Why Bikram Yoga?

8 10 2008

ประโยชน์ต่าง ๆ ของบิครอมโยคะ

- มีผลดีต่ออวัยวะภายในทั้งหมด ด้วยการกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ในการสูบฉีดโลหิตและออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

- ลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนได้อย่างรวดเร็ว

- เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับร่างกาย และช่วยการฝึกฝนการทรงตัวที่ดีขึ้น

- ช่วยให้หลับได้ง่ายขึ้น

- ลดความเครียด

- เพิ่มพละกำลัง และช่วยให้กระปรี้กระเปร่า

- ชะลอวัยหนุ่มสาวให้นานยิ่งขึ้น

- การจัดเรียงตัวของกระดูก

- โรคอาหารไม่ย่อย

- ความดันสูงและความดันต่ำ

- อื่น ๆ อีกมากมาย

ทั้งหมดคือรายละเอียดที่ก้อยได้มาจากโบรชัวร์ของ Bikram Yoga วันที่ก้อยและน้อง ๆ อีก 2 คนไปทดลองเรียนมาค่ะ

ที่มาที่ไปของการไปเรียน ทั้ง ๆ ที่เป็นโรคขี้เกียจมาก ๆ ก็เพราะว่ามีน้อง ๆ ที่ออฟฟิศให้คูปองเรียนฟรีมาค่ะ ก็ไม่อยากปฏิเสธน้ำใจอ่ะนะ และก็อยากลองของใหม่ด้วย ก็เลยชวนน้องสากะน้องเพ็ญไปด้วย จริง ๆ ก็กึ่งบังคับอ่ะนะ ก่อนไปน้องที่น่ารักทั้ง 2 คน ก็ขอก้อยว่าเรียนเสร็จแล้วไปช้อปปิ้งรองเท้ากันต่อนะ แล้วก็ไปหาอะไรอร่อย ๆ ทานด้วย เพราะเป็นช่วงกินผัก ก้อยก็ไม่ว่าอะไร เพราะเป็นวันว่าง อะไรก็ได้ทั้งนั้นค่ะ

ก่อนจะไปถึงที่เรียนก้อยก็จอดรถให้เพ็ญซื้อน้ำ 3 ขวดใหญ่ สำหรับพวกเราคนละขวด เพราะรู้มาว่าเหงื่อออกมาก ก็ต้องชดเชยในปริมาณที่เหมาะสม ไปถึงโรงเรียน จอดรถแล้วก็เดินลงไปอย่างสง่าผ่าเผย กำลังจะเข้าประตูแล้วเชียว ก้อยก็เห็นตัวเองในยูนิฟอร์มของสุโขสปา แต่น้อง ๆ เปลี่ยนเป็นชุดโยคะเรียบร้อยแล้ว หลังจากหันมองหน้ากัน ทุกคนก็สรุปว่าก้อยควรจะเปลี่ยนชุดไปให้เรียบร้อยดีกว่า อิอิอิ ก็เลยกลับมาเปลี่ยนชุดที่รถ แล้วก็รีบวิ่งไปให้ทันเวลาเริ่ม Class

เรา 3 คน เป็นคนใหม่ก็ค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร ต้องขอโทษทุกคนในชั้นเรียนวันนั้นด้วยนะคะที่ทำให้เสียเวลานิดหน่อย … หลังจากเริ่มเรียนไปได้ 10 นาที เรา 3 คนก็หันมองหน้ากัน ว่าเอาไงดีหว่า !!! หายใจไม่ออก ร้อนก็ร้อน เหนื่อยก็เหนื่อย ก่อนเรียนครูก็บอกไว้แล้วว่าถ้าไม่ไหวก็ให้หยุด ไม่ต้องฝืน เพราะมันจะเป็นผลร้ายมากกว่าผลดี หลังจากปรึกษากันทางสายตาแล้ว มติน่าจะออกมาว่าตัวใครตัวมันล่ะกัน แต่เรา 3 คน ก็สามารถฝึกจนครบตามเวลา 90 นาที … เหนื่อยมากค่ะ เพราะเราไม่เคยชินกับอุณหภูมิของห้อง แต่ก็สนุกดี เพราะเป็นของใหม่ เอาไว้มีโอกาสจะต้องไปลองอีกแน่นอนค่ะ เพราะยังมีคูปองเหลืออยู่อีกหลายใบ อิอิอิ

หลังจากเรียนจบ ก็เตรียมตัวกลับบ้าน ก่อนกลับก็เข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่สักหน่อย เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรี แต่ก็คุยได้ไม่นานเพราะคำถามแรกที่เค้าถามก้อยคือ ทำงานที่สุโขสปารึป่าวครับ….แป่ววววว ก็เอ่ยปากชวนแล้วนะ ให้เค้ามาลองเรียน Ashtanga Yoga ที่สุโขดูบ้าง เพราะก้อยคงจะไปลองเรียนกับเค้าอีก 2-3 ครั้งแน่นอนค่ะ เอาไว้รู้จัก Bikram มากกว่านี้ก้อยคงบอกได้ว่าก้อยชอบโยคะแบบไหนมากกว่ากัน ระหว่าง Bikram Yoga & Ashtanga Yoga

ออกมาจากห้องเรียน เรา 3 คน ปรึกษากันทางสายตาอีกครั้ง ก่อนสรุปว่า ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินที่อ๊ามกะทู้ดีกว่า ไม่ไปดูแล้วรองเท้าน่ะ เอาไว้โอกาสหน้า … นะคะ





คิดถึง…ที่สุด

8 10 2008

คิดถึงจริง ๆ นะคะ

คิดถึงมาก ๆ ด้วย

คิดถึงบรรยากาศในชั้นเรียนโยคะค่ะ ก้อยไม่ได้ลงไปเรียนโยคะนานแล้วล่ะค่ะ เป็นโรคขี้เกียจขั้นรุนแรง มีข้ออ้างสารพัด อิอิอิ วันนี้ครูก็ถามว่าเมื่อไหร่จะลงไปเรียนสักที หายไปนานแล้วนะ แฮ่ะ ๆ ๆ ขอโทษด้วยนะคะ ไม่อยากสัญญาเลยอ่ะ ว่าจะเริ่มเรียนอีกครั้งเมื่อไหร่ คงอีกไม่นานหรอกค่ะ เพราะก้อยเองก็คิดถึงมากเหลือเกินแล้ว ท่า Back Bend ที่คุยไว้ว่าทำได้ และเริ่มเปลี่ยนจากโต๊ะมาเป็นสะพาน ตอนนี้คงกลายเป็นไม้กระดานเหมือนเดิม…เฮ้อ แค่คิดว่าเริ่มใหม่หลังจากหยุดไป 1 เดือน ก็เหนื่อยแย้ววววว

คนอื่น ๆ ที่ฝึกโยคะ เค้ามีอารมณ์ขี้เกียจบ้างรึป่าวนะ … อยากรู้จัง  อาจจะมีหลายคนก็ได้นะ แต่ก็คงไม่มีใครตามใจตัวเองเท่าก้อยแน่นอนเลย อิอิอิ





คุณค่าของรางวัลที่ได้รับ

8 10 2008

พูดถึงรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประเภท Day Spa ดีเด่น ที่สุโขสปาได้รับมาก็  2 ครั้งแล้ว วันนี้มีโอกาสนำภาพรางวัลมาให้ชมกันค่ะ รางวัลกินรี ซึ่งได้ไปคว้าเอาความหมายของรางวัลนี้มาให้ทราบ และร่วมเชิดชูคุณค่าของรางวัลด้วยกันค่ะ

“กินรีเป็นสัตว์หิมพานต์ ที่รู้จักกันดีในวรรณคดีไทย เป็นตัวแทนความสวยงามและบริสุทธิ์ มือที่ถือดอกบัว แทนการมอบความสะอาด สูงค่า และนกพิราบสื่อถึงสันติภาพ ภราดรภาพ อันเป็นทิศทางของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่รับใช้สังคม และสภาพแวดล้อม”

และ..ที่สำคัญคือ รางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยเป็นรางวัลเกียรติยศที่ได้รับการยอมรับ และสนับสนุนจากองค์การท่องเที่ยวโลก (World Tourism Organization : WTO) ค่ะ

ขอแสดงความยินดีกับทุก ๆ สถานประกอบการ และทุก ๆ ท่าน ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้นะคะ