ประวัติเอกสารสำหรับ มีนาคม, 2010

ไอ้หนุ่มฮาเลย์

มีนาคม 6, 2010

ไอ้หนุ่มคนหนึ่งใฝ่ฝันมานานแล้วว่า อยากได้มอ’ไซค์ฮาเลย์สักคัน
จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเก็บเงินได้มากพอจนสามารถซื้อมอ’ไซค์ฮาเลย์ได้

แต่ ก่อนที่จะออกจากโชว์รูม คนขายเตือนเขาว่า ให้ระวังชิ้นส่วนที่ชุบโครเมียมจะหมองถ้าโดนฝน ไอ้หนุ่มมอ’ไซค์เห็นจริงดังนั้น เลยถามคนขายว่าควรทำอย่างไรดี แล้วก้อได้คำตอบว่า ให้พกวาสลีนติดตัวไว้เสมอ เวลาฝนจะตกก้อเอาวาสลีนไปละเลงตรงที่ชุบโครเมียม ด้วยความรักที่มีต่อมอ’ไซค์ราคาแพง ไอ้หนุ่มคนนั้นจึงพกวาสลีนติดตัวตามที่ได้รับคำแนะนำมา

ต่อมาไม่นาน ไอ้หนุ่มมอ’ไซค์ฮาเลย์ก็พบรักกับสตรีนางหนึ่ง ถึงขนาดพาซ้อนฮาเลย์ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดเวลา
ความรักของทั้งสองคนเบ่งบานขึ้ นจนสาวเจ้าออกปากเชิญไป กินข้าวเย็นที่บ้านกับครอบครัวของเธอ

ไอ้หนุ่มฮาเลย์ตกลงทันที แต่เธอบอกว่าที่บ้านเธอมีธรรมเนียมแปลกอยู่อย่างหนึ่ง นั่นคือหลังอาหารเย็นสิ้นสุดลง ใครพูดออกมาเป็นคนแรกต้องล้างจานทั้งหมด

ไอ้หนุ่มรู้สึกแปลกใจแต่คิดว่าคงน่าสนุกดี ดังนั้นหลังอาหารเย็น ทุกคนซึ่งประกอบด้วย พ่อแม่ของฝ่ายหญิงและคู่รักหนุ่มสาวจึงพากันรูดซิปปากกันถ้วนหน้า

กาลผ่านไปเป็นชั่วโมงจนไอ้หนุ่มรู้สึกอึดอัด แต่แล้วเขาก้อคิดอุบายออกมาได้อย่างหนึ่ง
เขาหันมากอดจูบแฟนสาวต่อหน้าพ่อแม่ของเธอ แต่ผิดคาด ไม่มีใครพูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว
ไอ้หนุ่มฮาเลย์ไม่ยอมจำนนง่ายๆ เขาจับสาวเจ้าให้ขึ้นไปนอนบนโต๊ะอาหารแล้วจัดการ ….XXX….กับแฟนสาวของตนทันที
สีหน้าพ่อกับแม่ฝ่ายหญิงแดงก่ำเพราะโกรธจัด แต่ไม่มีใครเอ่ยปากแม้แต่คำเดียว! !!
ไอ้หนุ่มรู้สึกประหลาดใจมาก แต่ยังไม่ยอมแพ้ คราวนี้ลงมือ ….XXX…. กับแม่ของฝ่ายหญิงอย่างดุเดือด แม่ของฝ่ายหญิงยิ้มพริ้มพราย แต่แฟนสาว และพ่อของเธอ (ฝ่ายหญิง) กลับเป็นฝ่ายมีสีหน้าโกรธเดือดดาล

แต่แล้วก็เหมือนเดิม ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลย

คราวนี้ไอ้หนุ่มฮาเลย์รู้แล้วว่า คงไม่มีทางเอาชนะเกมนี้ได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่านั้นเขาได้ยินเสียงฟ้าร้องครืนมาแต่ไกล
แน่แล้ว ฝนกำลังจะตกแน่ๆ สิ่งแรกที่เขาคิดคือต้องเอาวาสลีนไปทารถมอ’ไซค์ฮาเลย์สุดรักสุดหวงซะก่อนที่จะเปียกฝน
เมื่อคิดได้แล้ว เขาก็ล้วงเอากระปุกวาสลีนออกมา….

“เอาหล่ะ” เสียงหนึ่งทำลายความเงียบขึ้น เป็นของพ่อของแฟนสาวนั่นเอง

“ถ้ามึงจะเอาขนาดนี้เลยล่ะก้อ กูล้างจานเองก็ได้…”

ขอบฟ้า…ทะเลกว้าง

มีนาคม 6, 2010

วันนี้ก้อยดั้นด้นเดินขึ้นเขา-ลงเขา เพื่อไปชมวิวในจุดที่ให้อารมณ์ของเกาะกลางทะเลอย่างเกาะภูเก็ตมากที่สุดค่ะ เส้นทางนี้ให้สังเกตจากจุดชมวิวสามหาด จะมีทางลาดยางอย่างดีลงเขาไปด้านล่าง ขับรถลงไปได้เลยค่ะ ขับไปจนสุดถนน จะมีร้านอาหารด้านขวามือ และมีทางเดินลงหาดด้านล่าง ซึ่งก่อนนี้ก้อยลงไปชื่นชมความงามของธรรมชาติค่อนข้างบ่อย แต่หลังจากมีนายทุนมาเปิดร้านอาหารและเก็บค่าผ่านทางก้อยก็ไม่แวะเวียนมาอีกเลยค่ะ แต่ถ้าใครสนใจจะลงไปทางนี้ก็จ่ายค่าผ่านทางและก็เดินลงไปได้สบาย ๆ ค่ะ

สำหรับทางที่ก้อยเลือก คือขับรถต่อไปตามทางดินแดงที่ขรุขระ และร่องน้ำลึกพอสมควร ไปจนสุดทาง ไม่สามารถขับรถต่อไปได้อีกแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเดินเท้าค่ะ…ลุยเลยค่ะ

เส้นทางดูเหมือนว่าจะรกนะคะ แต่ก็มีทางให้เดินไปได้เรื่อย ๆ ค่ะ ควรเตรียมความพร้อมด้วยกางเกงขายาว , เสื้อแขนยาว , รองเท้าผ้าใบ , หมวกปีกกว้าง , ครีมกันแดด และ น้ำดื่มค่ะ สำหรับก้อยวันนี้ไม่ได้เตรียมความพร้อมมาเลยค่ะ แค่ออกมาทานข้าวเที่ยง แต่ไหงมาไกลถึงนี่ล่ะ…ทางที่เดินไม่ร้อนค่ะ มีร่มไม้ตลอด แต่พอมาโผล่ที่ทุ่งหญ้าซีคะ ทั้งร้อนทั้งคัน ต้องปีนป่ายโขดหินอีก … แต่ภาพที่เห็นมันคุ้มค่าค่ะ

สำหรับคนที่มีโอกาสตระเตรียมความพร้อม มีน้ำ มีขนม มาปิกนิก ก้อยขอร้องให้คุณเก็บขวดเก็บขยะกลับไปทิ้งด้วยนะคะ อย่าทิ้งไว้ที่นี่เลยค่ะ คนที่มาทีหลังเห็นแล้วไม่มีความรู้สึกชื่นชมเลยค่ะ นอกจากเสียดาย..เสียดายที่ความงามมีมลทิน ก้อยอยากให้ทุกคนที่มาเที่ยวที่นี่ มาชื่นชมความงาม และเก็บความทรงจำดี ๆ กลับไป โดยที่ไม่ต้องทิ้งขยะไว้ให้ดูต่างหน้า…

เที่ยวพังงาวันขึ้นปีใหม่

มีนาคม 6, 2010

ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ใครต่อใครพากันคิดว่าก้อยมีวันหยุด + วันลา ติดต่อกันหลายวัน คงจะไปเที่ยวไหนต่อไหนอีกตามเคย แต่สำหรับครั้งนี้ไม่ใช่ค่ะ ก้อยยังเหนื่อยจากการเที่ยวอีสาน และเบื่อการขับรถทางไกล ยิ่งช่วงเทศกาลวันหยุดอย่างนี้ด้วยแล้ว…ไม่เอาดีกว่าค่ะ

แต่อ้นก็ยังมีแผนพา สว. ไปเที่ยวใกล้ ๆ ในวันขึ้นปีใหม่ และรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าก้อยไม่ต้องขับรถ อ้นขับเอง … ทริปนี้เอารถไป 2 คันค่ะ ขับตาม ๆ กันไป จุดหมายแรกคือ น้ำตกรามัญ ค่ะ ชื่อนี้ก้อยไม่คุ้นหูเอาซะเลย ถ้าอาอี๊ไม่ยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าอยู่ที่พังงา ก้อยคงไม่เชื่อแน่นอนค่ะ ระยะทางจากภูเก็ตไปพังงาใช้เวลาไม่นานค่ะ จะไปน้ำตกรามัญให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางเดียวกับวัดถ้ำสุวรรณคูหาค่ะ  แต่วัดถ้ำฯ จะถึงก่อน ให้ขับไปตามทางเรื่อย ๆ ประมาณ 6 กม. ก็จะถึงน้ำตกรามัญค่ะ ซึ่งมีป้ายบอกทางเป็นระยะ ไม่ต้องกลัวหลงทาง ถ้าสับสนก็สอบถามชาวบ้านได้ค่ะ

ตอนที่เรามาถึงน้ำตกฯ บรรยากาศสงบเงียบมากค่ะ อากาศก็ดีสุด ๆ มองไปรอบ ๆ มีแต่สีเขียวของต้นไม้ และเสียงน้ำไหล แต่สิ่งแรกที่พวกเราทำคือ จัดวางข้าวของ และเอาอาหารที่เตรียมมาจากบ้านมาทานด้วยความหิว อิอิอิ ก่อนจะเดินสำรวจบริเวณน้ำตก และชื่นชมความงามของธรรมชาติ ตอนมาถึงหลายคนคิดว่าจะลงเล่นน้ำตก แต่เมื่อกลับจากเดินสำรวจด้านบน ทุกคนก็ต้องเปลี่ยนใจ เพราะแค่เวลาที่เราเดินไปไม่นาน กลับมาอีกครั้งความเงียบสงบหายไปหมดแล้วค่ะ … นั่งพักให้หายเหนื่อยพวกเราก็ตกลงใจเก็บข้าวของ ไปกันต่อดีกว่าค่ะ

มติที่ประชุมคือ ไปกินหมูสะเต๊ะพังงาและกาแฟชาวค่าย ก่อนจะไปไหว้พระที่วัดถ้ำพระญานาคราชค่ะ จากร้านหมูสะเต๊ะพังงา เราไปตามเส้นทางสายเก่าผ่านเขาพับผ้าที่พับไป-มา ซึ่งเส้นทางสายนี้อ้นไม่ยอมขับเอง ยัดเยียดให้ก้อยขับจนได้…เฮ้อ…แต่ก็ดีนะที่ขับรถเองเพราะมันทำให้ก้อยไม่เมารถมากนัก ทางเข้าวัดถ้ำพระญานาคราช อยู่ที่โค้งสุดท้ายค่ะ เสี้ยวขวาเข้าไปได้เลยค่ะ…

หลังจากเดินขึ้นเขาเที่ยวน้ำตกกันมาแล้ว ตอนนี้เราต้องเดินขึ้นเขากันอีกครั้งค่ะ ครั้งนี้มีบันไดให้ไต่ขึ้นไปซะด้วย และมีระฆังแขวนไว้เป็นระยะ เพื่อให้หยุดพักตีระฆัง..อิอิอิ บันไดกี่ขั้นก้อยก็ไม่ได้นับซะด้วยซีคะ แต่ไม่เหนื่อยค่ะ เดินไปเรื่อย ๆ ไปถึงด้านบนแล้วรับรองว่าหายเหนื่อยแน่นอน นอกจากมาไหว้พระและชมวิวทิวทัศน์แล้วยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำอีก 1 เรื่องค่ะ นั่นแน่ะ…บางคนก็รู้แล้วใช่มั้ยคะ ถ้าต้องการทราบก็ต้องมาให้ถึงก่อนค่ะ…ความลับค่ะ

เย็นมากแล้วกลับภูเก็ตกันดีกว่าค่ะ ทุกคนเห็นตรงกันว่าไปทางทับปุดดีกว่า ไม่อยากขับรถพับไปพับมาตามเขาอีกแล้ว…จุดสุดท้ายที่แวะก่อนเข้าภูเก็ตคือ จุดชมวิว 360 องศาค่ะ จากพังงาเข้าภูเก็ตอยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงบ้านต้นแซะค่ะ เลี้ยวซ้ายขับรถไปตามทางเรื่อย ๆ ก็จะเจอกับร้านกาแฟด้านบน สถานที่ที่จัดไว้สำหรับถ่ายภาพและชมวิวทิวทัศน์ และเจ้าของสถานที่ที่มากไปด้วยอัธยาศัยไมตรี เสียดายที่วันนี้พระอาทิตย์ไม่กลมสวย และตกช้า เราเลยไม่มีโอกาสได้เห็นพระอาทิตย์ตก แต่ไม่เป็นไรค่ะ ภูเก็ต – พังงา ใกล้นิดเดียว ค่อยหาโอกาสมาวันหลังก็ได้ … สวัสดีปีใหม่ 2553 ค่ะ


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.