ประวัติเอกสารสำหรับ มีนาคม, 2009

อีกครั้งกับ Ashtanga Yoga

มีนาคม 31, 2009

วันนี้ก้อยพาตัวเองมาฝึกโยคะได้แล้วค่ะ….ดีใจจังเลย

หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ มาหลายวัน ทั้ง ๆ ที่ใจน่ะอยากมาทุกวันแหละค่ะ แต่ตัวขี้เกียจมันช่วยกันยุดช่วยกันฉุดรั้งไว้ที่เตียงนอน พร้อมข้ออ้างให้กับตัวเองสารพัด จนผ่านไปเกือบ 2 เดือน และก้อยก็รู้สึกคิดถึง Mat มาก ๆ เลย … วันนี้ฤกษ์ดีค่ะ เพราะไม่มีประชุมติดต่อกันเกือบทั้งอาทิตย์ เหมาะกับการเริ่มต้นฝึกใหม่มากเลย

ก้อยมาถึงสตูดิโอตั้งแต่ 7.30 น. ยังไม่มีใครมาเลย … ไม่เป็นไรค่ะ ลงไปยืดเส้นยืดสายก่อน ไม่นานครูก็มาค่ะ แต่วันนี้ครูทิพย์ไม่ค่อยสบาย ก็เลยเป็นหน้าที่ของครูวิลเลี่ยม (สามีสุดเลิฟของครูทิพย์ค่ะ) ที่จะช่วยดูแลก้อย ซึ่งจริง ๆ แล้วครูวิลเลี่ยมจะเริ่มสอนวันที่ 5 เม.ย. ช่วงที่ครูทิพย์ไม่อยู่ประมาณ 1 เดือนค่ะ แต่วันนี้เริ่มสอนก่อนก็ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ใช่ปัญหาสำหรับก้อย เพราะเจอครูมาหลากหลายแล้ว อิอิอิ แต่วันนี้เป็นวันแรกหลังจากหยุดไปเกือบ 2 เดือน นี่ซีปัญหาใหญ่

เริ่มด้วยท่าสุริยนมัสการ ก้อยก็รู้สึกถึงความตึงของขา , หลัง , แขน ฯลฯ ผ่านไป 4-5 รอบ เหงื่อแตกพลั่กเลยค่ะ และก็รู้สึกว่ามีการตอบสนองที่ดีขึ้น ครูวิลเลี่ยมก็ช่วยในการผลัก การดัน การดึง มาก ๆ ค่ะ เพื่อให้ท่าสมบูรณ์ที่สุด … ไม่อยากบอกเลยว่าทรมานสุด ๆ … ครูก็คงไม่รู้หรอกว่าก้อยเกเรไปเกือบ 2 เดือน … คิดถึงครูทิพย์จังเลย

ก้อยเล่นไปด้วยความหวังค่ะ…หวังว่าจะมีใครสักคนมาช่วยดึงความสนใจครูวิลเลี่ยมไปจากก้อยบ้าง เล่นแบบตัวต่อตัวนี่ ชักจะไม่ไหวแย้วววววว

ในที่สุด…ความหวังก้อยก็เป็นจริง น้องเจ๊ะคนงามมาช่วยชีวิตก้อยจริง ๆ ค่ะ เป็นนางฟ้าน้อย ๆ ที่มาช่วยดึงความสนใจครูวิลเลี่ยมได้มาก ก้อยงี้โล่งใจไปเลยค่ะ…ขอบคุณน้องเจ๊ะมากนะคะ อาจเป็นเพราะน้องเจ๊ะเพิ่งมาฝึกไม่นาน ครูก็เลยต้องช่วยจับเกือบทุกท่า ทำให้ก้อยมีเวลาทำไปตามกำลังความสามารถ 555

กว่าจะถึงท่าศพ เรา 2 คนก็สะบักสะบอมค่ะ แต่รู้สึกดีมาก ๆ ได้เสียเหงื่อตอนเช้า ๆ นี่ดีจริง ๆ เลยค่ะ พรุ่งนี้เจอกันที่สตูดิโอนะคะ

เอาคืน

มีนาคม 30, 2009

ช่างตัดผมเพียงคนเดียวในเมืองเล็ก ๆ เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าเป็นคนหยิ่งจองหอง แถมยังปากร้าย เมื่อลูกค้าคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่ากำลังจะไปโรม และหวังจะได้เข้าเฝ้าพระสันตะปาปาด้วย ช่างตัดผมก็เพียงพูดว่า

“คุณน่ะเหรอ…จะเข้าเฝ้าพระสันตะปาปา อยากหัวเราะให้ฟันหัก พระสันตะปาปาน่ะ ท่านทรงพบเฉพาะพระราชากับประธานาธิบดีเท่านั้น พระองค์ท่านจะทรงอยากพบคุณไปทำไม”

อีกเดือนต่อมา ชายคนนั้นก็กลับมาตัดผมอีก “โรมเป็นไงบ้าง” ช่างตัดผมถาม

“ดี! ผมเห็นพระสันตะปาปาด้วย”

“จากจัตุรัสเซนต์ปีเตอร์น่ะซี รวมอยู่กับคนเป็นฝูงใช่ไหม” ช่างตัดผมว่า

“ใช่ แต่ รปภ. สองคนเข้ามาหาผม บอกว่าพระสันตะปาปาทรงอยากพบ แล้วรีบพาผมเข้าเฝ้าพระองค์ท่านที่ตำหนักในวาติกันเลย”

“จริงเหรอ” ช่างตัดผมถาม “แล้วท่านตรัสว่าอย่างไรบ้างล่ะ”

“ท่านว่า…ใครเป็นคนตัดผมทรงไม่เอาไหนให้ลูก”

ราคาสมอง

มีนาคม 30, 2009

เศรษฐีคนหนึ่งล้มป่วยหนัก “มีทางเดียวที่จะช่วยชีวิตคุณไว้ได้” หมอบอก “คือการผ่าตัดเปลี่ยนสมอง การผ่าตัดประเภทนี้ยังอยู่ในขั้นทดลอง และค่าใช้จ่ายแพงมาก”

“เงินไม่ใช่อุปสรรค” เศรษฐีผู้นั้นกล่าว “หมอหาสมองให้ได้หรือเปล่าล่ะ”

“มีสามราย รายแรกเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย แต่คุณจะต้องจ่าย 10,000 เหรียญ”

“ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจ่ายได้ รายที่สองล่ะ”

“เป็นของนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจรวด ราคา 100,000 เหรียญ”

“ผมมีเงิน แล้วผมก็จะฉลาดขึ้นอีกเยอะเลยด้วย รายที่สามล่ะ”

“รายที่สามเป็นของข้าราชการในวอชิงตัน รายนี้คุณต้องจ่าย 500,000 เหรียญ”

“สมองข้าราชการทำไมมันแพงนัก” คนไข้เศรษฐีโอด

“เพราะไม่เคยถูกใช้มาก่อน”

น้ำใจเศรษฐี

มีนาคม 30, 2009

ประธานมูลนิธิเพื่อการกุศล และอาสาสมัครฝ่ายหาทุน ขอเข้าพบนายสุดยอดขี้ตืด “ท่านครับ” อาสาสมัครฝ่ายหาทุนกล่าวขึ้น “บันทึกข้อมูลของเราแสดงว่า แม้ท่านจะร่ำรวยมหาศาล แต่ท่านไม่เคยบริจาคให้มูลนิธิของเราเลย”

“แล้วข้อมูลของคุณบอกด้วยหรือเปล่าว่า คุณแม่แก่ชราของผมไม่มีเงินซักแดง ตอนคุณพ่อผมตาย” จอมตืดโวย “แล้วผมก็ยังมีน้องชายพิการทำงานไม่ได้ มีน้องสาวม่ายลูกติดยังเล็ก และชักหน้าไม่ถึงหลัง”

“เอ้อ ไม่เลยครับ” อาสาสมัครตอบอึกอัก “เราไม่มีข้อมูลดังกล่าวเลยครับ”

“เอาล่ะคุณ ผมไม่เคยให้เงินคนพวกนี้ซักแดง แล้วเรื่องอะไรผมจะต้องให้คุณ”

เหตุผลดี ๆ ที่ควรออกกำลัง

มีนาคม 30, 2009

การออกกำลังทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นในหลายด้าน และหนึ่งในเหตุผลที่น่าตื่นเต้นที่สุดก็คือ ผลของมันที่มีต่อรูปลักษณ์ของเรา ใครก็ตามไม่ว่าจะสวยหรือไม่แค่ไหน ก็สามารถดูดีขึ้นได้อย่างมากด้วยการออกกำลังกาย และนี่คือผลประโยชน์บางอย่างจากการออกกำลังกาย

  1. ผิวของคุณจะดูดีขึ้น การออกกำลังมีผลในแง่บวกหลายอย่างต่อผิวของเรา มันช่วยเติมสีสันให้พวงแก้ม ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นจากการไหลเวียนของโลหิตที่ดีขึ้น และยังทำให้ผิวของคุณกระชับขึ้น ซึ่งช่วยป้องกันความหย่อนยานหรือริ้วรอยได้ด้วย
  2. ขนาดร่างกายของคุณจะสมส่วน การออกกำลังเป็นประจำจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีส่วนเกิน และลดน้ำหนักได้ คุณจะค่อย ๆ มีขนาดร่างกายที่เหมาะสมกับส่วนสูง และโครงสร้างร่างกายของคุณ มันจะทำให้ความมั่นใจของคุณเพิ่มขึ้น และคุณก็จะดูดีขึ้นตามไปด้วย
  3. ผมของคุณจะแข็งแรงกว่าเคย การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้มีการสูบฉีดโลหิตไปทั่วทุกส่วนของร่างกาย รวมทั้งหนังศีรษะด้วย รากผมจะได้รับอาหารจากเลือดที่เต็มไปด้วยออกซิเจน และช่วยกำจัดอนุมูลอิสระก่อนที่มันจะทำลายเส้นผมของคุณ
  4. ดวงตาของคุณจะแจ่มใสขึ้น นี่เป็นผลของการไหลเวียนโลหิตที่ดีเช่นกัน มันจะทำให้ดวงตามีความชุ่มชื้น และแจ่มใส นอกจากนี้ การใช้สายตาจับจ้องไปข้างหน้าตลอดเวลาของการออกกำลัง ทำให้ได้มีการออกกำลังกล้ามเนื้อดวงตา ที่ทำให้มันแข็งแรงขึ้นด้วยเช่นกัน
  5. กล้ามเนื้อจะดูดีขึ้น การออกกำลังแต่ละอย่างจะทำให้กล้ามเนื้อของคุณกระชับขึ้น ทำให้คุณดูเพรียวขึ้น เสื้อผ้าจะเข้ากับรูปร่างได้อย่างสวยงาม และคุณก็จะดูฟิตมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก Lisa ค่ะ ช่วงนี้ก้อยต้องหาแรงบันดาลใจให้ตัวเองมาก ๆ ค่ะ ไม่ได้ออกกำลังมานาน 2-3 เดือนแล้วค่ะ คิดถึงเสื่อโยคะมากเลย ตอนเช้าก็ว่าจะมาฝึก คิดมาหลายวันแล้วล่ะค่ะ แต่ก็ตื่นไม่ไหว…อิอิอิ ตัวขี้เกียจมากไปหน่อย ไม่อยากสัญญากับตัวเองอีกแล้วค่ะ เอาเป็นว่าทราบนะคะว่าการออกกำลังมีประโยชน์ อย่าลืมหาเวลาให้กับตัวเองเพื่อออกกำลังบ้างนะคะ

ปวดหลังป้องกันได้

มีนาคม 30, 2009

มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยที่มักมีอาการปวดหลัง ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือการป้องกัน มีเคล็ดลับป้องกันอาการปวดหลังจาก Lisa มาฝากค่ะ

  • อย่าหักโหม การใช้ร่างกายอย่างไม่บันยะบันยัง และมีจิตใจหมกมุ่นครุ่นคิดตลอดเวลา จะทำให้กระดูกสันหลังอ่อนแอ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งกระด้าง และจะส่งผลให้เกิดความเจ็บปวด ข้อแนะนำก็คือ คุณควรมีจุดหมายในแต่ละวัน เพื่อจะได้ไม่ทำอะไรที่มากเกินไปจนสับสนวุ่นวาย
  • อย่าก้าวร้าว หากคุณเป็นคนที่ตื่นเต้นง่าย ชอบโวยวาย ก็จะมีความก้าวร้าวง่าย และหากมีความโกรธเกรี้ยวในอารมณ์ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อตึงเครียด ข้อแนะนำก็คือ พยายามฝึกสมาธิ รู้จักอดกลั้น หรือออกกำลังกายสม่ำเสมอ ก็จะช่วยผ่อนคลายได้
  • อาหาร การกินอาหารให้สมดุลนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยป้องกันข้ออักเสบเรื้อรัง และป้องกันไม่ให้มีกรดยูริกมากเกินไป ซึ่งจะทำให้ปวดไขข้อได้ ฉะนั้นในตารางอาหารก็ควรมีอาหารประเภทข้าวกล้อง เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา ผัก และผลไม้ ส่วนอาหารที่ควรกินให้น้อยก็คือ เนื้อสัตว์ติดมัน ไส้กรอก น้ำตาล แอลกอฮอล์ น้ำมันสัตว์ ผลิตภัณฑ์แป้งขัดขาว และ ดื่มน้ำวันละประมาณ 2 ลิตร
  • อย่าปล่อยให้อ้วน น้ำหนักตัวแต่ละกิโลที่เกินตาชั่งจะทำให้หลังต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบถึงข้อต่อ เส้นเอ็น และกระดูก แต่ละกรัมที่มากเกินที่หน้าท้อง สะโพก และก้น จะเพิ่มความกดดันที่กระดูกสันหลัง
  • ออกกำลังกาย การไดเอ็ตนาน ๆ ไม่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้สำเร็จ ดังนั้น คุณจึงควรเปลี่ยนพฤติกรรมที่เคยชิน เช่น เดินให้มากแทนการนั่งรถหรือขี่จักรยาน และอย่างน้อยที่สุดควรออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ๆ ละอย่างน้อยที่สุด 20 นาที เช่น เดินเร็ว จ็อกกิ้ง ปั่นจักรยาน
  • ยืดกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรทำควบคู่ไปกับการยืดกล้ามเนื้อ ข้อแนะนำก็คือ หลังออกกำลังกายควรยืดกล้ามเนื้อทุกส่วน
  • ไม่เครียด หากคุณเป็นคนชอบทำหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกัน ก็ควรหยุดพฤติกรรมนี้เสีย เพราะการมีความเครียดมากเกินไปจะทำให้ป่วย โดยเฉพาะอาการปวดหลัง
  • นอนหลับพักผ่อน ความต้องการในการนอนหลับของแต่ละคนต่างกัน ที่สำคัญคือขณะนอนหลับ ร่างกายได้พักผ่อนจากความตึงเครียดในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ หมอนรองกระดูกยังซ่อมแซมตัวเองด้วย
  • มีความสุขกับชีวิต การผ่อนคลายร่างกายและจิตใจเป็นสิ่งสำคัญในการลดความตึงเครียดจากชีวิตประจำวัน และป้องกันอาการปวดหลังได้ เช่น เดินเล่น ร้องเพลง เต้นรำ พบปะเพื่อนฝูง
  • ฟังเสียงภายในร่างกาย อาการเจ็บป่วยทางร่างกาย มักเกิดจากปัญหาด้านจิตใจ กระดูกสันหลังเชื่อมโยงกับกล้ามเนื้อและเส้นประสาท ดังนั้น คุณจึงควรเชื่อฟังร่างกายของคุณเมื่อเกิดเมื่อยล้าก็ต้องหยุดพัก ผ่อนคลาย หรือ หิวก็ต้องกิน

สวยง่าย ๆ ด้วยธรรมชาติ

มีนาคม 30, 2009
  • - อาหารผิว คั้นมะพร้าวเอาน้ำกะทิสด ๆ ใช้ทาริมฝีปากและใบหน้า เพื่อทำให้ผิวผุดผ่องอย่างสุขภาพดี
  • - โทนเนอร์ ใช้สำลีชุบนมสดและเช็ดทั่วผิวหน้า
  • - คอนดิชันเนอร์บำรุงผม น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับครีม 2 ช้อนโต๊ะ
  • - ไวเทนนิ่ง ฝานฝรั่งดิบเป็นชิ้นบาง ๆ และใช้ถูทั่วผิวหน้า เพื่อกำจัดเม็ดสีและรอยด่างดำ
  • - ลอกหน้า น้ำส้ม 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตธรรมชาติ 1 ถ้วย ทาทั่วใบหน้าและทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นล้างออก หรือเช็ดออกด้วยผ้าขนหนูเปียก ๆ
  • - มาส์กให้ความชุ่มชื้น ผสมแตงกวากับกลีเซอริน และน้ำกุหลาบ ทาทั่วใบหน้า 10 นาที
  • - เคลียร์สิว ผสมขมิ้น 1 ช้อนชา กับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา และนม 1 ช้อนชา ทาบริเวณที่เป็นสิว ขมิ้นเป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ที่เข้มข้นอย่างมาก

ปล่อยเต่า

มีนาคม 27, 2009

เมื่อวานฝ่าลมฝ่าฝนที่กำลังจะตก และมีเค้าว่าจะตกหนัก เพื่อนำเต่าไปปล่อยค่ะ

อาทิตย์ที่ผ่านมาก้อยไปเดินดูต้นไม้หลังบ้านตามปกติ แต่วันนี้แปลกกว่าวันอื่น ๆ เพราป้าข้างบ้านถามว่าก้อยเอาเต่ามาเลี้ยงเหรอ…เอ๋อค่ะ ก็เลยถามไปว่าเต่าที่ไหนคะ…ป้าก็ชี้ไปที่บ่อใกล้ ๆ ซึ่งมีความสูงประมาณ 70-80 ซ.ม. ที่อยู่ข้างรั้ว และก้อยก็เห็นลูกเต่าตัวเล็กนอนสงบนิ่งอยู่ ในบ่อมีหน่อกล้วยอ่อน 1 หน่อ ก้อยก็เลยถามว่าไม่ใช่ลุงเค้าเอามาปล่อยไว้นะ ป้าก็บอกว่า…ไม่ แต่เค้าเห็นเต่าไม่มีอะไรกินก็เลยเอาหน่ออ่อนของกล้วยมาให้

แล้วเต่ามันจะกินมั้ยเนี่ย…..

หลังจากนั้นก้อยก็กังวลว่าจะหาอะไรให้เต่ากินดี เต่ากินเฉพาะผักบุ้งรึป่าวนะ…แม่บอกว่าแตงกวาเต่าก็กินนะ แล้วก็ให้เอาแตงกวามาให้ 2 ลูก…นี่คือเหตุการณ์วันอาทิตย์นะคะ หลังจากเอาแตงกวาให้เต่าแล้วก้อยก็วุ่นกับเรื่องอื่น ๆ จนลืมไปเลยค่ะ แล้ววันอาทิตย์ วันจันทร์ วันอังคาร ฝนตกตลอดเลย โดยเฉพาะวันอังคารฝนตกหนักมาก และก้อยก็กลับบ้านมืดค่ำทุกวัน ไม่ได้ออกไปดูเจ้าเต่าเลยค่ะ จนวันพุธเพื่อนก้อยก็บอกว่าเอาเต่าไปปล่อยเหอะ…

เพื่อนก้อยไม่ชอบให้เลี้ยงสัตว์ในกรง ตั้งแต่เจอเต่าเราคุยกันเรื่องนี้บ่อยมาก สรุปก็คือควรจะปล่อยให้มันเป็นอิสระ ใช้ชีวิตเสรี หลังจากตกลงแล้วก้อยก็จะทำทันที แต่ติดว่าใกล่ค่ำแล้วไม่สะดวกหลายอย่าง ก็เลยเลื่อนเป็นวันพรุ่งนี้ค่ะ

หลังจากเลิกงานก้อยก็รีบกลับบ้าน และก็หนีบเอากล่องใส่มะยงกลับบ้าน 1 ใบ เพื่อเอาไปใส่เต่า…ก้อยว่าก้อยรีบแล้วนะ เพื่อนก้อยมาถึงบ้านก่อนอีก และก็กำลังมองหาลูกเต่า ที่ตอนนี้อยู่ในบ่อที่มีน้ำขัง เนื่องจากฝนที่ตกหนัก … เอาไงดีล่ะ ก้อยก็ไปเอาขันมาตักน้ำออกจากบ่อ ตักจนเมื่อยมือกว่าจะเห็นหลังเต่า…เฮ้อ…โชคดีนะที่มันไม่ตาย ก้อยไม่รู้ว่ามันต้องอยู่ในน้ำมากี่วันแล้ว วันอาทิตย์ยังไม่มีน้ำขังในบ่อนะ แตงกวา 2 ลูกที่ใส่ไว้ก็ไม่มีร่องรอยว่าถูกกัดกิน

ตอนแรกที่เห็นน้ำท่วมขังก้อยรู้สึกผิดมากเลย รู้สึกผิดว่าทำไมก้อยไม่เอาไปปล่อยซะตั้งแต่วันอาทิตย์ รอมาถึงวันพฤหัสตอนเย็น…หลังจากเห็นหลังเต่าแล้วเราก็จับใส่ในกล่อง และพาไปปล่อยบริเวณวัดสีลสุภาราม ซึ่งใกล้น้ำและมีพื้นที่ป่าเล็กน้อย แต่ก็ใช้เวลาในการหาทำเลที่ปลอดภัยสำหรับเต่านานเหมือนกันค่ะ กว่าจะเจอมุมที่เหมาะใจ ที่เชื่อว่าเต่าจะปลอดภัยจะมนุษย์ใจร้าย…

ความรู้สึกที่ได้ปล่อยเต่าไปอยู่กับธรรมชาติ ก้อยรู้สึกโล่ง สบาย ค่ะ และก็เอาใจช่วยให้เต่าน้อยอยู่ในโลกกว้างอย่างมีความสุข ไม่มีใครชอบถูกรังแก หรือถูกกักขังแน่นอน….

มโนธรรมรูปสามเหลี่ยม

มีนาคม 24, 2009

ชนเผ่าหนึ่งในแอฟริกา มีวิธีอธิบายมโนธรรม ( ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ) ว่า

“มโนธรรม ” คือ รูปสามเหลี่ยมที่ติดอยู่กับหัวใจ

เมื่อใดที่เราทำผิด รูปสามเหลี่ยมจะหมุนหนึ่งรอบ

มุมของสามเหลี่ยมจะไปกรีดหัวใจทำให้รู้สึกเจ็บ

แต่เมื่อใดที่เราทำผิดมากขึ้น

มุมของสามเหลี่ยมจะกลายเป็นวงกลม

หัวใจของเราจะไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป

ซึ่งนั่นหมายความว่า ” มโนธรรมตายแล้ว”

เมื่อใดก็ตามที่มโนธรรมตายด้าน เราจะไม่มีวันละอายต่อบาป

เราจะไม่รู้สึกผิด

ในที่สุดชีวิตของเราจะตกอยู่ในสภาพคนโรคเรื้อนที่โดนน้ำร้อนลวก

หรือรถยนต์เบรกแตกที่กำลังวิ่งลงเหว

ซึ่งกว่าจะรู้ตัวก็สายเสียแล้ว

ธนาคารเมล็ดพืช

มีนาคม 24, 2009

ก้อยเป็นอีกหนึ่งคนที่ติดงานผลงานของคุณหมอพงศกร อย่างสม่ำเสมอค่ะ ในงานเขียนหลาย ๆ เรื่องคุณหมอจะสอดแทรกเรื่องการดูแลโลก ให้คนอ่านได้ตระหนักถึงภาวะโลกร้อน รวมถึงนำเสนอแนวทางในการใช้ชีวิตที่ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ และวิธีง่าย ๆ ที่เราสามารถช่วยกันคนละไม้คนละมือ

ตอนนี้ก้อยกำลังติดตามอ่านเรื่อง “คชาปุระ” ค่ะ เรื่องราวกำลังเข้มข้น สนุกสนาน และชวนติดตาม ในนิตยสารสกุลไทยค่ะ และฉบับที่ผ่านมาคุณหมอก็ได้สอดแทรกเรื่องจริงที่น่าสนใจมาก ก้อยขออนุญาตนำมาบอกต่อนะคะ เผื่อว่าหลาย ๆ คนจะยังไม่ตระหนักถึงคำว่า “ภาวะโลกร้อน” จะได้สะดุ้งขึ้นมาบ้าง และรับรู้ว่าโลกภายนอกมีการเตรียมการรับมือกับภัยต่าง ๆ อย่างไร…

ธนาคารเมล็ดพืชของนอร์เวย์ “Svalbard Global Seed Vault” สร้างขึ้นที่เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งของนอร์เวย์ เป็นเกาะที่มีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี ไม่มีพืชใดสามารถขึ้นได้ เนื่องจากมีอุณหภูมิหนาวถึง -๑๔ องศาเซลเซียส ที่เป็นเช่นนี้เพราะเกาะอยู่ห่างจากขั้วโลกเหนือเพียง ๑,๐๐๐ กิโลเมตรเท่านั้น ตัวอาคารเจาะลึกเข้าไปในภูเขาเขตอาร์กติก มีทั้งหมดสามห้อง สามารถเก็บเมล็ดพันธุ์พืชจากทั่วโลกได้ไม่ต่ำกว่าสองพันล้านชนิด

ที่จริงแล้วทั่วโลกมีธนาคารเมล็ดพืชอยู่หลายพันแห่ง หลายแห่งถูกทำลายจากสงครามไปแล้ว เช่น ธนาคารเมล็ดพืชในอิรักและอัฟกานิสถาน หลายแห่งถูกทำลายโดยภัยธรรมชาติ เช่น ธนาคารเมล็ดพืชที่ฟิลิปปินส์และฮอนดูรัส ที่ราบเป็นหน้ากลองเนื่องจากพายุไต้ฝุ่น เป็นต้น สวาลบาร์ดจึงเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุด เนื่องจากเป็นการเจาะเข้าไปในภูเขา ห้องเก็บเมล็ดพืชทั้งสามเป็นห้องสุญญากาศ ที่จะรักษาเมล็ดพืชเอาไว้ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด

ผนังห้องทั้งสี่ด้านของธนาคารเป็นคอนกรีตหนา มีความทนทานต่อแผ่นดินไหว ต่อการถูกโจมตีด้วยนิวเคลียร์และขีปนาวุธต่าง ๆ มียามรักษาความปลอดภัยที่ประตู มีสัญญาณเตือนภัยต่าง ๆ รวมทั้งมีระบบป้องกันไม่ให้หมีขาวขั้วโลกบุกเข้ามาขโมยเมล็ดพืชไปกินเพราะความหิวโหยอีกด้วย

ถ้าบังเอิญในวันหนึ่งข้างหน้า แผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์และแผ่นน้ำแข็งอาร์กติกละลายหายไปทั้งหมดจากสภาวะโลกร้อน เกิดน้ำท่วมโลก แต่ธนาคารนี้ก็จะปลอดภัยไม่ถูกน้ำท่วม เพราะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง ๑๓๐ เมตร

อีกเหตุผลหนึ่งที่นานาชาติลงมติเลือกสวาลบาร์ดเป็นที่ตั้งธนาคารเมล็ดพืชของโลก ก็คือ สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างไกลจากผู้คนและพื้นที่ที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบแล้ว อากาศที่หนาวมาก และสภาพภูมิประเทศที่มีแต่หิมะ ทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนอยากเดินทางมาที่นี่ สวาลบาร์ดจึงเป็นสถานที่ซึ่งมีชัยภูมิอันเหมาะสมที่สุดเมื่อเทียบกับที่อื่น

ธนาคารเมล็ดพืชสวาลบาร์ดเพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ในวันนั้นตัวอย่างของเมล็ดพืชกว่า ๒๕๐,๐๐๐ ตัวอย่าง ถูกส่งมาจากทั่วทุกภูมิภาคของโลก เมล็ดพืชทุกชนิดล้วนเป็นพืชที่มนุษย์สามารถใช้เป็นอาหารได้ ถูกนำไปเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี จนกว่าจะถึงวันที่จำเป็นต้องใช้ในอนาคต ซึ่งก็คือวันที่พืชเหล่านั้นสูญพันธุ์ไปจากธรรมชาติ หรือเกิดหายนภัยขึ้นกับมวลมนุษยชาติ เมื่อนั้นเมล็ดพืชก็จะถูกนำออกมาจากธนาคารแห่งนี้ เพื่อนำมาเพาะปลูก เป็นแหล่งอาหารให้กับมนุษย์รุ่นต่อ ๆ ไป

ก้อยไม่อยากให้วันนั้นมาถึงเลย…


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.