ตอนนี้มองไปทางไหนก็เห็นแต่คนหน้าเครียด ๆ ทั้งนั้นเลย เฮ้อ… ส่องกระจกก็เจอคนหน้าเครียดเหมือนกัน…มาจากไหนเนี่ย !!!
ภาวะอย่างนี้ถ้าปล่อยไว้เนิ่นนานต้องแย่แน่ ๆ ค่ะ
อันดับแรกสุดเลยคือสุขภาพจิตของตัวเอง อันนี้ต้องดูแลด้วยตัวเองค่ะ ใครก็เข้ามาปัดกวาดจิตใจของเราไม่ได้ นอกจากตัวเราเองเท่านั้น แต่บางครั้งเส้นผมก็บังภูเขา ใช่มั้ยคะ ไม่ได้การแล้วค่ะ ต้องหาตัวช่วย ไม่งั้นป้าก้อยแย่แน่ ยิ้มก็ไม่ค่อยจะเต็มหน้าสักเท่าไหร่
ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าแต่ละคนก็มีวิธีจัดการกับความเครียด หรือจัดการกับปัญหาไม่เหมือนกัน หรือจะพูดอีกอย่างก็ต้องบอกว่า..แตกต่าง…ใช่แล้วค่ะ อิอิอิ อย่าเครียดซีคะ สำหรับตัวก้อยเองก้อยใช้วิธีการระบายด้วยการพูดกับใครสักคนที่เราไว้ใจ หรือการเขียนทุกสิ่งทุกอย่างที่อัดอั้นตันใจ เขียนไปมาก ๆ เข้ามันก็จะรู้สึกเบาไปเองค่ะ ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ
สำหรับวันนี้ก้อยเลือกที่จะระบายโดยการพูด พูด พูด … พูดไปไม่ทันจบก็ถูกขัดด้วยประโยคเด็ดว่า “คุณเป็นเจ้าชีวิตเค้าเหรอ” นั่นดิ อึ้งไปเลยค่ะ
บรรลุมั้ย…บรรลุเลยค่ะ ไม่ต้องสาธยายอะไรต่อไปอีกแล้วสำหรับมุมนี้ ในฐานะลูกน้อง ถ้าก้อยมั่นใจว่าก้อยทำงานในหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง ก้อยจะหน้าบึ้งไปนิด หยิ่งไปสักหน่อย แต่ถ้าเจ้านายสั่งงานมาก้อยก็ทำให้เรียบร้อย แล้วเจ้านายจะเอาอะไรอีก… แล้วถ้าลูกน้องคุณไม่พูดไม่จา ทำหน้าบึ้ง มันทำให้คุณเดือดร้อนมากแค่ไหนเหรอ…จ๊ะ เจ้านายนะ ไม่ใช่เจ้าชีวิต
ก้อยก็แค่สะท้อนอีกมุมมองเท่านั้นค่ะ แต่เป็นมุมที่มองจากมุมที่ก้อยกำลังยืนอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งมันก็มีหลาย ๆ ปัจจัยมาประกอบเข้าด้วยกัน แต่รวม ๆ แล้ว ก็คือ การปล่อยวางค่ะ เพราะบางเรื่องเราไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้จริง ๆ ถ้าก้อยแบกมันไปด้วยทุกที่ต้องแย่แน่นอนค่ะ เข้าทำนองที่ว่าสอนคนอื่นสอนได้ แต่ตัวเองทำไม่ได้ไงคะ…สังคมและคนรอบข้างทำร้ายคุณมากพอแล้ว คุณก็อย่าช่วยซ้ำเติมโดยการทำร้ายตัวเองเลยค่ะ…
ความเห็นล่าสุด