ประวัติเอกสารสำหรับ มีนาคม, 2009

ชวนไปดูระดับน้ำในเขื่อน

มีนาคม 12, 2009

e0b980e0b882e0b8b7e0b988e0b8ade0b8996ที่บ้านคุณอากาศร้อนมั้ยคะ…

ที่บ้านก้อย…ที่ภูเก็ต อากาศร้อนมากค่ะ แม้ว่า 3-4 วันที่ผ่านมาจะมีฝนตกลงมาให้ชุ่มชื่นบ้าง แต่อากาศโดยรวมก็ยังร้อน ร้อนจัด ๆ ๆ ๆ ๆ

ก้อยมีโอกาสผ่านไปแถว ๆ ม่าหนิก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ก็เลยแวะไปดูระดับน้ำในเขื่อนสักหน่อยว่ามีปริมาณเพิ่มขึ้นหรือลดลง …ตามไปดูกันเลยค่ะ

e0b980e0b882e0b8b7e0b988e0b8ade0b8991

ก่อนจะขับรถขึ้นมาที่สันเขื่อน เราก็เตรียมใจกับสภาพที่จะเห็นแล้วว่าเขือ่นต้องไม่มีน้ำแน่นอน…ก็ช่วงที่เข้าไปนั้น (ปลาย ๆ เดือน ก.พ.) ไม่มีฝนตกมานานกว่า 2 เดือนแล้วค่ะ…

แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตา…ผิดความคาดหมายค่ะ

e0b980e0b882e0b8b7e0b988e0b8ade0b89921

ถ้าดูเปรียบเทียบภาพปัจจุบันกับภาพในอดีตที่ก้อยเคยนำมาลงไว้เมื่อหลายเดือนก่อน จะเห็นได้ชัดเจนว่าปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นมาก

ก้อยคงจะต้องกลับไปคิดใหม่ จากความคิดเดิมที่คิดเองว่าจะต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี กว่าน้ำจะเต็มเขื่อน เพราะเวลาผ่านไปไม่นานปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้นมากจนน่าตกใจ ทั้ง ๆ ที่ฝนก็ไม่ตกมากว่า 2 เดือนแล้ว

e0b980e0b882e0b8b7e0b988e0b8ade0b8993

ก้อยยังไม่ทราบชื่อเต็ม ๆ ของเขื่อนแห่งนี้เลยค่ะ ใครทราบช่วยบอกเป็นวิทยาทานด้วยนะคะ…ถึงจะไม่ทราบชื่อจริง แต่ก้อยก็มีชื่อที่เรียกกันเล่น ๆ ที่เข้าใจกันเองว่า..เขื่อนข้าวเหนียวถั่วดำค่ะ…อิอิอิ

e0b980e0b882e0b8b7e0b988e0b8ade0b8994

e0b980e0b882e0b8b7e0b988e0b8ade0b8995

น้ำหนักลด 7 กก. ภายใน 2 เดือน !!

มีนาคม 12, 2009

วันนี้ได้เจอหน้าพี่ขวัญ…คุณแม่บ้านคนเก่งของสุโขสปา หลังจากไม่ได้เจอกันหลายวัน เพราะก้อยเองก็มีธุระลาไปต่างจังหวัด กลับมาพี่ขวัญก็ลาอีก ก็เลยเพิ่งได้เจอหน้ากันจัง ๆ วันนี้เองค่ะ อารัมภบทมาตั้งยาวยืดก็เพื่อจะบอกว่าพี่ขวัญเธอเปลี่ยนไปค่ะ

จากเดิมน้ำหนัก 58.5 กก. หลังจากทานอาหารแมคโครไบโอติกส์ผ่านไป 2 เดือน น้ำหนักลดลง ชั่งเมื่อวานเหลือ 51.5 กก. ค่ะ

พี่ขวัญเป็นกรณีตัวอย่างที่พวกเราหลายคนในสุโขสปาจับตามอง เพราะเป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทานอาหารแมคโครไบโอติกส์ จนมาถึงวันนี้ก็นับได้ 2 เดือน กับอีก 5 วันค่ะ นอกจากทานข้าวกล้องทุกมื้อแล้ว พี่ขวัญงดอาหารที่ทำจากแป้งขัดขาวทุกชนิดค่ะ ไม่ทานน้ำตาลทรายขัดขาว รวมถึงน้ำอัดลมทุกชนิด น้ำมันพืชก็เลือกใช้น้ำมันดอกทานตะวัน อาหารหลัก ๆ ก็เป็นอาหารจำพวกปลาต่าง ๆ และผักพื้นบ้าน ผักปลอดสารพิษ

เท่าที่คุยกันว่ามีปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ จากการทานอาหารแมคโครไบโอติกส์ พี่ขวัญบอกว่าไม่มีค่ะ รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ตัวเบา ถ่ายคล่อง ตื่นเช้า และก็มีแรงทำอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะ บางวันตอนเย็น ๆ ยังวิ่งออกกำลังกายที่สวนหลวงอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ หลังจากสิ้นสุดโครงการของสุโขสปาที่ทำอาหารแมคโครไบโอติกส์ให้ทาน 1 เดือนแล้ว พี่ขวัญก็ทำทานเองที่บ้าน ซึ่งเธอบอกว่าไม่ยากอย่างที่คิด เป็นอะไรที่ง่าย ๆ สบาย ๆ ค่ะ

เห็นมั้ยคะว่าไม่ต้องทำอะไรมากมายเลยค่ะ แค่ทานอาหารแมคโครไบโอติกส์ และใช้ชีวิตประจำวันตามปกติ น้ำหนักก็ลดลงได้อย่างน่ามหัศจรรย์ และสิ่งสำคัญที่ต้องมีคือ วินัยในตัวเองค่ะ…

ใครที่สนใจโปรแกรมลดน้ำหนัก และต้องการทดลองด้วยตัวเอง ติดต่อสอบถามมาที่สุโขสปาได้นะคะ แล้วก้อยจะแนะนำให้รู้จักกับ Presenter ของโครงการนี้ค่ะ ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็พี่ขวัญคนเก่งไงคะ แต่ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ที่ไม่สามารถนำรูปมาเผยแพร่ได้ เพราะเธอค่อนข้างเก็บตัวค่ะ

กาบา มหัศจรรย์ข้าวกล้องงอก

มีนาคม 12, 2009

ข้าวที่นับได้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุดคงหนีไม่พ้นข้าวกล้อง แต่ด้วยนวัตกรรมทางการเกษตรในปัจจุบันได้ให้กำเนิดสุดยอดข้าวกล้องในนาม “ข้าวกาบา” ที่ได้รับรางวัลจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ เกิดจากข้าวกล้องที่นำมาทำให้งอกก่อนเป็นต้นอ่อน เพื่อให้เกิดสารกาบาสูงสุด มากกว่าในข้าวกล้องธรรมดาถึง 15 เท่า ทั้งยังมีใยอาหาร วิตามินอี วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม และกรดแอมิโนสูงขึ้นด้วย

กาบา (Gaba : gamma aminobutyric acid) เป็นสารสื่อประสาทประเภทยับยั้งในระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยรักษาสมดุลในสมอง ลดอาการนอนไม่หลับและกระวนกระวายใจ รักษาความดันโลหิต ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและการเติบโต ลดการสะสมไขมัน จึงไม่ทำให้อ้วน และยังช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม

ข้าวกาบามีจุดเด่นที่หุงง่ายเหมือนการหุงข้าวสารธรรมดา เก็บไว้ได้นาน 6 เดือน โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น จะหุงรับประทาน หรือบดให้ละเอียดก่อนนำไปต้มดื่มก็ได้คุณค่าครบถ้วนเช่นกัน

สนใจข้าวกาบา Nutra Gaba Rice ติดต่อโดยตรงที่สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน หรือ ศูนย์วิจัยการเกษตรข้าวค่ะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลค่ะ : นิตยสาร Health & Cuisine

มหัศจรรย์เกสรผึ้งแก้โรค

มีนาคม 12, 2009

ชาวอียิปต์โบราณใช้น้ำผึ้งสมานแผล และใช้ขี้ผึ้งทำมัมมี่ ปัจจุบันคนรักสุขภาพค้นพบว่าเกสรผึ้งช่วยบรรเทาโรคได้สารพัด จึงมีการนำมาแปรรูปเป็นอาหารเสริม ทั้งแบบเม็ดและแบบผง ใช้ชงดื่มกับเครื่องดื่มต่าง ๆ

เกสรผึ้ง (Bee pollen) คือ ละอองฝุ่นของเกสรดอกไม้นานาชนิดที่ผึ้งรวบรวมไว้ที่ปลายขาหลัง ก่อนนำมาใช้เลี้ยงตัวอ่อนในรังร่วมกับน้ำผึ้ง ในหนึ่งชั่วโมงผึ้งงานหนึ่งตัวจะเก็บละอองเกสรได้มากถึง 4 ล้านเรณู หรือ ราว 1 ใน 6 ช้อนชา ว่ากันว่าเกสรผึ้งอุดมไปด้วยโปรตีนที่สูงกว่าเนื้อ นม ไข่ ถึง 5 เท่า รวมทั้งคาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินบีรวม วิตามินซี กรดแอมิโน และ กรดโฟลิก เป็นต้น

มีรายงานวิจัยว่า เกสรผึ้งช่วยลดอาการภูมิแพ้ และหอบหืด ช่วยย่อยอาหาร ลดความผิดปกติในต่อมลูกหมาก ลดน้ำตาลในเลือด ลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัด และอาการวัยทอง บำรุงสมอง กระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และให้พลังงานสูง ที่สำคัญ เกสรผึ้งดูดซึมง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้เลย ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยจากสารตกค้างในเกสรดอกไม้ ควรเลือกซื้อเกสรผึ้งจากฟาร์มผึ้งที่ผ่านการรับรองมาตรฐานเท่านั้นนะคะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูลค่ะ : นิตยสาร Health & Cuisine

สวยตรงจุดด้วยอาหารเสริม

มีนาคม 12, 2009

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีขายในท้องตลาดมากมาย จนเกิดคำถามตามมาว่าควรจะเลือกใช้อะไรดี เพื่อให้สวยได้ตรงจุด เพราะเรื่องสวย ๆ งาม ๆ นี่เป็นเรื่องใหญ่ของผู้หญิงกันเลยทีเดียว ใช่มั้ยเอ่ย ดังนั้น เพื่อให้เลือกบริโภคได้สวยตรงจุด วันนี้ก้อยขอนำสาระน่ารู้จากนิตยสาร Health & Cuisine เกี่ยวกับอาหารเสริมมาฝากค่ะ มาดูกันเลยดีกว่า

  • 1. น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil) ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล เส้นผมเงางามไม่แห้งแตก เล็บแข็งแรงมีสุขภาพดี และลดการเกิดสิวได้ อีฟนิ่งพริมโรสเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว (โอเมก้า – 6) ประกอบด้วยกรดไขมันหลายชนิด ที่สำคัญคือ กรดไลโนเลอิก และกรดแกมมาไลโนเลนิก ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย เพราะสังเคราะห์เองไม่ได้
  • 2. สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Oil) ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ขจัดอนุมูลอิสระ ปกป้องผิวจากมลภาวะและแสงแดด ลดรอยเหี่ยวย่นและแห้งกร้าน
  • 3. ไลโคปีน (Lycopene) เป็นสารจำพวกแคโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารสีแดง มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนัง
  • 4. โปรตีนจากปลาทะเล (Marine Fish) ให้สารโปรตีนคุณภาพดีที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย ช่วยบำรุงผิว แก้ปัญหาริ้วรอยเหี่ยวย่น รักษาแผลเป็นจากสิว บำรุงกระดูก เล็บ ข้อต่อ และผนังหลอดเลือด

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้ควรรับประทานเมื่ออายุ 30 ปี แต่สามารถเริ่มรับประทานได้ตั้งแต่อายุ 18 ปี ค่ะ

สูตรลับหน้าใสของสาวนอนผิดเวลา

มีนาคม 12, 2009

คนที่นอนน้อย นอนผิดเวลา และอดนอน ผิวจะไม่เปล่งปลั่งสดใส แถมยังอ้วนง่ายอีกด้วยค่ะ นิตยสาร Health & Cuisine ได้นำเสนอสูตรลับของคนข่าวที่จะต้องตื่นนอนตั้งแต่ตีสองทุกวัน อย่างคุณกุ๊ก – กฤติกา  ศักดิ์มณี สำหรับทุกคนค่ะ…

ส่วนผสมสูตรพอกหน้าใส

  • - ข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะ
  • - มะเขือเทศลูกใหญ่ปั่นละเอียด 2 ลูก
  • - น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำง่ายมากค่ะ นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมกัน ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 15 – 30 นาที แล้วล้างออก หากเหลือเก็บใส่กล่องแช่เย็นได้นาน 1 สัปดาห์ค่ะ

วิธีการสวดขอพรให้ได้ผล

มีนาคม 11, 2009

นักธุรกิจอยากมีเงินเป็นล้านจึงไปโบสถ์เพื่อสวดขอให้ได้เงินนั้น…

บังเอิญเขาไปคุกเข่าลงข้างชายคนหนึ่งที่กำลังสวดขอเงิน 100 ดอลลาร์เพื่อใช้หนี้ นักธุรกิจจึงล้วงกระเป๋าสตางค์ออกมา หยิบใบละร้อยใส่ลงไปในมือซ้ายข้าง ๆ

ชายคนนั้นดีใจรีบลุกขึ้นแล้วออกจากโบสถ์ไป

นักธุรกิจปิดตาลงแล้วสวด “ข้าแต่พระองค์ บัดนี้พระองค์ก็ทรงมีสมาธิในเรื่องของลูกช้างแต่เพียงเรื่องเดียวแล้ว…”

พ่อเธออยู่ไหน

มีนาคม 11, 2009

ขณะเดินไปตามถนนในชนบท พระนักสอนศาสนาเห็นหนุ่มน้อยกำลังขนฟางที่หล่นลงมากองกับพื้นกลับขึ้นเกวียน

“ลูกดูเหนื่อยมากนะ” นักสอนศาสนาพูด “ทำไมไม่พักสักครู่ล่ะเดี๋ยวหลวงพ่อจะช่วยเจ้าเอง”

“ขอบคุณครับ หลวงพ่อ” ชายหนุ่มตอบ “แต่พ่อผมคงไม่ชอบใจแน่ครับ”

“อย่าโง่ไปหน่อยเลยน่ะ” หลวงพ่อพูดต่อ “ทุกคนมีสิทธิ์จะได้พักทั้งนั้น มาดื่มน้ำซักหน่อยเถอะ”

ชายหนุ่มยังคงยืนกรานอีกครั้งว่าพ่อของเขาต้องโกรธแน่ ๆ

หลวงพ่อชักจะหมดความอดทน จึงพูดว่า “พ่อของเธอต้องใช้คนเหมือนทาสแน่เลย ไหนบอกมาซิว่า หลวงพ่อจะเจอเขาได้ที่ไหน จะได้สอนให้รู้จักบาปบุญคุณโทษบ้าง”

“อ๋อ” ชาวนาหนุ่มตอบ “พ่อผมอยู่ใต้กองฟางนี่ครับ”

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

มีนาคม 11, 2009

บางบทบางตอน จากนิตยสารสกุลไทย รายสัปดาห์ ค่ะ

..องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เป็นทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ มีภารกิจในการส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยอาศัยความร่วมมือจากประเทศสมาชิกและองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 184 ประเทศ รางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญานี้ เป็นความริเริ่มใหม่ขององค์การฯ จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้ผู้ที่มีบทบาทในการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา ให้การอุปถัมภ์นวัตกรรมและความสร้างสรรค์ในระดับชาติ ดำเนินกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และใช้ทรัพย์สินทางปัญญาคุ้มครองผลงานของตน โดยรางวัลดังกล่าวยังไม่เคยมอบให้ผู้ใดมาก่อน การทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนี้ เนื่องมาจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกได้ประจักษ์ถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการประดิษฐ์คิดค้นเพื่อการพัฒนาชุมชนในชนบทให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น กังหันน้ำชัยพัฒนา และเทคโนโลยีการทำฝนเทียม อีกทั้งมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ไว้มากกว่า 20 รายการ และเครื่องหมายการค้าอีก 19 รายการ นอกจากนี้ ยังทรงเป็นศิลปินที่มีผลงานมากกว่า 1,000 รายการ อาทิ เพลงพระราชนิพนธ์ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และ จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ เป็นต้น

ทั้งนี้ เมื่อพุทธศักราช 2544 องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้เคยทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลนักประดิษฐ์ยอดเยี่ยมแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับสิ่งประดิษฐ์กังหันน้ำชัยพัฒนามาวาระหนึ่งแล้ว

 คำประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ

 คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ

คำประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ไวโป) รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีส่วนสนับสนุนอย่างสำคัญในการเผยแพร่บทบาทที่มีพลังของการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อการพัฒนาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยทรงสร้างผลงานที่มีความสร้างสรรค์ และเป็นนวัตกรรมด้วยพระองค์เอง ซึ่งได้รับการคุ้มครองในฐานะทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งยังทรงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลงานอีกด้วย

ในการแบ่งปันผลของความคิดสร้างสรรค์ของพระองค์ ในรูปแบบของสิ่งประดิษฐ์ และงานด้านการดนตรีและศิลปะ พระองค์มิได้เพียงทรงแสดงให้เห็นถึงพลังของทรัพย์สินทางปัญญาในการส่งเสริมและเพิ่มคุณภาพชีวิตและการทำงานในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังทรงส่งเสริมประชาชนทุกหนแห่งให้สร้างสรรค์ เคารพ และคุ้มครองผลงานนั้น ๆ อีกด้วย ประเทศไทยจึงเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยพระองค์ทรงเป็นตัวอย่างที่เห็นได้อย่างเด่นชัด

โครงการตามพระราชดำริจำนวนมากที่ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ของพระองค์ ซึ่งได้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสังคมชนบทของประเทศไทย สิ่งประดิษฐ์ของพระองค์ อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา และเทคโนโลยีการทำฝนเทียม ได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนซึ่งส่งผลโดยตรงในการทำให้ชีวิตพสกนิกรนับล้านดียิ่งขึ้น

ในนามของประชาคมทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ไวโปขอสดุดีพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา

ถือเป็นโอกาสที่สำคัญ และเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับข้าพระพุทธเจ้า ในการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญารางวัลแรกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณในฐานะที่ทรงเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ ค.ศ. 2008                            นายฟรานซิส  เกอร์รี

                                                                ผู้อำนวยการใหญ่

                                                                ไวโป

แอ่วลำปาง 4

มีนาคม 11, 2009

เช้านี้ตั้งใจจะนอนตื่นสายสักหน่อย ก็เครื่องจากเชียงใหม่ไปภูเก็ตออกเที่ยงครึ่งแน่ะ ไม่ต้องรีบมากก็ได้ ใช่มั้ยคะ….

ไม่สามารถอีกแล้วค่ะ สว.ปลุกแต่เช้า เพราะจะไปตลาดวโรรส หรือ กาดต้นลำไย เฮ้อ…ยังง่วงนอนอ่ะ

อาหารเช้าที่โรงแรมไม่มีบุฟเฟต์ค่ะ คงเป็นเพราะมีลูกค้าน้อย แต่ทางโรงแรมจะมีเมนูสำเร็จรูปให้เลือกค่ะ ซึ่งประกอบด้วย ข้าวต้ม ข้าวผัด ไข่ดาว ออมเล็ต ไส้กรอก ขนมปังก็มีแต่ขนมปังแผ่น กับแยม และเนยก้อน เครื่องดื่มก็มีชา กาแฟ และก็น้ำส้ม และผลไม้สด ถ้าจำไม่ผิดก็แตงโมนะคะ อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะกินสลัดผักสด ๆ ให้หนำใจ..เฮ้อ…ไปเดินตลาดดีกว่าค่ะ

จากโรงแรมที่พักเดินไปไม่ไกลก็ถึงตลาดค่ะ จุดมุ่งหมายของเช้านี้คือ สตรอเบอรี่สด ๆ จากโครงการหลวง ค่ะ แล้วก็ลามไปที่ผักสดต่าง ๆ เห็ดสด ๆ หมูยอ และ ปิดท้ายด้วยผ้าไหมค่ะ และก็ซื้อกระเป๋าใส่ของเพิ่มอีกคนละใบ ตอนกลับไม่มีใครยอมเดินค่ะ เพราะหอบหิ้วกันพะรุงพะรัง ก็เลยสรุปที่รถแดง และก็ก้มหน้าก้มตาแพคกระเป๋า ตัวใครตัวมันค่ะ ใครซื้อมาก็ขนกันเองล่ะกัน ทั้งเซรามิก ทั้งสตรอเบอรี่ ต้องโอบอุ้มทั้งน้าน

ก่อนโบกมือลาเชียงใหม่ พวกเราบอกลาที่ร้านข้าวซอยที่อร่อยที่สุดในเชียงใหม่ค่ะ ก่อนจะทำเวลาไปเช็คอินน์ที่สนามบินเชียงใหม่ เดินทางกลับภูเก็ตแบบรวดเดียวค่ะ

บรรยากาศโดยทั่วไปที่เชียงใหม่ ใกล้เที่ยงแล้วยังมัวไปด้วยควัน มาถึงภูเก็ตก้อยต้องกินยาแก้ไข้ค่ะ เพราะรู้ตัวว่าอาการเริ่มแย่แล้ว และวันที่เดินทางมาถึงภูเก็ตอากาศร้อนมาก ๆ รถติดมาก ๆ นั่งเครื่องบินจากเชียงใหม่มาภูเก็ตประมาณ 1 ชม. 40 นาที แต่ขับรถจากสนามบินภูเก็ตกลับถึงบ้านที่ห้าแยก ใช้เวลา 2 ชม. ค่ะ


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.