บทความดีดีจากนิตยสาร Health & Cuisine ค่ะ ก้อยอ่านแล้วชอบก็เลยนำมาฝากทุกคนค่ะ…
มีตำนานพุทธเก่าแก่ที่แสดงว่าคนเราจะทำอย่างไร เมื่อประสบวิกฤตการณ์ที่เกี่ยวกับความเป็นความตายของชีวิต
ชายคนหนึ่งกำลังถูกเสือวิ่งไล่ล่าอยู่ในป่า เสือน่ะวิ่งเร็วกว่าคนมากนัก แถมยังกินคนอีกด้วย เสือกำลังหิว และชายคนนั้นกำลังตกที่นั่งลำบาก เมื่อเสือจวนเจียนจะถึงตัว ชายคนนั้นเหลือบเห็นหลุมลึกอยู่ข้างทาง ในภาวะสิ้นหวังเขากระโจนลงไปในหลุม ทันใดนั้นเขาก็รู้ตัวว่าเขาทำผิดมหันต์ หลุมนั้นแห้งและเขาเห็นงูดำตัวใหญ่ยักษ์ขดอยู่ที่ก้นหลุม
ด้วยสัญชาตญาณ แขนของเขาสัมผัสด้านข้างของบ่อและมือเกาะรากต้นไม้ไว้ได้ รากไม้นั้นช่วยไม่ให้เขาร่วงลงไป เมื่อรวบรวมสติได้ เขาก้มลงไปมองด้านล่าง เห็นเจ้างูดำตัวนั้นชูหัวขึ้นมาเต็มที่พยายามจะฉกเขาที่เท้า แต่เท้าของเขาอยู่สูงเกินไปสักกระเบียดเดียว เขาแหงนหน้าขึ้นไปมองด้านบน เห็นเจ้าเสือตัวนั้นกำลังชะโงกลงมาในบ่อ พยายามจะตะปบเขาจากเบื้องบน แต่มือของเขาที่ยึดรากไม้ไว้อยู่ต่ำลงมาแค่กระเบียดเดียว ขณะที่เขากำลังพิจารณาสถานการณ์ที่สุดแสนจะอันตรายนี้ เขาเห็นหนูสองตัว ตัวหนึ่งสีขาว ตัวหนึ่งสีดำ โผล่ออกมาจากรูเล็ก ๆ แล้วเริ่มต้นแทะรากไม้นั้น
ขณะที่เสือพยายามจะตะปบชายคนนั้น ลำตัวของมันไปเสียดสีต้นไม้เล็ก ๆ ต้นหนึ่งจนมันสะเทือน มีรังผึ้งติดอยู่บนกิ่งไม้ซึ่งโน้มอยู่เหนือปากหลุม น้ำผึ้งเริ่มหยดลงมาในหลุม ชายผู้นั้นแลบลิ้นออกมารองรับน้ำผึ้งไว้
“อืม!!อร่อยจัง” เขากล่าวกับตัวเองแล้วก็ยิ้ม
นิทานเรื่องนี้เท่าที่เล่ากันมาแต่ดั้งเดิมก็จบลงที่ตรงนี้ มันจึงเหมือนเรื่องจริงในชีวิต ชีวิตก็เป็นเช่นเดียวกับละครทีวีเรื่องยาว ๆ ที่ไม่เคยจบลงอย่างสมบูรณ์ ชีวิตมีแต่จะอยู่ในกระบวนการดำเนินไปสู่การสิ้นสุดเสมอ แต่ยังไม่สิ้นสุดสักที
ยิ่งไปกว่านั้น บ่อยครั้งที่ชีวิตของเราดูประหนึ่งว่ากำลังติดกับอยู่ระหว่างเสือหิวกับงูดำตัวยักษ์ ระหว่างความตายและอะไรที่เลวร้ายยิ่งกว่า โดยมีวันและคืน (เจ้าหนูสองตัว) คอยกัดกินเครื่องยึดเหนี่ยวของชีวิต ที่ปราศจากความมั่นคงใด ๆแม้จะอยู่ในสถานการณ์ลำบากแลนสาหัส มันก็ย่อมจะมีน้ำผึ้งหยดลงมาจากไหนสักแห่งเสมอ ถ้าเรามีปัญญา เราจะแลบลิ้นออกมาลิ้มรสน้ำผึ้งอันโอชะ ทำไมจะไม่ล่ะ เมื่อใดที่ไม่มีอะไรให้ทำ เมื่อนั้นก็ไม่ต้องทำอะไร และจงมีความสุขกับน้ำผึ้งในชีวิตเท่าที่มี
อย่างที่อาตมาบอก นิทานเรื่องนี้จบลงตรงนั้นเอง อย่างไรก็ตามเพื่อให้เห็นชัดเจน อาตมามักจะเล่าตอนจบจริง ๆ ให้ผู้ฟังของอาตมาได้รู้ไว้
ขณะที่ชายผู้นั้นกำลังลิ้มรสน้ำผึ้งอย่างมีความสุข หนูก็แทะรากต้นไม้จนมันกร่อนลง ๆ เจ้างูดำตัวใหญ่ก็ยืดลำตัวใกล้เท้าของชายผู้นั้นเข้าไปทุกที ส่วนเจ้าเสือเล่าก็โน้มตัวลงมาจนอุ้งตีนของมันเกือบจะถึงมือชายคนนี้อยู่แล้ว และแล้วมันก็ชะโงกลงมามากเกินไป มันเลยตกลงไปในหลุม เฉียดชายผู้นั้นไป หล่นลงไปทับเจ้างูตาย และตัวมันเองก็ตายด้วยเช่นกัน
มันสามารถเกิดขึ้นได้ !!! และอะไร ๆ ที่ไม่ได้คาดไว้ ก็มักจะเกิดขึ้นได้ นั่นแหละชีวิตของเราละ ฉะนั้นทำไมเราจึงจะยอมสูญเสียเวลาที่จะลิ้มรสน้ำผึ้งไปเสียเล่า แม้ในยามที่ย่ำแย่และเกือบจะไม่มีความหวังใด ๆ เหลือแล้ว
อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน เราไม่เคยจะมั่นใจได้หรอกว่าเรื่องอะไรกำลังจะเกิดขึ้นต่อไป
ป้ายกำกับ: กระเบียด, ตำนานพุทธ, นิทาน, น้ำผึ้ง, รังผึ้ง, รากไม้, หลักธรรม, Health & Cuisine