ข้อดีของสุรา..ขำขำ

21 11 2008

1.ทำให้พระมีเรื่องเทศน์ สาธุ๊…………………….

2. ทำให้กล้าแสดงออก กล้าพูดกล้าทำ แสดงออกซึ่งเสรีภาพในการพูดสมดังเป็นประเทศประชาธิปไตย (บางรายอาจหนักถึงขั้นกล้าถอดกางเกงในที่สาธารณชน)

3. ทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน สามารถคุยกับทุกคนได้ ไม่มีการแบ่งชนชั้นกัน

4. ทำให้กล้าโทรหาแฟนเก่า หรือคนที่เรารัก

5. ทำให้โถส้วมมีประโยชน์มากกว่าที่เป็น เอาไว้รองอ้วกได้อีกด้วย (เมาแล้วอ้วกนี่เค้าเรียก “อ่อน” ป่าวอ่ะ)

6. ขวดเหล้าใช้ฆ่าคนได้ ทุบให้แตกแล้วแทงมันเลย

8. ทำให้มุกแป้กๆ กลายเป็นเรื่องฮาได้ตลอด

9. เป็นมุกเก่าๆให้คนเขียนบทละครได้ใช้ตลอด พระเอกได้นางเอก หรือพระเอกได้กะกระเทยก็เพราะเหล้านี่ล่ะ

10. เหล้าทำให้เห็นความรักอันสูงยิ่งที่เพื่อนมีต่อคุณ ยอมตายแทนกันได้ แต่เฉพาะเวลากินเหล้าเท่านั้นล่ะ

11. ทำให้ผู้ผลิตโซดา โค้ก น้ำแข็ง ทำกำไรได้มากขึ้น

12. ทำให้ตำรวจมีงานทำ ตั้งด่านตรวจเมาแล้วขับ

13. ทำให้บางคนเกิดในวงการ เช่น ไอ้ฤทธิ์กินแบล็ค เป็นต้น

14. ทำให้เกิดการรณรงค์ที่ดีหลายอย่าง เช่น เมาไม่ขับ (เลยออกจากร้านมันตอนหกโมงเช้าเลยกลัวเจอด่าน อิอิ )

15. ทำให้ประชากรไม่ล้นโลก

16. เหล้าและเบียร์ทำให้ได้ดูบอลโลกฟรี เพราะเงินที่เราซื้อนี่แหละเอาไปซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกให้เราดู

17. ทำให้นอนหลับสนิทสุดๆ

18. ทำให้กล้าทำอะไรบ้าๆบอๆ โดยไม่กลัวขายขี้หน้า เพราะตื่นมาเราจะจำอารายไม่ได้

19. ทำให้มีแฟน หรืออาจเลิกกับแฟนได้ในคืนเดียว

20. ทำให้สิ่งที่กิน บรรดากับแกล้มทั้งหมด ไม่ต้องรอออกทางก้น ไม่ลำบากกระเพาะกับลำไส้

21.ทำให้ทุกคนดูหน้าตาดีกว่าธรรมดา 2 เท่า เพราะเมาตาลาย เจอสาวก็สวยหมดทุกคนอ่ะ

22. ทำให้ศีลครบ 5 ข้อ

23. ทำให้หมาข้างถนนมีเพื่อนมากขึ้น

24. ทำให้รู้สึกรวยกว่าเดิมในตอนนั้น และจะจนกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น ( หาบิลๆๆๆๆ เอาไปเบิกบริษัท )

25. ทำให้ได้ทดสอบความสามารถในการปีนรั้วเข้าบ้าน โดยไม่ทำให้มาม่าหก

26. ทำให้อู่สี มีรายได้ประจำ

27. ทำให้รู้ว่า เอ้ย! เกินแล้วนี่นา บอกไว้ว่ามี 25 ข้อ ขอโทษทีเพลินไปหน่อยอ ่ะ

     ขำขำนะค่ะ…..





หำหดกับกบวิเศษ

19 11 2008

ชายคนหนึ่งมีจู๋ยาว 25 นิ้ว เขาเดินทางเข้าไปในป่า เพื่อที่จะขอให้แม่มด
เสกให้มันหดสั้นลง เพราะเขาไม่สามารถหาผู้หญิงคนไหนที่ชอบมันได้เลย

แม่มดแนะนำให้เขาเข้าไปในป่า เพื่อหากบ
ถ้าเขาขอกบแต่งงาน และกบปฏิเสธครั้งหนึ่งล่ะก็ จู๋เขาจะหดลง 5 นิ้ว

เขาได้เข้าไปในป่า ไม่นานนักก็เจอ กบ ตัวหนึ่ง
ชาย : กบเอ๋ย…เจ้าแต่งงานกับเราได้หรือไม่?
กบ : ไม่!
ทันใดที่กบปฏิเสธ จู๋เขาก็หดลงไปทันที 5 นิ้ว

หลังจากที่กลับไปในเมือง สาวๆก็ยังรับไม่ได้กับ 20 นิ้วของเขาอีก
เขาจึงเข้าไปในป่าใหม่ และก็หากบได้ภายในเวลาไม่นานนัก

ชาย : กบเอ๋ย…เจ้าแต่งงานกับเราได้หรือไม่?
กบ : ไม่! 
ทันใดที่กบปฏิเสธ จู๋เขาก็หดลงไปทันที 5 นิ้ว

หลังจากที่กลับไปในเมือง สาวๆก็ยังรับไม่ได้กับ 15 นิ้วของเขาอีก
ถ้าเหลือสัก 10 นิ้ว น่าจะดีที่สุด ที่จะติดใจสาวๆ
เขาจึงกะเข้าไปในป่าอีกครั้งเพื่อหากบใหม่ เพื่อขอให้มันหดลงอีกครั้ง

ชาย : กบเอ๋ย…เจ้าแต่งงานกับเราได้หรือไม่?
กบ : เอ๊ะ…ไอ้ห่านี่ กูบอกกี่ทีแล้วว่า ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่!  

………………………………

………………………………





วิธีหยุดสะอึกแบบเร่งรัด

19 11 2008

ทราบหรือไม่ว่าใคร ๆ ก็สะอึกได้ไม่เว้นแม้แต่ทารกในครรภ์ ปัจจุบันยังไม่พบสาเหตุแน่ชัดว่าสะอึกเกิดจากอะไร แต่คนส่วนใหญ่มักมีอาการหลังจากดื่มหรือกินมากเกินไป และนี่คือวิธีรับมืออาการสะอึกในภาวะฉุกเฉินที่ได้ผล

  • กดจุดบริเวณร่องเหนือริมฝีปาก แรงกดนี้จะเบี่ยงเบนระบบประสาทจากอาการสะอึกได้
  • เอานิ้วมืออุดหูค้างไว้ ประมาณ 20-30 วินาที หรือกดด้านหลังติ่งหู บริเวณที่ต่อจากกะโหลกศรีษะ แรงกดจะส่งสัญญาณผ่อนคลายผ่านเส้นประสาทเวกัส (Vagus nerve) ซึ่งเป็นส่วนที่ทอดยาวจากก้านสมองและเชื่อมต่อกับบริเวณกระบังลม ทำให้หายสะอึกอย่างรวดเร็ว

สำหรับคนที่สะอึกอยู่เป็นประจำ แนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ กินและดื่มให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เพราะการกินอาหารเร็วจะทำให้กลืนอากาศเข้าไปมากขึ้น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีฟอง โดยเฉพาะเครื่องดื่มแช่เย็น เพราะความเย็นและฟองอากาศจะรวมตัวกันทำให้กระบังลมปั่นป่วน ส่งผลให้สะอึก

ฝากให้ช่วยจำเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันนะคะ..





ฟ้าหลังฝน…ที่ในหาน

19 11 2008

e0b983e0b899e0b8abe0b8b2e0b89911

ปลายปีแบบนี้ ลมหนาวเริ่มมาอีกครั้ง ใครที่คิดว่าจะไปเที่ยว ไปสัมผัสอากาศหนาวที่เมืองเหนือ ลองหาเวลาไปเดินเล่นที่ทะเลภูเก็ตบ้านเราบ้างซีคะ

e0b983e0b899e0b8abe0b8b2e0b89931

ตอนเด็ก ๆ ก้อยก็เคยเจอคำถามที่หลายคนชอบถามว่าระหว่างภูเขา กับ ทะเล ชอบเที่ยวที่ไหนมากกว่ากัน…ในฐานะที่เป็นเด็กเกาะโดยกำเนิด ก้อยก็อยากเที่ยวภูเขา น้ำตก แต่ทุกครั้งคำตอบก็ยังคงเป็นทะเล คือ ลึก ๆ แล้วยังรักบ้านเกิด ยังหวงแหน และอยากให้คนอื่น ๆ มาเที่ยวทะเล ก็สรรหาสารพัดคำพูดมาชวนเชื่อว่าเที่ยวทะเลดีกว่าเที่ยวภูเขา…

e0b983e0b899e0b8abe0b8b2e0b8995

แต่..มีแต่อีกแล้วค่ะ แต่หน้าหนาวภูเก็ตก็ยังไม่คึกคักเท่าเชียงใหม่ ก้อยว่าทะเลที่ภูเก็ตสวยทุกฤดูนะคะ เพื่อเป็นการยืนยันคำพูดดูเอาจากภาพได้เลยค่ะ ก้อยชอบทะเลที่เปลี่ยนแปลงทุกลมหายใจ ใครว่ามีเพียงหาดทราย สายลม และเกลียวคลื่นคะ … ปีใหม่นี้ถ้ายังไม่มีโปรแกรมว่าจะไปไหนดี ลองพิจารณาภูเก็ตด้วยนะคะ

บรรยากาศยามเย็นที่หาดในหาน ในวันเหงา ๆ ที่นักท่องเที่ยวเบาบาง มีจำนวนคนที่นับได้ไม่ถึงสิบค่ะ ยืนยันได้ว่าเหงาจริง … คนอกหักอย่าเที่ยวทะเลคนเดียวนะคะ เดี๋ยวจะอดใจไม่ไหว…อกหักได้ไม่นาน เพราะต้องรีบหาคนรู้ใจคนใหม่ อิอิอิ…

e0b983e0b899e0b8abe0b8b2e0b8996e0b983e0b899e0b8abe0b8b2e0b8997





อยากผอมต้องกินโฮลเกรน

19 11 2008

อ่านเจอแล้วอดใจไม่ไหวต้องนำมาฝากค่ะ

“โฮลเกรน” คือ ธัญพืชเต็มเมล็ดที่ผ่านการขัดสีน้อยที่สุด หรือไม่ผ่านการขัดสีเลย จึงอุดมไปด้วยใยอาหาร โปรตีน วิตามินบี วิตามินอี ธาตุเหล็ก และสารต้านอนุมูลอิสระ ตัวอย่างโฮลเกรนที่เรารู้จักกันดี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ ลูกเดือย

หลายคนอาจทราบประโยชน์ของโฮลเกรนว่าลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดันสูง โรคมะเร็งในทางเดินอาหาร โรคเบาหวานชนิดที่ 2 หรือช่วยป้องกันท้องผูก แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าถ้ากินโฮลเกรนเป็นประจำจะช่วยให้หุ่นเพรียวขึ้น เพราะใยอาหารและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนในโฮลเกรนทำให้ร่างกายย่อยอาหารช้าลง จึงรู้สึกอิ่มนาน ไม่กินจุบกินจิบ และมีผลต่อการลดน้ำหนักในระยะยาว งานวิจัยพบว่า หากกินอาหารโฮลเกรน 40 กรัมทุกวัน จะทำให้น้ำหนักลดลงถึงเดือนละ 0.49 กิโลกรัมโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร วิธีง่าย ๆ คือ ให้เปลี่ยนมากินข้าวกล้องแทนข้าวขาว กินซีเรียลโฮลเกรน ขนมปังโฮลวีท คุกกี้ข้าวโอ๊ต หรือพาสต้าเส้นโฮลวีท เท่านี้ก็ได้สุขภาพดีแถมรูปร่างผอมเพรียวเป็นของแถมแล้วค่ะ





ชวนไปทำบุญวันเกิดค่ะ

19 11 2008

…ยังค่ะ ยังไม่ถึงวันเกิด

แต่ก็…ใกล้แล้วล่ะค่ะ

อายุอานามขนาดนี้ผ่านการฉลองวันเกิดมาก็หลายรูปแบบ…จนมาถึงวันนี้ วันเกิด ก็คือวันธรรมดา ที่ไม่มีความสำคัญกับก้อยมากมาย นอกจากเป็นวันที่แม่เจ็บที่สุด…

ก้อยเห็นความสำคัญของแม่ในวันเกิดของตัวเอง และหักห้ามความเขินอายไปกราบเท้าแม่เพื่อขอพรวันเกิดได้สัก 5-6 ปีที่ผ่านมานี่เองค่ะ…น่าอายนะที่ไม่กล้าทำสิ่งดี ๆ ปล่อยเวลาให้ผ่านมาตั้งนานกว่าจะกล้าทำในสิ่งที่ควรทำมากที่สุด…

พูดถึงทำบุญวันเกิด…ก้อยก็ทำทุกปีนะคะ ส่วนมากก็ใส่บาตรเช้า , ถวายสังฆทาน , ถวายอาหารเพล ฯลฯ แล้วแต่สะดวกค่ะ เพิ่งจะมี 3-4 ปีที่ผ่านมานี่แหละค่ะที่เพิ่มการเลี้ยงอาหารสุนัขในโปรแกรมด้วย

dscn6125

อยากจะฝากบอกสำหรับคนที่รักสัตว์ โดยเฉพาะน้องหมา ที่ไม่ทราบว่าภูเก็ตมี “บ้านพักพิงสุนัขจรจัด” ได้ทราบค่ะ ซึ่งก้อยก็ไม่ทราบรายละเอียดมากนักว่ามีมานานแค่ไหนแล้ว แต่ทราบว่าผ่านการล้มลุกคลุกคลานมานานหลายปีค่ะ ปัจจุบันบ้านพักพิงสุนัขจรจัด อยู่ที่อำเภอถลางค่ะ ถ้ามาจากในเมืองก็ตรงมาทางออกนอกเมืองนะคะ พ้นจากร้านคุณแม่จู้มาไม่ไกลค่ะ สังเกตบริเวณทางโค้งด้านซ้ายมือจะเห็นป้ายบอกชัดเจน แต่ต้องใช้ความสังเกตสักนิดนะคะเพราะเป็นช่วงทางโค้งที่คนไม่ค่อยสังเกต ส่วนมากก็จะขับเลยไป ถ้าไปถึงทางเข้าสนามบินก็ต้องขับย้อนกลับช้า ๆ นะคะ

dscn6126

 

โดยปกติก้อยก็แวะไปตามวาระและโอกาสที่อำนวยค่ะ ล่าสุดเพิ่งไปมาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เองค่ะ ทำบุญวันเกิดล่วงหน้าโดยการซื้ออาหารสุนัขถุงใหญ่สำหรับน้องหมา และปลากระป๋องสำหรับคุณพี่ใจดีและครอบครัวที่รับหน้าที่เลี้ยงดูบรรดาน้องหมากว่า 4 ร้อยตัว…หลากหลายสายพันธุ์มากค่ะ มีทั้งหมาจรจัด และหมาที่คนใจร้ายใจดำพามาทิ้งไว้ ร้ายกว่านั้นคือคนที่ทำทีว่านำมาฝากเลี้ยงชั่วคราว แล้วก็หายไปเลย … เข้าใจนะคะว่าคงจะมีเหตุผล แต่ถ้าไม่พร้อมที่จะเลี้ยงก็ไม่ควรเลี้ยงตั้งแต่ต้น ก้อยเองก็อยากเลี้ยงน้องหมามาก แต่มีหลาย ๆ สาเหตุที่ทำให้ไม่สะดวก ก็ต้องตัดอกตัดใจตั้งแต่ต้นค่ะ

dscn6127dscn61291

“บ้านพักพิงสุนัขจรจัด” แห่งนี้มีเงินทุนสนับสนุน แต่ก็ไม่เพียงพอสำหรับหมามากกว่า 4 ร้อยตัวหรอกค่ะ ไหนจะค่าอาหาร ค่ายา ค่าดูแล ฯลฯ ก้อยขออนุญาตพื้นที่ตรงนี้เชิญชวนทุกคนแวะไปเยี่ยมเยียนน้องหมาด้วยนะคะ … ขอบคุณค่ะ





ปิดทอง-ฝังลูกนิมิต ที่วัดท้องตมใหญ่

17 11 2008

picture-1781

พุทธศาสนิกชนที่เข้าไปในวัด ส่วนใหญ่คงจะรู้สึกชินตากับแท่นหินในซุ้มที่ตั้งอยู่รอบๆโบสถ์ที่เราเรียกกันว่า ” ใบสีมา ” หรือ ” ใบเสมา ” อยู่ไม่น้อย แต่เชื่อว่าหลายคนอาจจะไม่ทราบว่าใบสีมานี้มีไว้เพื่ออะไร และหากจะบอกต่อว่าใต้ใบสีมานี้จะมี ” ลูกนิมิต ” ฝังอยู่ข้างใต้ คงมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่อยากทราบว่า ” ลูกนิมิต ” คืออะไร และทำไมต้องฝังไว้ใต้ใบสีมาดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อเราเดินทางไปต่างจังหวัด หลายครั้งหลายคราที่เราเห็นป้ายที่ปักข้างทางเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนไปร่วม ” ฝังลูกนิมิต ” ตามวัดต่างๆ

โดยทั่วไป ” ลูกนิมิต ” ที่เราเห็น มักจะมีลักษณะเป็นลูกหินกลมๆสีดำ มีทองคำเปลวปิดโดยรอบ ซึ่งตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานฯ ” ลูกนิมิต ” หมายถึง ลูกที่ทำกลมๆประมาณเท่าบาตร มักทำด้วยหิน ใช้ฝังเป็นเครื่องหมายเขตอุโบสถ ส่วนพจนานุกรมฉบับมติชนให้ความหมายว่า ” ก้อนหินที่วางบอกเขตพัทธสีมาในการทำสังฆกรรม “ สรุปแล้ว ลูกนิมิต ก็คือ ลูกหินกลมๆที่ใช้ฝังเพื่อเป็นเครื่องหมายบอกให้ทราบว่าตรงไหนเป็นเขตอุโบสถหรือโบสถ์ เพื่อให้พระสงฆ์ได้ใช้เป็นที่ประกอบสังฆกรรมนั่นเอง เพราะคำว่า ” นิมิต ” แปลว่า ” เครื่องหมาย ” ค่ะ

picture-1754

วัดท้องตมใหญ่ที่ก้อยพูดถึง อยู่ในจังหวัดชุมพรค่ะ ก่อนจะถึงวันฝังลูกนิมิต ครอบครัวก้อยก็ไปที่วัดนี้มากกว่า 3 ครั้ง เพราะมีการทอดผ้าป่าติดต่อกัน 2-3 ปี เพื่อหาทุนสร้างโบสถ์ ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะเป็นรูปเป็นร่าง ด้วยความร่วมมือร่วมใจของผู้มีจิตเป็นกุศลทุก ๆ คนค่ะ

picture-1782งานฝังลูกนิมิตจัดในปี 2550 นะคะ ถ้าก้อยจำไม่ผิด ช่วงปลายปีด้วยค่ะ เพราะจำได้ว่าออกจากวัดแล้วเราก็ไปสักการะกรมหลวงชุมพร ซึ่งมีประชาชนล้นหลามค่ะ

picture-1787

 

 

 

 

เป็นครั้งแรกที่ก้อยมีโอกาสแวะเมืองชุมพรค่ะ เพราะทุกครั้งก็ได้แต่ผ่านมาและก็ผ่านไป ไม่เคยได้เข้าเมืองสักครั้งเดียว

picture-1796picture-1808picture-1801

picture-1809picture-1820picture-1827

 

ออกจากศาลกรมหลวงชุมพรฯ พวกเราก็ตรงกลับบ้านทันทีค่ะ แต่ก็อดที่จะแวะเข้าห้องน้ำที่สวยที่สุดในประเทศไทยไม่ได้ … จริง ๆ ก็คือแวะซื้อของนั่นแหละค่ะ

picture-1834ใครที่ผ่านไปผ่านมาและเห็นป้ายแจ้งของสวนนายดำ ก็แวะไปได้นะคะ นอกจากห้องน้ำสวยและสะอาดแล้ว ยังมีร้านอาหาร และของฝากต่าง ๆ มากมาย รวมถึงต้นลีลาวดีหลากหลายสายพันธุ์ด้วยค่ะ หอม ๆ ทั้งนั้นเลย

picture-1841picture-1845picture-1848





เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย

14 11 2008

ช่วง 2-3 วันมานี้ก้อยรับฟังแต่เรื่องเจ็บและตาย หดหู่จังเลยค่ะ

รู้ทั้งรู้นะคะว่าเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ใครที่เกิดแล้วไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย เป็นเรื่องแปลก แต่เราก็ยังทำใจไม่ได้สักที รวมถึงก้อยเองด้วยแหละ คงเป็นเพราะความผูกพัน ที่ทำให้คนเรามีความรู้สึกรัก หวงแหน ไม่อยากให้จากไปไหน ถ้าเป็นแค่คนรู้จักก็จะรู้สึกสูญเสียนิดหน่อย แต่ถ้าเป็นพ่อเป็นแม่ เป็นคนในครอบครัว เราจะรู้สึกสูญเสียมากเป็นร้อย ๆ เท่าทีเดียว

มีใครบ้างไม่เคยสูญเสียคนที่รัก…ก้อยเองก็เคยสูญเสียมาแล้ว และก็ต้องทำใจไว้สำหรับการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ หรือแม้แต่การที่จะต้องเป็นฝ่ายจากไป เพราะอะไรก็ไม่แน่นอน … ความเปลี่ยนแปลง คือ ความแน่นอน…

วันนี้ก้อยไปงานศพคุณพ่อของเพื่อนร่วมงาน 2 คน คุณพ่อของทั้งคู่เสียชีวิตในเวลาใกล้เคียงกัน และโรคเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกค่ะ เพราะก้อยกำลังจะบอกว่าเป็นโรคฮิตมาก ๆ เริ่มจากอาการตับแข็ง ตามมาด้วยมะเร็งที่ตับ และจากไปด้วยอาการไตวาย …

วันนี้อีกเช่นกันที่ก้อยได้นั่งฟังเรื่องราวคร่าว ๆ ของน้องที่เสียคุณพ่อไป ก้อยไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่ฟังจากเพื่อนร่วมงานของน้องเค้า และก้อยก็เห็นด้วยกับการคิดของน้องเค้า … ทุกข์ของเรา เราไม่ควรแบ่งปันให้คนอื่น … เพราะคนอื่น ๆ ก็มีเรื่องส่วนตัวต้องคิด ต้องรับผิดชอบ มากพอแล้ว … รับผิดชอบ และ ทำในส่วนของเราให้ดีที่สุดก็พอ แล้วจะไม่มีคำว่า “เสียใจ”

ขอเป็นกำลังใจกับทุกคนที่มีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ค่ะ





พระบรมราโชวาท…3

14 11 2008

 att1624712

“…วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและประชาชนโดยทั่วไป มีความเปลี่ยนแปลงมาตลอดเนื่องมาจากความวิปริตผันแปรของวิถีทางแห่งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่น ๆ ของโลก ยากยิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้ จึงต้องระมัดระวัง ประคับประคองตัวเรามากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการอยู่โดยประหยัด เพื่อที่จะอยู่ให้รอดและก้าวหน้าต่อไปได้โดยสวัสดี…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่

วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑

 

“…ถ้าเราคิดดี ทำดี ไม่ใช่แต่ปากนะ ทำอย่างดีจริง ๆ คือ สร้างสมสิ่งที่ดีด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่เรียกว่าดี หมายความว่า ไม่เบียดเบียนผู้อื่น สร้างสรรค์ ทำให้มีความเจริญ ทั้งวัตถุ ทั้งจิตใจ แล้วไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัวเพราะผู้ที่ทำในสิ่งที่บริสุทธิ์ แม้ถึงจะตายก็ตายดี…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน มูลนิธิองค์กรต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา

ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต

วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๘

 

“…คนดีทำให้คนอื่นดีได้ หมายความว่าคนดี ทำให้เกิดความดีในสังคม คนอื่นก็ดีไปด้วย ความเลวนั้นจะทำให้คนดีเป็นคนเลวก็ยาก แต่เป็นไปได้ ถ้าคนดีเข้มแข็งในความดี จะทำให้คนเลวมาทำให้คนดีเป็นคนเลวยาก สำคัญอยู่ที่ความเข้มแข็งของคนดี…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา

ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

วันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙

 

“…เรามีบ้านเมืองแล้ว เราต้องรักษาไม่ใช่ทำลาย ใครอยากทำลายบ้านเมืองก็ทำลายเข้า เชิญทำลาย เราสู้ แต่ว่าผู้ที่จะทำลายระวังดี ๆ คือว่าผู้ที่อยากทำลายนั่นไม่ใช่ว่าเขาอยากทำลายเพื่ออะไร แต่เขาทำลายตัวเอง น่าสงสาร ส่วนมากเขาทำลายตัวเอง…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน มูลนิธิ องค์กรต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา

ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต

วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๘

 

“…ถ้าเราฟังคนที่มีความรู้เราก็ได้ความรู้ ไม่ใช่ความรู้ที่จะมาสอนคนโน้นคนนี้ได้ แต่ได้ความรู้ที่จะปฏิบัติได้…ถ้าเราฟังคนแล้วก็ฟังจริง ๆ แต่ต้องพิจารณา อันนี้เป็นข้อสำคัญ…ต้องพิจารณาว่า ที่ท่านพูดนั้นถูกต้องหรือไม่ ถ้าพูดถูกต้องปฏิบัติได้ เราก็ดี เราก็ได้ประโยชน์ ส่วนรวมก็ได้ประโยชน์ เพราะว่าเราเอาความรู้ที่ท่านพูดไปปฏิบัติต่อ…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา

ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต

วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๗

 

“…เวลานี้ บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ทางที่เราจะช่วยกันได้ ก็คือการที่ทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัวและความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระลง ต้องหันหน้าปรึกษากันด้วยความรู้คิด ด้วยความเป็นญาติมิตร และเป็นไทยด้วยกัน…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่

วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๒

 

“…ท่านทั้งหลายที่สำเร็จการศึกษาและจะได้ออกไปประกอบการงานเริ่มต้นชีวิตใหม่ของท่านนั้น ข้าพเจ้าขอฝากคติไว้เป็นเครื่องกำกับใจ มีคุณธรรมข้อหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งท่านต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ คือความสัตย์สุจริต ประเทศบ้านเมืองจะวัฒนาถาวรอยู่ได้ก็ย่อมอาศัยความสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐาน ท่านทั้งหลายจะออกไปรับราชการก็ดี หรือประกอบกิจการงานส่วนตัวก็ดี ขอให้มั่นอยู่ในคุณธรรมทั้ง ๓ ประการ คือ สุจริตต่อบ้านเมือง สุจริตต่อประชาชน และ สุจริตต่อหน้าที่ ท่านจึงจะเป็นผู้ที่ควรแก่การสรรเสริญของมวลชนทั่วไป…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่นิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พระราชทานเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๔๙๗





พระบรมราโชวาท…2

14 11 2008

pic02275

“…งานพัฒนาบ้านเมืองนั้น ต้องอาศัยบุคคลสองประเภท คือนักวิชาการกับผู้ปฏิบัติ นักวิชาการเป็นผู้วางโครงการ เป็นผู้นำ เป็นผู้ชี้ทาง เป็นที่ปรึกษา ของผู้ปฏิบัติ ส่วนผู้ปฏิบัตินั้นเป็นผู้ลงมือลงแรงกระทำงาน งานจะได้ผลหรือไม่เพียงไรขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสองฝ่ายนี้ ถ้ามีความเข้าใจและร่วมงานกัน ก็ไม่มีอุปสรรค ได้ผลงานเต็มเม็ดเต็มหน่วย…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๑๓

 

“…การทำงานอย่างให้มีคุณภาพ ให้ได้ผลบริบูรณ์ จะทำอย่างไรเบื้องต้น ต้องทำความเห็นให้ถูกต้องในงานที่จะทำเสียก่อน โดยใช้ปัญญาไตร่ตรองให้เห็นเหตุที่แท้ ผลที่แท้ ที่ถูกต้องตรงตามเป้าหมายที่พึงมุ่งหวัง แล้ววางแผนการอันแน่นอนที่จะดำเนินการต่อไป ด้วยหลักวิชา ด้วยความร่วมมือปรองดองกัน และสำคัญที่สุด ต้องมีความพากเพียรไม่ย่อหย่อน ในอันที่จะกระทำต่อไปจนกว่าจะเป็นผลสำเร็จ…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๖

 

“…การนำบทบัญญัติที่ปฏิบัติไม่ได้ตามสภาพที่เป็นจริงของชีวิตมาบังคับใช้ เป็นต้นเหตุแห่งความเดือดร้อนแตกแยกในชาติและประชาชน บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะยังความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นได้ ต้องตราขึ้นตามสภาพการณ์และสภาพชีวิตที่แท้จริงของบ้านเมืองและบุคคล…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตร ของสำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา

ณ ศาลาดุสิดาลัย

วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๑๔

 

“…สิ่งใดที่เห็นว่าถูกต้องแล้ว ท่านจะต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะพาให้เกิดความท้อถอย ทำให้มีคนทำงานจริงน้อยลง งานทุกอย่าง คุณธรรมทุกอย่าง จะเสื่อมทรามลงจนหมดสิ้น เมื่อท่านกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ก็จะเป็นตัวอย่าง ชักนำผู้มีความรู้สติปัญญาทั้งหลาย ให้มีกำลังใจและมีความเข้มแข็งที่จะปฏิบัติเช่นเดียวกัน…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๑๔

 

“…หากบุคคลใดมีความรู้สูงแต่ขาดหิริโอตตัปปะ คือไม่มีความละอายต่อบาป นำความรู้นั้นไปใช้ในทางมิชอบ ก็จะทำให้สังคมเดือดร้อน…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๐๖

  

“…ทุก ๆ สิ่งมีชีวิต และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีชีวิต ระเบียบการอะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ แล้วถ้าเปลี่ยนโดยวิธีพูดกันรู้เรื่อง คือเจรจากันอย่างถูกหลักวิชาที่แท้ ที่สูงกว่าหลักวิชาในตำรา ก็จะหมดปัญหา แต่ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนไปแล้วก็เปลี่ยนอย่างตายตัวไปเลย เมื่อสถานการณ์ไม่อำนวย ก็เปลี่ยนต่อไปได้โดยไม่ต้องทะเลาะกันอย่างหนัก จนกระทั่งทำให้เสียหาย จนทำให้ประเทศไทยกลับเป็นประเทศที่ล้าหลัง…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔