ประวัติเอกสารสำหรับ มกราคม, 2009

โอพระเจ้า!!!

มกราคม 21, 2009

ในสมัยย้อนหลังไป 10 ปี มีชายชราคนหนึ่งไปเที่ยวที่ชายหาดชะอำ
ขณะกำลังเดินเล่นเลาะไปตามชายหาด ก็มีหญิงสาวสวยในชุดบิกินี่ นอนอาบแดดที่ชายหาด ชายชราก็เดินเข้าไปหาหญิงสาวด้วยความมั่นอกมั่นใจ แล้วก็เอ่ยปากกระซิบถามว่า

   ”อีหนู ลุงขอจับนมหน่อยได้ไหม” ตาแก่ถามแล้วทำหน้าตากระลิ้มกระเหลี่ย
   ”ไปให้พ้นนะ ตาแก่บ้ากาม” หล่อนด่าอย่างไม่แยแส
   ”ขอจับนมหน่อย เดี๋ยวให้เงินร้อยนึง” ตาแก่ยังไม่ละความพยายาม
   ” ร้อยนึง? จะบ้าหรือไง ไปให้พ้น!! ” หล่อนไล่อีก พูดแล้วก็เมินหน้าหนี
   ”ขอจับนมหน่อยเหอะน่า ให้ห้าร้อยเลยเอ้า” ตาแก่ต่อรอง อย่างมีความหวัง
   ”ไม่ได้ไปให้พ้น” หล่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรเลย
   ”งั้นพันนึง!”ตาแก่เพิ่มวงเงิน
   หญิงสาวเริ่มรู้สึกลังเล แต่แล้วก็ได้สติ “บอกว่าไม่ได้ พูดไม่รู้เรื่องหรือไง”
   ”งั้นให้ห้าพันเลยเอ้า ขอจับนมแค่นิดเดียวเท่านั้น” ตาแก่ทำตาละห้อยขอร้อง

   หญิงสาวนึกในใจว่า เขาแก่มากแล้ว ดูท่าทางก็ไม่น่ามีพิษมีภัยอะไร อีกอย่างเงินห้าพันนี่ ในสมัยโน้นก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยบอกไปว่า “ก็ได้แต่ให้จับแค่แป๊บเดียวนะลุง” ว่าแล้วหล่อนปลดสายบิกินนี่ท่อนบนออก แล้วตาแก่ก็สอดมือเข้าไปถูนวด ลูบคลำเต้านมของหญิงสาว
   ลูบพลางก็รำพึงว่า “โอ พระเจ้า ! โอ พระเจ้า! โอ พระเจ้า!” ไม่ขาดปาก
   ด้วยความสงสัย หญิงสาวเลยถามว่า “ทำไมลุงต้องพูดว่า โอ พระเจ้า ! โอพระเจ้า! โอ พระเจ้า! ด้วยล่ะลุง”
   ตาแก่พึมพำตอบขณะที่มือยังลูบคลำบีบนวดเต้านมของหญิงสาว!โอ พระเจ้า โอพระเจ้า! โอ พระเจ้า ชาตินี้ลูกจะไปหาเงินห้าพันได้จากที่ไหน” ฮิๆๆๆๆ  201313

ทำไมต้องสวมแหวนแต่งงานที่นิ้วนางด้วย?

มกราคม 21, 2009

เคยสงสัยกันบ้างมั้ยคะว่าทำไมต้องสวมแหวนแต่งงานที่นิ้วนาง….

ก้อยไม่เคยสงสัยเลยค่ะ…เป็นคนเชื่อคนง่ายค่ะ แต่บังเอิญมี Forward Mail เรื่องนี้ส่งมาถึงก้อย 4 – 5 ครั้งแล้วล่ะค่ะ ครั้งนี้ก็เลยตัดสินใจเอามาฝากเพื่อนในบล็อคดีกว่า ลองทำดูนะคะ จะได้รู้ด้วยตัวเองค่ะ

ลอง แบมือ 2 ข้าง เข้าหากัน (พูดง่าย ๆ ก็ท่าไหว้นั่นแหละค่ะ) แล้ว งอนิ้วกลางลง เอา หลังนิ้วกลาง ทั้ง 2 ข้าง มาชนกัน

ทีนี้นิ้วที่เหลือ ก็คือ โป้ง/ ชี้/นาง/ ก้อย ก็ให้เอาปลายนิ้วมาชนกัน

ลองปล่อยนิ้วที่เอาปลายชนกัน ให้ออกจากกัน ทีละนิ้ว โดยที่ นิ้วกลางยังคงงอแตะกันอยู่

จะพบว่า นิ้วชี้ ก็ปล่อยจากกันได้ / นิ้วโป้งก็ปล่อยจากกันได้/ นิ้วก้อย ก็ปล่อยจากกันได้ อย่างสบายๆ

แต่นิ้วนาง กลับปล่อยออกจากกันไม่ได้

นั่นเป็นเพราะ …

- นิ้วกลาง แทน ตัวเราเอง

- นิ้วโป้ง แทน พ่อแม่ ซึ่งวันหนึ่งท่านก็ต้องจากเราไป

- นิ้วชี้ แทน พี่น้อง ซึ่งเขาก็ต้องไปมีชีวิตของเขาเอง

- นิ้วก้อย แทน ลูก พอโตขึ้น ลูกก็ต้องไปมีชีวิตของตัวเอง / มีสังคม, ครอบครัว ของตัวเอง

- นิ้วนาง แทน ‘คู่ชีวิต’ ทีนี้ก็เหลือแค่ ‘คู่ชีวิต’ แล้วล่ะ ที่จะอยู่กับเราไปจนแก่ til death do us part

นั้นแน่…..แอบทำอยู่……….ช่าย….ม่า

ไปเกาะคอเขากันดีกว่า

มกราคม 21, 2009

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b2

ตามมาเลยค่ะ วันนี้จะพาไปเที่ยวเกาะคอเขา จังหวัดพังงาค่ะ

จากภูเก็ตไปตามเส้นทางเขาหลักนะคะ พ้นเขาหลักก็ขับรถไปเรื่อย ๆ จะเห็นป้ายบอกทางเข้าด้านขวามือค่ะ เลี้ยวเข้าไปเลยค่ะ ก้อยเพิ่งจะเคยเข้าไปเป็นครั้งแรก ไม่ชำนาญเส้นทางค่ะ อาศัยถามทางจากคนแถวนั้น … วิธีการนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์เจ้าค่ะ

จุดหมายปลายทางที่จะต้องไปให้ถึงคือท่าเทียบเรือ หรือเรือข้ามฟากนี่แหละค่ะ เพราะเราจะต้องนำรถลงเรือข้ามไปยังเกาะคอเขา …ตื่นเต้นจังเลย คนที่คอยอำนวยความสะดวกบอกให้ถอยหลังลงเรือด้วยค่ะ

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b22

 

ไม่ใช่เดินถอยหลังค่ะ แต่ให้ถอยหลังรถยนต์ ทางก็ไม่ได้กว้างมากนัก ถ้าถอยผิดก็ลงทะเลนะเนี่ย…แต่ใคร ๆ ก็ทำได้ เพราะฉะนั้น ก้อยก็ต้องทำได้ค่ะ

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b23

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b24

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b25

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b26

เพื่อนร่วมทางมีทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ค่ะ บางคนก็มีบ้านอยู่บนเกาะ บางคนก็ไปเที่ยว ไปพักผ่อน เพราะที่เกาะคอเขามีโรงแรมให้เลือกหลายโรงแรมเหมือนกันค่ะ ก้อยเองก็ไม่มีรายละเอียดอะไรมากนัก เอาไว้วันหลังมีโอกาสไปสำรวจทั่วเกาะค่อยบอกกล่าวก็แล้วกันค่ะ วันนี้แค่น้ำจิ้ม… แค่แนะนำที่เที่ยวสำหรับใคร ๆ ที่เที่ยวภูเก็ต / พังงาจนทั่วแล้ว ให้เกาะคอเขาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกค่ะ

สำหรับการเดินทางของก้อยทริปนี้มากับครอบครัวค่ะ จุดหมายปลายทางไม่ใช่การหาที่พักเพื่อพักผ่อนแน่นอนค่ะ ไม่ได้มาหาญาติด้วย …

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b27

ก็บอกแล้วว่ามากับครอบครัว คุณแม่ คุณป้า คุณน้า ฯลฯ เพราะฉะนั้นจุดหมายปลายทางของทริปเกาะคอเขาในวันนี้ คือ วัดค่ะ…

วัดกันตาดาราม หรือ วัดทุ่งตึก วัดนี้ไม่ธรรมดาแน่นอนค่ะ ไม่งั้นจะดั้นด้นมาจากภูเก็ตเหรอคะ..นั่นแน่ !!! พอจะเดาได้แล้วใช่มั้ยคะว่ามาทำไม อิอิอิ

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b28

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b29

e0b980e0b881e0b8b2e0b8b0e0b884e0b8ade0b980e0b882e0b8b210

ความสุขของผู้ชาย

มกราคม 21, 2009

happiness

สายลมแห่งการให้อภัย

มกราคม 20, 2009

getattachment11

getattachment2

getattachment4

 

getattachment31

สมน้ำหน้า

มกราคม 20, 2009

m2285759-01

 

m2285759-11

 

m2285759-21

ทานข้าวกล้อง 2 อาทิตย์

มกราคม 20, 2009

ถ้านับจากวันที่เริ่มต้นทานข้าวกล้องอย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็ต้องนับตั้งแต่วันที่ 7 มกราคม 2552 ค่ะ ที่พนักงานของสุโขสปาประมาณ 30 คน เข้าโครงการทานข้าวกล้อง ซึ่งเราทำกันแบบจริงจังมากเลยนะคะ มีการวัดความดัน ชั่งน้ำหนัก และตรวจน้ำตาลในเลือด เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง หลังจากทานครบ 1 เดือน

การตรวจวัดจะทำทุก ๆ 7 วัน ซึ่งหลังจาก 7 วันผ่านไปหลาย ๆ คนน้ำหนักตัวลดลง รวมถึงรอบเอวด้วย แต่ก็มีบางคนเช่นกันที่เพิ่มขึ้นนิดหน่อย เพราะเราไม่ได้เข้มงวดกับการทานมากนัก เพียงแต่ให้คำแนะนำคร่าว ๆ และแนะให้เห็นถึงประโยชน์ของการทานอาหารที่ไม่ปรุงแต่งด้วยผงชูรส และน้ำตาล ตลอดจนถึงการไม่ทานเนื้อสัตว์ จำพวกเนื้อหมู เนื้อวัว ในบางมื้ออาจจะมีเนื้อไก่ได้บ้าง แต่ก็พยายามเลือกไก่บ้าน แต่เน้นให้ทานปลา และผักต่าง ๆ ที่มีในท้องถิ่นค่ะ

นอกจากนี้ส่วนสำคัญที่สุดของการทานอาหารแบบแมคโครไบโอติกส์ คือทานข้าวกล้อง ซึ่งหลาย ๆ คนคงจะทราบกันดีอยู่แล้วถึงประโยชน์ของการทานข้าวกล้อง ใช่มั้ยคะ สำหรับข้าวกล้องที่ทางครัวหุงให้ทานก็มีทั้งข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวสังข์หยด และข้าวสีนิล ค่ะ

พรุ่งนี้ก็จะชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว และตรวจน้ำตาลในเลือดอีกครั้งค่ะ ผลออกมาเป็นอย่างไรจะมาเล่าให้ฟังนะคะ แต่สำหรับ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ทุกคนตอบตรงกันว่าระบบขับถ่ายดีขึ้นมาก บางคนไม่เคยถ่ายทุกวันก็ได้ถ่ายทุกวัน และรู้สึกตัวเบากว่าเดิม คล่องตัวขึ้น ทานข้าวได้มากขึ้น และไม่หิวบ่อยเหมือนวันแรก ๆ ค่ะ

สำหรับใคร ๆ ที่มองหาทางเลือกที่ดีเพื่อสุขภาพ ก้อยขอแนะนำให้รู้จักกับอาหารแมคโครไบโอติกส์ค่ะ ลองศึกษาและทำความรู้จักนะคะ แล้วคุณก็จะเห็นด้วยตัวเองว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ ค่ะ และบางสิ่งบางอย่างก็เป็นสิ่งที่ปู่ ย่า ตา ยาย ของพวกเราทำกันมาช้านานแล้ว

“You are what you eat”

กินข้าวกล้องไม่ต้องกลัวอ้วน

มกราคม 20, 2009

 มีสาระมาฝากอีกแล้วค่ะ…เนื้อหาเยอะนิดนึงนะคะ แต่เพื่อสุขภาพที่ดีของเราทุกคน ทนอ่านนิดนึงนะคะ ก้อยเข้าใจว่าเนื้อหาพวกนี้จะช่วยให้คนที่กำลังลังเลกับการกินแบบแมคโครไบโอติกส์ ตัดสินใจได้ดีขึ้นค่ะ เพราะในการกินแบบแมคโครไบโอติกส์ เราจะต้องกินข้าวกล้องมากถึง 50% คือเน้นข้าวมากกว่ากับค่ะ และเพื่อให้พวกเรามีความสุขกับการทานมากขึ้น คุณหมอนงธนัญจึงรวบรวมประโยชน์ของข้าวกล้องมาให้พวกเราได้ศึกษากัน และก้อยก็นำมาเผยแพร่ต่อค่ะ… 

…ข้าวกล้องมีโปรตีนประมาณ 7-12% แล้วแต่ว่าเป็นข้าวพันธุ์ใด ข้าวกล้องแต่ละพันธุ์อาจมีสีที่แตกต่างกัน เช่น ข้าวกล้องหอมมะลิมีสีน้ำตาลอ่อน ข้าวกล้องสังข์หยดมีสีแดง หรือข้าวกล้องสีนิลมีสีม่วงเข้มเกือบดำ เป็นต้น ไม่ว่าจะมีสีใดก็ตาม ข้าวกล้องจะต้องมีส่วนของจมูกข้าวและรำข้าวติดอยู่ด้วยเสมอ ดังนั้น หากข้าวมีสีแดงแต่ไม่มีจมูกข้าวและรำข้าวติดอยู่ ก็ไม่เรียกว่าเป็นข้าวกล้อง

ในข้าวกล้องมีสารเส้นใยสูงมากกว่าข้าวขาว 3-7 เท่า การกินข้าวกล้องจะได้สารเส้นใยไปพร้อมๆกับสารอาหารบำรุงร่างกายสารพัดชนิด สารเส้นใยนี้จะช่วยซับเอาน้ำมันและน้ำตาลที่กินเข้าไปล้นเกิน ทิ้งเป็นกากอุจจาระ ซึ่งนอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักแล้ว ยังสามารถช่วยควบคุมระดับไขมันและระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงเกินไป และเมื่อมีกากอุจจาระมากขึ้น ก็ทำให้การขับถ่ายดีขึ้นช่วย ลดอาการท้องผูกได้อีกด้วย

นอกจากนี้ สารเส้นใยยังทำให้คนกินข้าวกล้องอิ่มนานกว่าคนกินข้าวขาวและไม่อยากกินจุบจิบ เนื่องจากการย่อยสารเส้นใยใช้เวลานาน และการที่ใช้เวลาในการถูกย่อยนานนี้เองทำให้น้ำตาลในแป้งของข้าวกล้องถูกปล่อยออกมาสม่ำเสมอไม่เร็วเกินไป ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ ทำให้ไม่รู้สึกอยากกินของหวานหรืออาหารระหว่างมื้อ ต่างจากการย่อยข้าวขาวซึ่งมีแต่คาร์โบไฮเดรตล้วนๆซึ่งจะถูกย่อยเร็ว ทำให้น้ำตาลในแป้งออกมาสู่ร่างกายมากและไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้น้ำตาลในร่างกายสูงเร็วพรวดพราดและไม่คงที่ ทำให้หิวเร็ว ไม่เหมาะสมกับผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักหรือผู้ที่มีเป็นโรคเบาหวาน

คุณค่าทางอาหารอื่นๆที่ทำให้ข้าวกล้องมีประโยชน์มหาศาลก็คือ วิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่มีอยู่มากกว่าในข้าวขาวหลายเท่าตัว เช่น วิตามินบี 1 และบี 2 ซึ่งช่วยในการเผาผลาญอาหาร ช่วยให้การย่อยและการขับถ่ายดีขึ้น ทำให้ระบบประสาททำงานได้ดี จึงรู้สึกสดชื่นกระฉับกระเฉง กระปรี้กระเปร่าไม่ซึมเศร้า ความจำดี ป้องกันและบรรเทาอาการตาสู้แสงไม่ได้ และคอยควบคุมรักษาสุขภาพของผิวหนัง โดยร่วมด้วยช่วยกันกับแร่ธาตุสังกะสี (ที่พบมากในข้าวกล้องพันธุ์สังข์หยด) ช่วยลดอาการผื่นคัน ทำให้ผิวพรรณผ่องเป็นนวลใยอย่างที่คนโบราณเขาเรียกกันว่า “ผิวนวลข้าว”

 วิตามินบีอีกชนิดคือ บี3 เป็นตัวสำคัญในการสังเคราะห์ฮอร์โมนสืบพันธุ์ เมื่อรวมกับแร่ธาตุเซเลเนียมในข้าวกล้องก็จะช่วยลดอาการหงุดหงิด สวิงสวาย หน้ามืด อ่อนเพลีย ร้อนวูบวาบ ซึ่งเป็นอาการของวัยหมดหรือใกล้หมดประจำเดือนได้ดี

สำหรับกลุ่มวิตามินบี 5-บี12 นั้น ช่วยในการเผาผลาญและใช้แป้ง ไขมันและโปรตีนให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย ลดอาการบวมน้ำ ควบคุมการทำงานของสมองและอารมณ์ให้อยู่ในสภาพที่ปกติ และช่วยชะลอความชรา ลดความเสื่อมสมรรถภาพของอวัยวะต่างๆ ประกอบกับในข้าวกล้องมีวิตามินอีซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมาช่วยป้องกันปัญหาอันเกิดจากการแก่ก่อนวัย ริ้วรอยตีนกา รอยกระแก่ตามผิวหนังก็ไม่เกิดขึ้นก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ วิตามินอียังป้องกันไม่ให้เลือดไปอุดตันตามหลอดเลือด ช่วยลดอาการกำเริบของโรคหัวใจหรืออัมพฤต อัมพาต

นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วในข้าวกล้องยังมีสารอาหารอีกหลายชนิดที่สามารถช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายแทบทุกระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสรุปแล้ว เมื่อกินข้าวกล้องเป็นประจำ จะช่วยป้องกัน บรรเทา หรือแม้แต่รักษาปัญหาสุขภาพต่างๆได้มากมายดังนี้:

  • Ø อ้วนหรืออ้วนง่ายหรือมีปัญหาในการลดความอ้วน
  • Ø ท้องผูก
  • Ø ไขมันในเลือดสูง
  • Ø น้ำตาลในเลือดสูงหรือเป็นโรคเบาหวาน
  • Ø ตาสู้แสงไม่ได้ คันตาและแสบลูกตาเป็นประจำ หรือการมองเห็นไม่เป็นปกติ
  • Ø คันตามผิวหนัง มีอาการผิวหนังอักเสบหรือใบหน้ามีผื่นแดงบ่อยๆ
  • Ø ภูมิต้านทานต่ำ หรือเป็นภูมิแพ้ หอบหืด
  • Ø กล้ามเนื้อไม่มีแรง เหนื่อยง่าย
  • Ø ชาหรือเป็นตะคริวที่ขา
  • Ø ปวดไขข้อ หรือเจ็บขัดๆตามข้อต่างๆ
  • Ø อ่อนเพลีย ซึมเศร้า
  • Ø กระวนกระวาย หงุดหงิด
  • Ø นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท
  • Ø ปวดศีรษะเรื้อรัง
  • Ø โลหิตจาง ซีด
  • Ø มีอาการบวมน้ำในระยะก่อนมีประจำเดือน
  • Ø มีอาการของวัยทอง เช่น หงุดหงิด สวิงสวาย อ่อนเพลีย หน้ามืด ร้อนวูบวาบฯลฯ
  • Ø ความจำเสื่อม
  • Ø ระบบประสาทผิดปกติ ปลายประสาทอักเสบ
  • Ø การรับรู้รส หรือกลิ่นไม่ดี
  • Ø แก่ก่อนวัย
  • Ø ผมร่วงหรือหงอกก่อนวัย

ใครอยากมีรูปร่างสมส่วน ผิวพรรณผ่องใส อารมณ์ดี สดชื่นแจ่มใส มีเรี่ยวแรงมาก แก่ช้า สมองดี ไม่หลงลืม สุขภาพโดยรวมดี  ภูมิต้านทานดี ไม่เจ็บไม่ป่วย ต้องกินข้าวกล้องกันทุกมื้อนะคะ

e0b882e0b989e0b8b2e0b8a7-5-e0b8aae0b8b5

Sliming Body White

มกราคม 19, 2009

สลิมมิ่งบอดี้ไวท์ คือชื่อคอร์สเพื่อความงามของ Dreamz Cosmetics ที่ก้อยมีโอกาสได้ทดลองใช้บริการ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี่เองค่ะ ก็เลยจะมาเล่าให้ฟังว่าทำอะไรไปบ้าง

ที่มาที่ไปของการไปใช้บริการในครั้งนี้มาจากความปรารถนาดีของเจ้านายค่ะ ที่ยื่น Gift Voucher มาให้…ต้องขอบคุณเจ้านายมาก ๆ นะคะ แต่ก้อยก็เกือบลืมไปเลยอ่ะค่ะ เพราะว่าช่วงนี้มีวันหยุดค่อนข้างบ่อยไงคะ ก้อยก็ตอแหหลไปเรื่อยแหละค่ะ พอนึกขึ้นมาได้ว่ามี Gift Voucher ก็หาไม่เจออีก…ใช้เวลาในการรื้อฟื้นความทรงจำตั้ง 2 วันแน่ะค่ะ อิอิอิ ก็ป้าแก่แล้วนิ

คุยซะเพลินเลย คุณอ่างยิ่งบ่น ๆ อยู่ด้วยว่าคุณน่ะเอาอะไรมาเขียนก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด เราขี้เกียจอ่านแล้ว…ก็…นะ…กำลังพยายามไล่ตามคุณอ่างอยู่นี่ไงล่ะ

เข้าเรื่องดีกว่า…ไอ้เจ้าคอร์สสลิมมิ่งบอดี้ไวท์ตัวนี้ ก็มีการจัดการตรงตัวเลยค่ะ หลังจากก้อยโทรฯนัดวัน/เวลา เรียบร้อยแล้ว ก็ไปถึงก่อนเวลานัด 15 นาที ตามธรรมเนียมค่ะ หลังจากนั้นพนักงานก็พาขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้น 3  เป็นห้องวีไอพีซะด้วย มี 2 เตียง และ 1 อ่างจากุสซี่ ค่ะ

หลังจากผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย พนักงานก็ให้ชั่งน้ำหนักค่ะ ใครที่เข้าสถานเสริมความงาม / ลดน้ำหนักบ่อย ๆ คงจะคุ้นเคยกับเจ้าตาชั่งนี้ดีนะคะ นอกจากบอกน้ำหนักแล้ว ยังบอกปริมาณไขมัน และน้ำ ในร่างกายได้ด้วยค่ะ…อะไรจะขนาดนั้นเนอะ

หลังจากนั้นก็เป็นการขัดตัวแบบง่าย ๆ แล้วใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นเช็ดออกค่ะ ต่อด้วยการปั่นไขมันหน้าท้องและต้นขา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ก้อยมีโอกาสใช้บริการเครื่องนี้ แรก ๆ ก็กลัวนะคะ จั้กจี้ด้วยค่ะ ต้องขอเวลาปรับอารมณ์ประมาณ 2-3 นาที ก่อนจะเริ่มปั่นต่อ พอจะนึกภาพเจ้าเครื่องนี้ออกมั้ยคะ เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้า ตัวสูงประมาณเตียงนวด แล้วก็มีปุ่มอะไรต่อมิอะไร และก็มีท่อยาว ๆ ที่หัวเป็นคล้าย ๆ เบ้าขนมครก 4 เบ้า แต่โตกว่าขนมครกโดยทั่วไปเยอะค่ะ พนักงานก็จะเปิดเครื่องปรับแรงปั่นให้พอดี แล้วก็เอาเจ้าเบ้าขนมครกที่ว่าวางบนหน้าท้อง แล้วเคื่องก็ทำงานไปเรื่อย ๆ สนุกดีค่ะ พนักงานก็จะคอยจับเลื่อนไปยังบริเวณต่าง ๆ รอบ ๆ หน้าท้อง …เกือบลืมแน่ะ ก่อนจะปั่นก็จะเอาครีมมาละเลงลงไปก่อนค่ะ ช่วยให้ลื่นไงคะ เสร็จจากหน้าท้องก็ตามด้วยต้นขาค่ะ แต่ที่ต้นขานี่ต้องเปลี่ยนหัวใหม่ ปากบาน ๆ ที่วางแล้วจะพอดีกับหน้าขาอ่ะค่ะ ก่อนจะปั่นก็ทาครีมเหมือนกันค่ะ ช่วงที่ปั่นขาก้อยก็เริ่มจะมีความรู้สึกร้อนวูบ ๆ วาบ ๆ ที่หน้าท้องค่ะ ใข้เวลาปั่นหน้าท้องกับสองขาก็ประมาณครึ่งชั่วโมงอ่ะค่ะ

เสร็จจากการปั่นให้ไขมันแตกตัวแล้วก็ต่อด้วยขั้นตอนของการกระชับค่ะ พนักงานก็เอาเจลเย็น ๆ มาละเลงที่หน้าท้อง แล้วก้เอาก้อนอะไรสักอย่างมาวางแหมะไว้ 4 ก้อน แล้วก็เอาเข็มขัดมารัดให้แน่น ๆ และก็ทำแบบเดียวกันกับต้นขา ขาละ 2 ก้อน หลังจากนั้นก็เปิดเครื่องให้ทำงานทีละตัว เริ่มจากหน้าท้องด้านซ้ายก่อน ต่อด้วยด้านขวา ขาซ้าย และก็ขาขวา ส่วนก้อยก็นอนสบาย ๆ รับรู้ความรู้สึกที่เกิดจากคลื่นไฟฟ้าที่ส่งผ่านอุปกรณ์ให้ทำงานบีบ ๆ คลาย ๆ นอนตามดูก็เพลินดีค่ะ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที … หลังจากนั้น … ยังค่ะ ยังไม่เสร็จสิ้นกระบวนความ 

ขั้นตอนต่อไปคือการแร็บ ก็เหมือนเดิมค่ะ พนักงานเอาครีมมาละเลงที่เดิม แล้วก็ใช้พลาสติคแร็บเฉพาะช่วงหน้าท้อง และหน้าขา เพราะก้อยบอกตั้งแต่ตอนต้นไงคะว่าต้องการลดหน้าท้อง กะ หน้าขา ขั้นตอนนี้ 15 นาที ค่ะ และช่วงที่เรานอนนิ่ง ๆ พนักงานก็จะนำเอา AHA. หรือกรดผลไม้นั่นแหละค่ะมาทาที่แขน ขา หลัง หน้าอก พูดง่าย ๆ คือส่วนที่ไม่ได้แร็บ ซึ่งตอนแรกก้อยก็ไม่รู้สึกอะไร พนักงานบอกว่าจะแสบ ๆ นิดนึงนะคะ ก้อยก็ไม่แสบอะไร แต่หลังจาก 5 นาทีไปแล้วมันก็ยุบยิบ ๆ บางจุดค่ะ…ทรมานนิดหน่อย พอหอมปากหอมคอ ก็อยากสวยนี่คะ ต้องทนเอาหน่อย ว่ามั้ยคะ

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วค่ะ…หลังจากแกะพลาสติคออกเรียบร้อยแล้วก็เช็ดครีมออก นวดผ่อนคลายให้นิดหน่อย แล้วก็ลงไปล้างตัว / แช่ตัวในจากุสซี่ หลังจากนั้นก็ชั่งน้ำหนักอีกรอบค่ะ เพื่อดูว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

ผลปรากฎว่า น้ำหนักลดลง 9 ขีด (ก้อยเข้าห้องน้ำ 2 ครั้ง) , ไขมันลดลง 2.4 ขีด พนักงานบอกว่าค่อนข้างมากค่ะ ส่วนตัวสุดท้ายคือน้ำ เพิ่มขึ้น .2 ค่ะ พนักงานบอกว่าอาจเป็นเพราะก้อยเพิ่งขึ้นจากน้ำมังคะ อิอิอิ ตอนแรกที่ชั่งนั้นตัวแห้งสนิท !!!

รวมแล้วก้อยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งค่ะ ถามว่าชอบมั้ย … ชอบค่ะ มีโอกาสได้ทดลองอะไรใหม่ ๆ แต่ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสำหรับก้อยค่ะ ซึ่งอาจจะเหมาะสำหรับคนอื่น ๆ ก็ได้ ใช่มั้ยคะ แต่ก็นั่นแหละค่ะ เรื่องความสวยความงามกับผู้หญิงเป็นอะไรที่หนีกันไม่ได้อยู่แล้วค่ะ ก็หวังว่าคงจะช่วยให้ใครหลาย ๆ คนหายสงสัยนะคะว่าคอร์สความงามเหล่านี้เค้าทำอะไรกันบ้าง ซึ่งบางคนอาจจะมีประสบการณ์ที่มากกว่าก้อย ก็แบ่งปันกันได้นะคะ อย่างที่บอกตั้งแต่ตอนต้นแหละค่ะว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ก้อยมีโอกาสใช้บริการแบบนี้ ค่ะ

น้ำตกลำรูใหญ่

มกราคม 18, 2009

e0b899e0b989e0b8b3e0b895e0b881e0b8a5e0b8b3e0b8a3e0b8b9e0b983e0b8abe0b88de0b988

และแล้วก้อยก็มาถึงน้ำตกลำรูใหญ่ หลังจากออกมาจากบ้านเกาะนก

น้ำตกลำรูใหญ่อยู่ที่ทับละมุค่ะ หาไม่ยาก มาจากภูเก็ตถึงทางแยกทับละมุก็ไม่ต้องเลี้ยวซ้ายนะคะ ขับมาอีกนิดเจอยูเทิร์นแรกให้ยูทันทีค่ะ แล้วก็เลี้ยวซ้ายทางแยกก่อนถึงที่ทำการไปรษณีย์ หาไม่ยากค่ะ

e0b899e0b989e0b8b3e0b895e0b881e0b8a5e0b8b3e0b8a3e0b8b9e0b983e0b8abe0b88de0b9882

 

วันนี้เป็นวันเสาร์…ที่น้ำตกคนเยอะมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ รถจอดข้างถนนยาวเหยียด ถ้าก้อยลงไปอีกคนอาจจะไม่มีที่ยืน อิอิอิ

วันนี้โอกาสไม่ดีเลยค่ะ คนเยอะจริง ๆ ก้อยเลยไม่มีโอกาสโผล่หน้าไปดูว่าน้ำตกหน้าตาเป็นยังไง แต่ไหน ๆ ก็มาแล้ว ไม่อยากให้เสียเที่ยว ก็เลยขับรถเข้าไปเรื่อย ๆ จนไปสุดทางที่เลี้ยวขวา เจอฝายกั้นน้ำ แล้วก็เลยลงไปเดินลุยน้ำเล่นแก้เซ็ง

e0b899e0b989e0b8b3e0b895e0b881e0b8a5e0b8b3e0b8a3e0b8b9e0b983e0b8abe0b88de0b9883

ข้างบนนี่ไม่มีคนเลยค่ะ เป็นพื้นที่ส่วนตัวมาก ๆ อาจจะเป็นเพราะถนนหนทางไม่ค่อยสะดวก คนเลยไม่ค่อยเข้ามา และก็ไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ คนก็เลยออกันที่ข้างล่างทั้งหมด เฮ้อ… ก้อยคงต้องหาโอกาสมาในวันธรรมดา ที่คนน้อย ๆ จะได้ลงไปดูว่าน้ำตกลำรูใหญ่หน้าตาเป็นยังไง…เนอะ

e0b899e0b989e0b8b3e0b895e0b881e0b8a5e0b8b3e0b8a3e0b8b9e0b983e0b8abe0b88de0b9884


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.