมาก้อยไม่เคยแพ้อะไรเลยนะ กินได้ทุกอย่าง (บางอย่างที่กินไม่ได้เพราะไม่กินเองแหละ) เพิ่งมีครั้งนี้แหละที่ก้อยแพ้กลิ่นกล้วยไม้ … เป็นคำโอดครวญของก้อยเองแหละ ด้วยความอัดอั้นตันใจที่เกิดอาการภูมิแพ้ แพ้อะไรไม่แพ้ ดันมาแห้กลิ่นกล้วยไม้ แย่จัง..

“แล้วตั้งแต่เกิดมาคุณเคยได้กลิ่น ๆ นี้มาก่อนรึป่าวล่ะ” คำตอบคือ “ไม่เคยอ่ะ เป็นครั้งแรก”

เอ…หรือก่อนหน้านี้ก้อยอาจจะเคยได้กลิ่นบ้างแต่ไม่มากพอที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยา

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากทานข้าวเที่ยงแล้ว เคลียร์งานในออฟฟิศอีกนิดหน่อย ก้อยก็ไปเดินดูต้นไม้ที่สะพานหินกับพี่ขวัญ และซาเราะห์ ซึ่งแรก ๆ ก็เดินดูด้วยความสนใจ เพราะงานนี้มีต้นไม้ใหม่ ๆ สวย ๆ ทั้งนั้นเลย แต่พอถึงร้านขายกล้วยไม้ที่มีกลิ่น จมูกก้อยก็รับกลิ่น สมองบอกว่า..หอมดีนะ แล้วก็รู้สึกแปลก ๆ แต่ไม่คิดอะไรมาก เพราะเดินผ่านไปร้านอื่น ๆ ก้อยก็รู้สึกปกติดี จนกระทั่งพี่ขวัญตกลงใจกะก้อยว่าเรากลับมาซื้อต้นไม้ที่ร้านแรกที่ต่อรองราคาไว้ดีกว่า เพราะไม้ฟอร์มสวย และราคาไม่แพงมากนัก

ถ้าเดินไปที่ร้านเป้าหมายเลยก็คงไม่มีอะไร แต่คงเป็นคราวเคราะห์ของก้อย ที่พี่ขวัญแวะร้านที่ขายกล้วยไม้มีกลิ่นอีกรอบ ซึ่งก้อยก็เดินเข้าไปตามปกติ เพราะไม่รู้ตัวเองไงคะ พี่ขวัญยืนคุยกับเจ้าของร้านเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ตอนนั้นสมองก้อยไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วล่ะค่ะ เริ่มทรุดตัวลงแล้ว เพราะปวดมวนในท้อง มือเท้าเริ่มเย็น แต่โชคดีที่พี่ขวัญคุยไม่นาน เราก็ออกจากร้านกล้วยไม้มาที่ร้านเป้าหมาย ต่อรองราคาก็ไม่ได้ เริ่มหงุดหงิด ไม่สบายตัวไงคะเลยพาลคนขาย ก้อยก็รีบ ๆ จ่ายเงิน แล้วก็ทิ้งภาระให้พี่ขวัญถือต้นไม้ ตัวเองน่ะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติแล้ว ก็บอกพี่ขวัญว่าพี่ขวัญจะเดินดูอะไรต่อก็ได้นะ แต่ก้อยขอกลับไปที่รถก่อน ไม่ไหวแล้ว

ตอนนั้นก้อยยังไม่รู้ตัวเองนะคะว่าแพ้กลิ่นกล้วยไม้ ตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองแพ้กลิ่นกล้วยไม้ คนเราจะแพ้อะไรได้มากขนาดนี้เลยเหรอ เวลาประมาณ 10 นาที อาการต่าง ๆ ทะยอยเกิดกับร่างกายก้อย เริ่มจากปวดหัว ปวดมวนในท้อง มือเท้าเย็น หน้ามืด ตาพร่า เหงื่อออก หน้าซีด ตามด้วยอาเจียน หลังจากอาเจียนไป 2 ครั้งก้อยรู้สึกดีขึ้น มีสติพอที่จะขับรถกลับออฟฟิศ เพราะ 2 คนที่ไปบอกว่าขับรถเกียร์ออโต้ไม่ถนัด …แต่…สุดท้ายก้อยก็แวะส่ง 2 คนที่ร้านขายกระถางต้นไม้ข้างร้านน้องสาว และขอร้องให้โทรฯตามรถที่ออฟฟิศมารับกลับหลังจากเลือกซื้อกระถามเสร็จแล้ว เพราะก้อยไม่ไหวแล้ว มีอาการจะอาเจียนอีกรอบ และมันอึดอัดแน่นไปหมด เหมือนอากาศไม่พอหายใจ เหงื่อแตกพลั่กเลยนะ น้องเค้าเป็นห่วงกลัวก้อยขับรถไม่ไหว แต่ก้อยรู้ตัวว่าตอนนี้ยังไหว แต่ถ้านานกว่านี้ไม่ไหวแน่นอนค่ะ

กลับถึงบ้านได้ก้อยก็อยู่ในสภาพที่เรียกว่าคลานขึ้นเตียง…ช่วยให้ตัวเองอยู่ในชุดที่สบายแล้วก็หลับไปเลยค่ะ

ตื่นมาอีกครั้ง 4 โมงครึ่ง ไม่มีอาการต่าง ๆ หลงเหลืออยู่เลยค่ะ ก็เลยตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวเข้าออฟฟิศ และก็นั่งทำงานถึง 3 ทุ่มครึ่ง แต่แปลกนิดนึงที่วันนั้นก้อยไม่หิวอะไรเลย หลังจากอาเจียนแล้วก็ไม่ได้กินอะไรหนักท้องเข้าไปเลย ไม่หิวด้วยนะคะ

เป็นอาการที่น่าตกใจมากค่ะ เพราะไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อน ครั้งต่อไปคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ ถ้าได้กลิ่นไม่ชอบมาพากลต้องพาตัวเองหลีกไปให้ไกล ๆ แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ เป็นผู้หญิงแพ้กลิ่นกล้วยไม้นี่น่าอายจังเลย แต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือก้อยไม่ได้ใส่ใจจำซะด้วยว่ากล้วยไม้นั้นชื่ออะไร และเป็นการคิดเอาเองว่าแพ้กลิ่นกล้วยไม้ชนิดนั้น เพราะเป็นกลิ่นที่วูบแรกที่ได้กลิ่นก็รู้สึกมึน ๆ ถ้ามีอาการอีกครั้งคงต้องไปหาหมอ แต่ตอนนี้…ปล่อยไปก่อน เพราะอาจจะเป็นความบังเอิญที่ทางร้านใช้สารเคมีมากเกินไป





บริการประทับใจ

30 07 2008

แอร์โฮสเตสสายการบินที่ตกบ่อยๆประกาศก่อนเครื่องออก
” ท่านผู้โดยสารทุกท่านโปรดทราบ เที่ยวบินสู่เมืองปักกิ่งกำลังจะออกเดินทาง ณ บัดนี้แล้ว เพื่อความปลอดภัยขอให้ทุกท่านโปรดคาดเข็มขัดนิรภัย ท่านที่พบว่าเข็มขัดนิรภัยตรงที่นั่งท่านชำรุด กรุณามัดไว้ด้วยเงื่อนพิรอดนะคะ  กรุณาอย่าใช้เงื่อนตาย ถ้าท่านหาสายรัดเข็มขัดนิรภัยไม่พบ กรุณาย้ายไปที่นั่งอื่นที่ว่างอยู่ ทั้งนี้ขอให้ท่านได้โปรดวางใจ ถึงแม้เครื่องบินของเราจะเก่า แต่ทั้งนักบินและนักบินผู้ช่วยของเรายังใหม่อยู่นะคะ…”





สมาธิของจิตรกร

30 07 2008

จิตรกรหนุ่มพยายามมีสมาธิกับการทำงานของเขา
แต่สาวน้อยที่มาเป็นแบบให้วาดก็ทำให้ตบะของเขาขาดผึง
ไอ้หนุ่มกระโจนใส่เธอ กอดไว้แน่น แล้วระดมจูบอย่างเร่าร้อน
” อย่านะ” เธอผลักไอ้หนุ่ม
” คุณอาจจะทำยังงี้กับนางแบบคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่ชั้นแน่!!!”
” แต่ผมไม่เคยทำยังงี้กับแบบของผมมาก่อนเลยจริงๆนะครับ” ไอ้หนุ่มท้วง
” คุณพูดจริงเรอะ” เธอทำท่าไม่อยากจะเชื่อ
” คุณวาดมาเท่าไหร่แล้ว ?”
” สี่…” จิตรกรหนุ่มว่า ” เหยือกน้ำ แอปเปิ้ล ตะกร้า แล้วก็คุณนี่
แหละ!!!”
*****************************************





ทำไมต้องโกรธมากมาย..เรื่องแค่นี้เอง

30 07 2008

ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาเขียนอะไรที่เป็นส่วนตัวเลยค่ะ

คุณ ๆ เคยรู้สึกแบบก้อยมั้ยคะ…แบบว่าโทรฯหาใครสักคนแล้วเค้าไม่รับสาย ไม่โทรฯกลับด้วยนะ คน ๆ นั้นเป็นคนสำคัญกับความรู้สึกมากกกกกกก คุณจะโกรธมั้ยคะ

ก้อยโกรธค่ะ โกรธมากด้วย โกรธโดยไม่ต้องฟังคำอธิบายใด ๆ ทั้งสิ้น

แล้วก้อยก็อยู่กับอารมณ์โกรธ…หมกมุ่นกับความโกรธนั้น…น้อยอกน้อยใจ พาลไปทุกเรื่อง ไม่มีความสุขเลยค่ะ โดยที่คนที่เป็นสาเหตุของความโกรธเค้าไม่ได้มารู้สึกรู้สาอะไรด้วยเลย เพราะหลังจากการคุยกันรู้เรื่อง เค้าก็บอกว่าเค้าโทรฯกลับมาแล้วนะ แต่มือถือก้อยปิด โทรฯเข้าเบอร์บ้านก็ไม่มีคนรับสาย เค้าก็คิดว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเจอกันค่อยคุยก็ได้

หลังจากนั้นก็มีคำถามตามมาว่า “ถ้าคุณโทรฯเข้าเบอร์บ้าน ไม่มีคนรับสาย และไม่มีใครโทรฯกลับ ทำไมคุณไม่โกรธ” นั่นดิ เค้าก็ถามว่าทำไมมันไม่เหมือนกันล่ะ ทำไมยึดติดซะขนาดนั้น เป็นทุกข์นะนั่น ทำให้เค้าทำบาปโดยไม่รู้ตัว โทษฐานทำให้ก้อยเป็นทุกข์ … แต่ … ก้อยพยายามหาข้ออ้างให้กับตัวเอง หาเหตุผลมาสนับสนุนว่าควรโกรธ ร้อยแปดพันเก้าประการ สุดท้ายก้อยก็เข้าใจว่ามันคืออารมณ์ ที่ขาดสติกำกับนั่นเอง ถ้าก้อยมีสติรู้เท่าทัน ก้อยก็คงจะคิดได้เหมือนที่เค้าพยายามบอกทางให้ แล้วก็ไม่ต้องมานั่งหน้าเศร้า ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์โดยเปล่าประโยชน์

แต่..ก้อยไม่มีทางยอมรับความจริงนี้หรอกค่ะ ก็ดันทุรังไปเรื่อย ก็อยากจะโกรธนี่คะ โกรธแล้วมีคนง้อก็ดีนะ..อิอิอิ ล้อเล่นน่า  ต่อไปก้อยจะพยายามมีสติให้มากกว่านี้ จะไม่ให้อารมณ์มามีอิทธิพลเหนือเหตุผลค่ะ (ยากนะ..รู้มั้ย)

โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า จำไว้นะคะ ผู้หญิงสวย ๆ ก็ดูน่าเกลียดทันที ผู้ชายก็เหมือนกันค่ะ เพราะฉะนั้น มีปัญหาอะไรก็ขอให้หันหน้าคุยกันนะคะ คุยกันด้วยเหตุผล แล้วเราจะรู้ว่าบางครั้งมันก็เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง ที่โมโหไปทำไมก็ไม่รู้ … ขอให้ทุกคนมีสติเป็นนายกำกับทุกเวลาค่ะ …





เคล็ดลับการทำสวน

30 07 2008

สาวสวยนางหนึ่งเธอชอบทำสวนครัวมาก
เธอเห็นผักสวนครัวของคุณลุงข้างบ้านเจริญงอกงาม ผิดปกติ
ลูกมะเขือเทศของลุงลูกใหญ่และสีแดงสด เธอจึงไปถามเคล็ดลับจากคุณลุง
“เคล็ดลับไม่มีอะไรมากหรอกอีหนูะ แค่ทุกเช้าลุงจะแก้ผ้าเดินไปมาในสวนของลุง
ลูกมะเขือเทศ มันก็จะอายจนลูกแดงปลั่งเอง”

สองสัปดาห์ต่อมาคุณลุงก็มาชมสวนของหญิงสาว
” เป็นไงบ้างหนู มะเขือเทศเป็นสีแดงสดบ้างไหม”
” ไม่เลยค่ะคุณลุง” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
” แต่คุณลุงมาดูขนาดของแตงกวาในสวนของหนูสิคะ”





ความสำคัญของจังหวะ

30 07 2008

…ทันทีที่ได้ข่าวคุณปู่เสียชีวิต เจนนี่ก็รีบบินไปหาคุณย่าเพื่อปลอบใจ
พอถามว่าคุณปู่จากไปเพราะอะไร คุณย่าอธิบายว่า
“ปู่แกหัวใจวายระหว่างที่มีเซ็กซ์กับย่าเมื่อเช้าวันอาทิตย์”
ถึงจะเห็นใจคุณย่า แต่เจนนี่ก็ยังอดโวยวายไม่ได้
“โห คุณย่า คุณปู่น่ะ อายุตั้ง 94 นะ
คุณย่าน่าจะรู้ว่าไม่ควรให้คุณปู่หักโหมแบบนั้น”
“ไม่ใช่อย่างนั้น” คุณย่าว่า
“ปกติย่ากับปู่มีเซ็กซ์กันแค่ทุกเช้าวันอาทิตย์ ตามจังหวะระฆังโบสถ์แก๊งหนึ่งเข้า แก๊งหนึ่งออก แค่นั้นแหละ” หลังจากยกมือปาดน้ำตาที่หยดลงมา คุณย่าอธิบายต่อว่า
“ถ้าไม่ใช่เพราะรถขายไอติมบ้านั้น ปู่เอ็งก็คงยังไม่ตายหรอก”





คำให้การของลูกชาย

30 07 2008

…พอแม่ประคุณกลับจากทำงานถึงบ้าน ลูกชายตัวน้อยก็ฟ้องแม่ทันที
“แม่ แม่ เมื่อกลางวันนี้น่ะ พ่อแอบกลับมาบ้าน แล้วน้าผู้หญิงคนที่อยู่ข้างบ้านเราก็เข้ามาหา พ่อเค้าพาน้าคนนั้นเข้าไปในห้องนอน แล้วน้าคนนั้นก็นอนบนเตียงแล้วพ่อก็ขึ้นไปอยู่บนตัวน้าคนนั้น แล้วพ่อก็..”
“หยุด หยุดพูดลูก” แม่เจ้าประคุณร้องเสียงหลง ” แกอย่าเพิ่งพูดต่อเดี๋ยวรอพ่อแกก่อน จำไว้นะ พอพ่อแกมา แกเล่าให้พ่อแกฟังทุกอย่างอย่างที่แกบอกแม่ตะกี้น่ะ”

แม่เจ้าประคุณรอพ่อตัวแสบด้วยความร้อนรน คิดว่าวันนี้จะต้องเอาเรื่องให้เห็นดำเห็นแดงกันไป พอพ่อกลับจากทำงานเดินเข้าบ้าน แม่เจ้าประคุณปราดเข้ามาจิกแขนจูงเข้ามาในบ้านด้วยความโกรธสุดขีด
เรียกลูกชายมาแล้วสั่งลูกด้วยเสียงเกรี้ยวกราด
“เอ้า พ่อแกมาแล้ว แกเล่าเรื่องนั้นให้พ่อแกฟังทุกอย่างเลยน่ะ อย่างที่แกเล่าเมื่อเย็นนี้น่ะ”
“เมื่อกลางวันนี้” เจ้าหนูเริ่มต้นเล่า “พ่อแอบกลับมาบ้าน แล้วน้าผู้หญิงข้างบ้านก็เข้ามาหา พ่อเค้าพาน้าคนนั้นเข้าไปในห้องนอน แล้วน้าคนนั้นก็นอนบนเตียงพ่อก็ขึ้นไปอยู่บนตัวน้าคนนั้นแล้วพ่อก็ทำกับน้าคนนั้น เหมือนอย่างที่ลุงบ้านโน้นทำกับแม่เมื่อวันก่อนเลยครับ”