ตั้งแต่เกิดมาก้อยไม่เคยแพ้อะไรเลยนะ กินได้ทุกอย่าง (บางอย่างที่กินไม่ได้เพราะไม่กินเองแหละ) เพิ่งมีครั้งนี้แหละที่ก้อยแพ้กลิ่นกล้วยไม้ … เป็นคำโอดครวญของก้อยเองแหละ ด้วยความอัดอั้นตันใจที่เกิดอาการภูมิแพ้ แพ้อะไรไม่แพ้ ดันมาแห้กลิ่นกล้วยไม้ แย่จัง..
“แล้วตั้งแต่เกิดมาคุณเคยได้กลิ่น ๆ นี้มาก่อนรึป่าวล่ะ” คำตอบคือ “ไม่เคยอ่ะ เป็นครั้งแรก”
เอ…หรือก่อนหน้านี้ก้อยอาจจะเคยได้กลิ่นบ้างแต่ไม่มากพอที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยา
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากทานข้าวเที่ยงแล้ว เคลียร์งานในออฟฟิศอีกนิดหน่อย ก้อยก็ไปเดินดูต้นไม้ที่สะพานหินกับพี่ขวัญ และซาเราะห์ ซึ่งแรก ๆ ก็เดินดูด้วยความสนใจ เพราะงานนี้มีต้นไม้ใหม่ ๆ สวย ๆ ทั้งนั้นเลย แต่พอถึงร้านขายกล้วยไม้ที่มีกลิ่น จมูกก้อยก็รับกลิ่น สมองบอกว่า..หอมดีนะ แล้วก็รู้สึกแปลก ๆ แต่ไม่คิดอะไรมาก เพราะเดินผ่านไปร้านอื่น ๆ ก้อยก็รู้สึกปกติดี จนกระทั่งพี่ขวัญตกลงใจกะก้อยว่าเรากลับมาซื้อต้นไม้ที่ร้านแรกที่ต่อรองราคาไว้ดีกว่า เพราะไม้ฟอร์มสวย และราคาไม่แพงมากนัก
ถ้าเดินไปที่ร้านเป้าหมายเลยก็คงไม่มีอะไร แต่คงเป็นคราวเคราะห์ของก้อย ที่พี่ขวัญแวะร้านที่ขายกล้วยไม้มีกลิ่นอีกรอบ ซึ่งก้อยก็เดินเข้าไปตามปกติ เพราะไม่รู้ตัวเองไงคะ พี่ขวัญยืนคุยกับเจ้าของร้านเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ตอนนั้นสมองก้อยไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วล่ะค่ะ เริ่มทรุดตัวลงแล้ว เพราะปวดมวนในท้อง มือเท้าเริ่มเย็น แต่โชคดีที่พี่ขวัญคุยไม่นาน เราก็ออกจากร้านกล้วยไม้มาที่ร้านเป้าหมาย ต่อรองราคาก็ไม่ได้ เริ่มหงุดหงิด ไม่สบายตัวไงคะเลยพาลคนขาย ก้อยก็รีบ ๆ จ่ายเงิน แล้วก็ทิ้งภาระให้พี่ขวัญถือต้นไม้ ตัวเองน่ะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติแล้ว ก็บอกพี่ขวัญว่าพี่ขวัญจะเดินดูอะไรต่อก็ได้นะ แต่ก้อยขอกลับไปที่รถก่อน ไม่ไหวแล้ว
ตอนนั้นก้อยยังไม่รู้ตัวเองนะคะว่าแพ้กลิ่นกล้วยไม้ ตอนนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองแพ้กลิ่นกล้วยไม้ คนเราจะแพ้อะไรได้มากขนาดนี้เลยเหรอ เวลาประมาณ 10 นาที อาการต่าง ๆ ทะยอยเกิดกับร่างกายก้อย เริ่มจากปวดหัว ปวดมวนในท้อง มือเท้าเย็น หน้ามืด ตาพร่า เหงื่อออก หน้าซีด ตามด้วยอาเจียน หลังจากอาเจียนไป 2 ครั้งก้อยรู้สึกดีขึ้น มีสติพอที่จะขับรถกลับออฟฟิศ เพราะ 2 คนที่ไปบอกว่าขับรถเกียร์ออโต้ไม่ถนัด …แต่…สุดท้ายก้อยก็แวะส่ง 2 คนที่ร้านขายกระถางต้นไม้ข้างร้านน้องสาว และขอร้องให้โทรฯตามรถที่ออฟฟิศมารับกลับหลังจากเลือกซื้อกระถามเสร็จแล้ว เพราะก้อยไม่ไหวแล้ว มีอาการจะอาเจียนอีกรอบ และมันอึดอัดแน่นไปหมด เหมือนอากาศไม่พอหายใจ เหงื่อแตกพลั่กเลยนะ น้องเค้าเป็นห่วงกลัวก้อยขับรถไม่ไหว แต่ก้อยรู้ตัวว่าตอนนี้ยังไหว แต่ถ้านานกว่านี้ไม่ไหวแน่นอนค่ะ
กลับถึงบ้านได้ก้อยก็อยู่ในสภาพที่เรียกว่าคลานขึ้นเตียง…ช่วยให้ตัวเองอยู่ในชุดที่สบายแล้วก็หลับไปเลยค่ะ
ตื่นมาอีกครั้ง 4 โมงครึ่ง ไม่มีอาการต่าง ๆ หลงเหลืออยู่เลยค่ะ ก็เลยตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวเข้าออฟฟิศ และก็นั่งทำงานถึง 3 ทุ่มครึ่ง แต่แปลกนิดนึงที่วันนั้นก้อยไม่หิวอะไรเลย หลังจากอาเจียนแล้วก็ไม่ได้กินอะไรหนักท้องเข้าไปเลย ไม่หิวด้วยนะคะ
เป็นอาการที่น่าตกใจมากค่ะ เพราะไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อน ครั้งต่อไปคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ ถ้าได้กลิ่นไม่ชอบมาพากลต้องพาตัวเองหลีกไปให้ไกล ๆ แต่ว่าก็ว่าเถอะนะ เป็นผู้หญิงแพ้กลิ่นกล้วยไม้นี่น่าอายจังเลย แต่ที่แย่ยิ่งกว่าคือก้อยไม่ได้ใส่ใจจำซะด้วยว่ากล้วยไม้นั้นชื่ออะไร และเป็นการคิดเอาเองว่าแพ้กลิ่นกล้วยไม้ชนิดนั้น เพราะเป็นกลิ่นที่วูบแรกที่ได้กลิ่นก็รู้สึกมึน ๆ ถ้ามีอาการอีกครั้งคงต้องไปหาหมอ แต่ตอนนี้…ปล่อยไปก่อน เพราะอาจจะเป็นความบังเอิญที่ทางร้านใช้สารเคมีมากเกินไป
ความเห็นล่าสุด