ประวัติเอกสารสำหรับ มีนาคม, 2009

แอ่วลำปาง 3

มีนาคม 11, 2009

วันที่ 3 ในลำปาง เราตื่นกันแต่เช้าค่ะ เพราะวันนี้มีอะไรต้องทำเยอะแยะ ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพไปเผาที่สุสานไตรลักษณ์

“สุสานไตรลักษณ์ แม้จะไม่ใช่วัด แต่เป็นสถานที่ที่หลวงพ่อเกษม เขมโก เกจิอาจารย์ของจังหวัดลำปางเคยนั่งวิปัสสนากรรมฐานและสั่งสอนลูกศิษย์ ปัจจุบันร่างของท่านยังอยู่ในโลงแก้วที่นี่”

การแต่งกายของคนที่มาร่วมงานศพที่ลำปาง ส่วนมากจะแต่งดำค่ะ บรรยากาศโดยรวมจึงดูขรึมมาก มองไปทางไหนก็มีแต่สีดำ การทำบุญครั้งสุดท้ายมีพิธีรีตองเยอะมาก ก้อยไม่ทราบว่าเป็นปกติของที่นี่ หรือเป็นเพราะทางเหมืองแม่เมาะเป็นที่ทำงานของญาติก้อยมานานกว่า 15 ปี …

การเกิดคือจุดเริ่มต้นของการตาย…

มีพบก็ต้องมีจาก…วันนี้เสร็จจากภารกิจสำคัญแล้วพวกเราก็ต้องเดินทางกลับ เพราะชีวิตที่เหลืออยู่ยังต้องดิ้นรนต่อไปค่ะ กว่าจะออกจากลำปางก็บ่าย 3 แล้วค่ะ

ที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจของจังหวัดลำปางมีอีกมากมายค่ะ ก้อยเก็บตกไปก็พอสมควรค่ะ จากการผ่านมาเที่ยวครั้งก่อนโน้น ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถม้ารอบเมือง , ชมบ้านเสานัก , เดินเที่ยวกาดทุ่งเกวียน และไหว้พระที่วัดพระแก้วดอนเต้า รวมกับเก็บตกจากเวลาอันน้อยนิดที่มางานศพครั้งนี้อีกก็เรียกได้ว่ารู้จักลำปางพอสมควรค่ะ แต่ก็มีอีกหลายที่ที่อยากจะไปแต่ยังไม่มีโอกาส เช่น อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน เขื่อนกิ่วลม เหมืองแม่เมาะ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย วัดเจดีย์ซาว ฯลฯ เอาไว้มีโอกาสคงได้แวะมาแอ่วลำปางแบบเต็มอิ่มค่ะ

 จุดหมายปลายทางของวันนี้คือเชียงใหม่ค่ะ แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว มีเวลาอีกนิดหน่อยประชามติก็เลยตกลงว่าจะแวะไปดูงานไม้ที่บ้านถวายค่ะ กว่าจะไปถึงก็ 5 โมงเย็นแล้วค่ะ บ้านถวายวันนี้เงียบมากค่ะ บรรยากาศไม่คึกคักเลย เหงามาก ๆ

เสร็จจากการหาที่พัก ที่กิน ใครใคร่นอนก็นอน ใครใคร่เที่ยวก็เที่ยวค่ะ ก้อยปรารถนาจะนอนมาก ๆ แต่ไม่สามารถทำได้ค่ะ ต้องปุเลง ๆ พา สว. ไปเดินเที่ยวไนท์บาร์ซาร์ ซึ่งก็ไม่มีอะไรแปลกตาจากเดิมเลยค่ะ ของก็ถูกเท่าที่ภูเก็ต อิอิอิ ไปนอนดีกว่าค่ะ

แอ่วลำปาง 2

มีนาคม 11, 2009

วันนี้พวกเรารวมตัวทำภารกิจที่วัดตั้งแต่เช้ายันเที่ยง เสร็จเรียบร้อยแล้วก็มีเวลาว่างก่อนถึงงานกลางคืน ดังนั้น ภารกิจนอกเหนือจากนี้คือทัวร์เมืองลำปาง เท่าที่มีเวลาค่ะ เพราะว่ากว่าจะดั้นด้นมาถึงก็เสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าใช้จ่าย ดังนั้น ทุกคนจึงเห็นตรงกันว่าไหน ๆ ก็มาถึงลำปางแล้ว ไปรู้จักลำปางให้มากกว่านี้ดีกว่า ว่าแล้วก็ลุยเลยค่ะ…

e0b8a7e0b8b1e0b894e0b8a8e0b8a3e0b8b5e0b88ae0b8b8e0b8a11

จุดหมายแรกคือ วัดศรีชุม เป็นวัดศิลปะพม่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีวิหารครึ่งตึกครึ่งไม้ หลังคาซ้อนลดหลั่นกันงดงามมาก แต่วิหารหลังเก่าถูกไฟไหม้เมื่อปี 2535 และบูรณะขึ้นมาใหม่ตามแบบดั้งเดิม

e0b8a7e0b8b1e0b894e0b8a8e0b8a3e0b8b5e0b88ae0b8b8e0b8a12e0b8a7e0b8b1e0b894e0b8a8e0b8a3e0b8b5e0b88ae0b8b8e0b8a13e0b8a7e0b8b1e0b894e0b8a8e0b8a3e0b8b5e0b88ae0b8b8e0b8a14e0b8a7e0b8b1e0b894e0b8a8e0b8a3e0b8b5e0b88ae0b8b8e0b8a15e0b8a7e0b8b1e0b894e0b8a8e0b8a3e0b8b5e0b8a3e0b8ade0b887e0b980e0b8a1e0b8b7e0b8ade0b8871

ต่อมาก็วัดศรีรองเมืองค่ะ อยู่บนถนนท่าคราวน้อยในตัวเมือง อายุการสร้างประมาณ 60 ปี ลักษณะเด่น คือ เป็นวิหารไม้ศิลปะพม่า ซึ่งมีหลังคาซ้อนกันหลายชั้น ตกแต่งด้วยไม้ลายฉลุสวยงามมาก เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง

e0b8a7e0b8b1e0b894e0b8a8e0b8a3e0b8b5e0b8a3e0b8ade0b887e0b980e0b8a1e0b8b7e0b8ade0b8872e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b8a5e0b8b3e0b89be0b8b2e0b887e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b8871

สุดท้ายคือ วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดเก่าแก่คู่เมืองลำปาง ศิลปะล้านนาชั้นครู สถานที่ท่องเที่ยวอันดับ 1 ของลำปาง เป็นพระธาตุประจำปีฉลู และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า ชมเงาพระธาตุสีธรรมชาติที่น่าอัศจรรย์ยิ่งบนมณฑปหลังพระวิหาร (เฉพาะผู้ชาย)

 e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b8a5e0b8b3e0b89be0b8b2e0b887e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b8872e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b8a5e0b8b3e0b89be0b8b2e0b887e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b8873e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b8a5e0b8b3e0b89be0b8b2e0b887e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b8874e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b8a5e0b8b3e0b89be0b8b2e0b887e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b88751e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b8a5e0b8b3e0b89be0b8b2e0b887e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b8876

มณฑปหลังพระวิหารที่สามารถเข้าไปดูเงาพระธาตุได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้นค่ะ สังเกตได้ว่ามีคนคอยเฝ้าระวังไม่ให้ผู้หญิงเข้าไป 1 คน … เสียดายจัง แต่ไม่เป็นไรค่ะ ในพระวิหารก็มีช่องเล็ก ๆ ที่สามารถมองเห็งเงาพระธาตุได้เช่นกันค่ะ

e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b8a5e0b8b3e0b89be0b8b2e0b887e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b8877e0b8a7e0b8b1e0b894e0b89ee0b8a3e0b8b0e0b898e0b8b2e0b895e0b8b8e0b8a5e0b8b3e0b89be0b8b2e0b887e0b8abe0b8a5e0b8a7e0b8878

ก่อนจบรายการของวันนี้ปิดท้ายด้วยการแวะซื้อของฝากจำพวกเซรามิกค่ะ เพราะว่าเมืองลำปาง…เป็นเมืองเซรามิกไงคะ เสร็จสรรพเรียบร้อยเราก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าไปที่วัดอีกรอบค่ะ คืนนี้มีงานสวดเป็นคืนสุดท้ายแล้วค่ะ แล้วก้อยจะเล่ารายละเอียดของการสวดอีกครั้งนะคะ

แอ่วลำปาง 1

มีนาคม 11, 2009

การไปแอ่วลำปางในครั้งนี้เป็นการทำภารกิจสำคัญเพื่อคนสำคัญของครอบครัวค่ะ คนในครอบครัวของเราทุกคนเป็นคนสำคัญเสมอ…จริงมั้ยคะ

ครั้งนี้คนสำคัญต้องเดินทางไกลค่ะ ไกลแสนไกล ไกลมากแค่ไหนก้อยก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ก้อยรู้ว่าก้อยจะต้องไปส่งด้วยตัวเอง เป็นอะไรที่ก้อยสามารถทำได้และไม่อยากละเลย ก้อยไม่อยากเสียใจเมื่อนึกถึง ว่าทำไมเราไม่ไปส่งคนที่เรารัก…และเคารพ

จากภูเก็ตพวกเราเดินทางกับการบินไทยไปลงที่ดอนเมือง และก็นั่งเครื่องการบินไทยต่อไปที่เชียงใหม่ค่ะ หลังจากนั้นก็นั่งรถตู้ไปที่บ้านในเมืองลำปาง และก็ไปกล่าวสวัสดีกับญาติที่วัดค่ะ เป็นการเดินทางที่ยาวนานพอสมควรค่ะ บรรดา สว. บ่นกันระนาว อิอิอิ

กว่าจะถึงวัดก็มืดค่ำแล้ว นอกจากคนที่มาร่วมงานศพก้อยก็ไม่เห็นอะไรเลยค่ะ แต่ระหว่างทางที่นั่งรถจากเชียงใหม่มาลำปาง ก้อยนั่งมองข้างทางที่แห้งแล้ง บางแห่งก็มีไฟกำลังลุกไหม้ และชาวบ้านช่วยกันดับไฟ และบางช่วงบางตอนก็ต้องอึ้งกับความงามของดอกกัลปพฤกษ์ ดอกตะแบก และอื่น ๆ ที่แต่งแต้มสีสันให้การเดินทางไม่น่าเบื่อเกินไป

คืนนี้หน้าที่หลักของก้อยและญาติ ๆ คือ การฟังพระธรรมเทศนา และบทสวดต่าง ๆ พร้อมทั้งอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับ ซึ่งก้อยประทับใจกับบรรยากาศของงานศพที่ลำปางมากค่ะ

ใครที่สัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้เป็นประจำอย่ามองว่าก้อยพูดเกินเหตุนะคะ เพราะที่ภูเก็ตไม่เหมือนที่ลำปางค่ะ ที่ภูเก็ตบรรยากาศไม่สงบ และสำรวมเหมือนที่ลำปาง ก้อยชอบความเรียบง่าย และความงดงามของความสำรวมมากค่ะ มันอธิบายไม่ถูก แต่รู้สึกได้ว่าคนที่มาทุกคนตั้งใจมาฟังธรรมและอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ

คืนนี้ดึกมากแล้ว ก้อยก็ต้องอาบน้ำนอนพักผ่อน พรุ่งนี้ยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมากค่ะ….

ผลิตภัณฑ์ในบ้านไร้สารพิษ

มีนาคม 10, 2009

พูดเรื่อง Go Green มาก็หลายครั้งแล้ว วันนี้เห็นบทความใน Lisa น่าสนใจก็เลยนำมาฝากค่ะ

สารพิษในผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในบ้านสามารถปนเปื้อนในแหล่งน้ำได้ พยายามใช้ผลิตภัณฑ์เพียงแค่พอที่จะทำงานได้สำเร็จ อย่าทิ้งผลิตภัณฑ์ที่มีสารพิษลงในท่อ โถส้วม หรือใกล้แหล่งน้ำ และอย่าทิ้งลงบนพื้นดิน พยายามใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ และมีสารพิษน้อยกว่าเมื่อใดก็ตามที่เป็นไปได้ ช่วยกันคนละไม้คนละมือ เพื่อโลกของเราใบนี้นะคะ มาดูในรายละเอียดดีกว่าค่ะ ว่ามีอะไรที่เราสามารถทำได้บ้าง

น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์  แทนที่ด้วย  น้ำอุ่นครึ่งลิตร ผสมกับสบู่เหลว 1 ช้อนชา บอแร็กซ์ 1 ช้อนชา และน้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย

น้ำยาทำความสะอาดพรม เพื่อกำจัดกลิ่นจากพรม โรยพรมให้ทั่วด้วยบอแร็กซ์ 1 ถ้วย และแป้งข้าวโพด 2 ถ้วย หรือ เบคกิ้งโซดา ปล่อยทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง และใช้เครื่องดูดฝุ่นดูดออก

ฆ่าเชื้อ  แทนที่ด้วย  แอมโมเนีย

ทำความสะอาดท่อน้ำทิ้ง  แทนที่ด้วยการเท เบคกิ้งโซดาหนึ่งฝ่ามือ และน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยลงในท่อ ปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที และเทน้ำร้อนตามลงไป

น้ำยาทำความสะอาดพื้น  แทนที่ด้วยการเช็ดพื้นด้วยสบู่อ่อน ๆ หรือน้ำผสมน้ำส้มสายชูหนึ่งถ้วย พื้นพรมน้ำมันจะเป็นเงาถ้าเช็ดด้วยนมแบบพร่องไขมัน (รับรองว่าไม่มีกลิ่น)

ขัดเงาเฟอร์นิเจอร์  สำหรับผิวที่ไม่ได้เคลือบเงา ใช้น้ำมันธรรมชาติ อย่างเช่น น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันอัลมอนด์ ส่วนผิวที่เคลือบเงา เช็ดด้วยผ้าชื้น ๆ และเช็ดตามด้วยผ้าแห้ง

ทำความสะอาดกระจก  ใช้น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 1 ลิตร

ทำความสะอาดเตาอบ  เทเกลือลงบนรอยเปื้อนใหม่ ๆ ในเตาอบ และแคะคราบออกหลังจากเตาเย็นลง สามารถใช้แอมโมเนียกับคราบที่ติดแน่นได้

ทำความสะอาดกระเบื้อง  ใช้เบคกิ้งโซดา

ทำความสะอาดโถส้วม  ใช้เบคกิ้งโซดา หรือ บอแร็กซ์

เล็ก ๆ น้อย ๆ ฝากไว้นะคะ อีกนิดนึงค่ะ…ของกินอร่อยที่สามารถช่วยคุณในการทำความสะอาดโลหะได้แบบไร้สารพิษ เพียงแค่ถูมันฝรั่งดิบลงบนกระทะที่เป็นสนิม แล้วขัดถูตามปกติ คราบสนิมจะหลุดออกได้ง่ายขึ้น หรือ เก็บน้ำที่ใช้ต้มมันฝรั่งเอาไว้ ทิ้งให้เย็นแล้วเอาเครื่องเงินที่เป็นคราบดำลงไปแช่และขัด เครื่องเงินจะกลับมาเงางามอีกครั้งค่ะ

สมุนไพรอันตราย 13 ชนิด

มีนาคม 9, 2009

 วันนี้ค่อนข้างหงุดหงิดเพราะขัดใจหลายเรื่องค่ะ ฟาดงวงฟาดงาไปก็หลายครั้ง อิอิอิ เหมือนเด็ก ๆ เลยเนอะ เจ้านายคงเหลืออดเหลือทนเต็มที ก็เลยส่งตำราพืชสมุนไพรที่เป็นอันตรายต่อชีวิตการทำงาน 13 ชนิดมาให้อ่าน ก้อยก็เลยนำมาฝากทุกคนด้วยค่ะ ใครที่กำลังปลูกต้นอะไรอยู่ก็ดูด้วยนะคะว่าเป็นต้นที่มีประโยชน์ หรือมีโทษ ก้อยเองก็ปลูกไว้หลายต้นค่ะ คงต้องไปถอนรากถอนโคนซะบ้าง แล้วหาต้นที่มันจรรโลงสังคมมาปลูก อิอิอิ มาดูกันค่ะว่ามีต้นอะไรบ้าง

สมุนไพรอันตราย 13 ชนิด

สำนักแห่งความสุขขอประกาศรายชื่อสมุนไพรอันตราย 13 ชนิดที่มีต่อชีวิตการทำงานดังนี้คือ :

1 ขิง / ข่า

ขิง(ก็รา) ข่า(ก็แรง) เป็นอันตรายต่อชีวิตการทำงานอย่างยิ่ง บางครั้งเป็นการกระทบกระทั่งด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง เมื่อไม่ยอมกันคนละก้าว ก็เสียทั้งงานและภาพพจน์ขององค์กร

ทางแก้ : การทำงานในสำนักงานไม่ว่าองค์กรราชการหรือเอกชนเป็นการรวมคนจากที่ต่างๆ เข้าด้วยกัน จึงเป็นเรื่องปกติที่มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน รู้จักยอมกันบ้าง ทำนอง ‘แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร’ นอกจากจะได้ไม่เสียสุขภาพจิตแล้ว ยังได้ประสิทธิภาพของงานสูง

2 ขมิ้น (กับปูน)

ไม่ชอบเพื่อน ไม่ชอบเจ้านาย ไม่ชอบหน้าลูกค้า ไม่ชอบงานที่ทำ ไม่ชอบทุกอย่างในชีวิต!

ทางแก้ : ปรับเปลี่ยนทัศนคติมองผู้อื่นในด้านดี หรืออย่างน้อยก็ตามความเป็นจริง มองลูกค้าว่าเป็นผู้ที่ทำให้เราเลี้ยงครอบครัวได้ เพราะการทำงานโดยมีทัศนคติไม่ดียากจะก้าวหน้า และที่แย่ที่สุดคือผ่านชีวิตทำงานแต่ละวันอย่างทรมาน

3 มะนาว (ไม่มีน้ำ)

พูดไม่ดี พูดมากไป พูดไม่ไพเราะ พูดแต่เรื่องร้ายๆ เหล่านี้เป็นอันตรายต่อองค์กรอย่างยิ่ง นอกจากจะขัดใจกันในองค์กรแล้ว ยังอาจทำให้ลูกค้าหนีหายก็ได้

ทางแก้ : พูดน้อยหน่อย ทำงานมากหน่อย มองด้านดีของคนอื่นบ้าง

4 จิก

เจ้านายประเภทที่ใช้คนไม่เลือกเวลา ชอบบรี๊ฟงานห้านาทีก่อนเลิกงาน โทร.ตามจิกลูกน้องห้านาทีก่อนเที่ยงคืนและในวันหยุดเป็นประจำ

ทางแก้ : การทำงานที่ดีอยู่ที่การวางแผน และรักษาสมดุลของงานกับครอบครัว ลูกน้องที่พักผ่อนพอเพียงและมีชีวิตครอบครัวที่ดี ย่อมทำงานได้ประสิทธิภาพกว่าคนที่ทำงานใต้สภาวะของการจิก การทำงานชั่วโมงยาวนานมิได้หมายถึงประสิทธิภาพและคุณภาพเสมอไป

5 ว่านหางจระเข้ (ฟาดหาง)

เจอเรื่องไม่ดีที่บ้านก็นำมาฟาดหาง (จระเข้) กับเพื่อนหรือลูกน้อง หรือทั้งเพื่อนและลูกน้อง

ทางแก้ : แยกแยะงานกับเรื่องส่วนตัว งานส่วนงาน ไม่นำเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน เพราะทุกคนก็ประสบเรื่องไม่ดีทั้งนั้น แก้ปัญหาเรื่องส่วนตัวโดยวิธีการอื่น เช่นปรึกษาเพื่อนฝูง เป็นต้น

6 (เย็น)ชา

เย็นชากับลูกค้า ลูกค้าหลุดได้ เย็นชากับลูกน้อง ลูกน้องก็หนี เย็นชากับเจ้านาย ก็อาจตกงาน!

ทางแก้ : รักษาน้ำใจเพื่อนๆ ในที่ทำงาน จะทำให้หลายสิบชั่วโมงต่อสัปดาห์ในที่ทำงานเป็นสวรรค์ ไม่ใช่นรก

7 สีเสียด

ใช้วาจาเสียดสี เหยียดหยาม กระแทกกระทั้นคนรอบตัวเพื่อความสะใจ ต่อหน้าลูกค้าเอ่ย “ครับๆ ค่ะๆ” ลับหลังลูกค้าด่าว่าโง่ ฯลฯ

ทางแก้ : การใช้คำพูดในเชิงลบไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาใดๆ ทั้งสิ้น ตรงกันข้ามจะทำให้ผู้พูดลดคุณค่าและความน่าเชื่อถือลง ลองมองด้านดีของคนอื่นบ้าง

8 กระทืบยอด

เป็นยอดในการย่ำคนอื่น เป็นเยี่ยมในการไต่ขึ้นที่สูงโดยเหยียบหัวเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ

ทางแก้ : ไต่ขึ้นที่สูงไปตามพัฒนาการของตนเอง จะเป็นฐานที่แข็งแรงที่สุด

9 มะขวิด

ไล่ขวิดคนไปทั่ว ยุ่งเรื่องชาวบ้านโดยไม่ทำงานของตัวเอง

ทางแก้ : กลับไปทำงาน! เพราะเวลาวัดผลงานในตอนท้าย ไม่ได้วัดกันที่ความคมของเขี้ยว เขาหรืองา

10 ยอ

ยกยอเจ้านายตลอดเวลา เสนอหน้าหลังเวลางาน

ทางแก้ : ความก้าวหน้าจากการประจบเอาใจผู้ใหญ่ไม่ใช่รากฐานที่มั่นคงของชีวิตการทำงานในระยะยาว

11 แมงลัก

ขโมยไอเดียของคนอื่น แล้วยกว่าเป็นของตัวเอง

ทางแก้ : พัฒนาตนเองตลอดเวลา เรียนรู้จากความคิดของผู้อื่น แล้วนำไปแตกหน่อต่อยอด เป็นการเพิ่มคุณค่าให้ตัวเอง

12 รางจืด

ใช้ชีวิตทำงานแบบจืดสนิท ทำงานแบบกางตำรา ไม่เริ่มงานเด็ดขาดแม้เข็มนาฬิกาอยู่ก่อนเวลาเริ่มงาน 1.025 วินาที พนักงานไม่เคยไปสังสรรค์ด้วยกัน ฯลฯ

ทางแก้ : เปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิตทำงานบ้าง แล้วอาจพบว่า การทำงานก็เป็นเรื่องสนุกได้

13 กระบือเจ็ดตัว

พอใจในความรู้ความสามารถที่ตนมีอยู่ไม่ว่ามันจะจำกัดเพียงใด ไม่ยอมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

ทางแก้ : ความรู้หรือเทคโนโลยีที่เรียนมาเมื่อ 10-20 ปีก่อนอาจแก้ปัญหารูปแบบใหม่ๆ ในปัจจุบันไม่ได้ โลกเปลี่ยนไปนาทีต่อนาที คนทำงานต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทัน ต้องศึกษาเพิ่ม อาจเป็นการเรียนวิชาที่เพิ่งเกิดใหม่ สัมมนาทางวิชาการ ศึกษาภาคค่ำ แทนที่จะหาประสบการณ์จากการกินเหล้าและเข้าผับอย่างเดียว

ขออำนวยพรให้ทุกท่านทำงานอย่างมีความสุข!

วินทร์ เลียววาริณ
21 กุมภาพันธ์ 2552

ขอบคุณบทความดีๆ จากคุณ วินทร์ เลียววาริณ

สบตากับความตาย

มีนาคม 9, 2009

ชื่อ…สบตากับความตาย…เป็นชื่อหนังสือของ ว.วชิรเมธี ค่ะ ซึ่งก้อยอ่านยังไม่จบ แต่ก็พบว่ามีอะไรดีดี น่าสนใจในงานเขียนเล่มนี้เยอะมาก ๆ

ต้นสายปลายเหตุที่ก้อยหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน ก็เพราะว่าก้อยกำลังอยู่ในระหว่างความทุกข์กับความตายของญาติสนิท ซึ่งก่อนหน้านี้ก้อยก็เป็นคนที่อ่านหนังสือมาหลากหลายมาก เรื่องพุทธศาสนาก็อ่านมากเช่นกัน แต่ก็อย่างว่าแหละค่ะ ได้แต่อ่าน ศึกษา และคุยกับคนใกล้ตัว มีอะไรเห็นไม่ตรงกันเราก็นำมาแย้งกันไปมา คิดว่าเข้าใจถ่องแท้…แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ ในช่วงวินาทีที่รับรู้ถึงการสูญเสีย ก้อยก็ยังเคว้ง….

ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัวสำหรับก้อย แต่ก้อยเคว้งเพราะก้อยตามอารมณ์ไม่ทัน มันเหมือนขาดสติไปชั่ววูบ กว่าจะรวบรวมทุกอย่างกลับเข้าที่ได้ก้อยก็เป็นทุกข์ไปซะแล้ว…

สำหรับทุกคนที่กำลังเคว้ง…สบตากับความตาย…ไม่ได้ช่วยให้คนตายแล้วฟื้นนะคะ แต่ช่วยให้คนเป็นอย่างเรา ๆ ทั้งหลาย พร้อมที่จะตายทุกลมหายใจเข้า-ออก และรู้จักและรักความตายมากขึ้นค่ะ


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.