ประวัติเอกสารสำหรับ พฤษภาคม, 2010

สักยันต์…ศิลปะ…งานแฮนด์เมด

พฤษภาคม 21, 2010

จากแผ่นหลังเกลี้ยง ๆ ที่หลาย ๆ คน บ่นว่าเรียบเกินไป เวลาใส่เสื้อเปิดหลังแล้วดูธรรมดา อยากทำอะไรให้ดูดี น่าสนใจ และดึงดูดสายตาคนอื่น ๆ ได้มากกว่านี้ การสักยันต์ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า Tattoo เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของหลาย ๆ คนค่ะ และต่างคนก็ต่างเหตุผล เรียกว่าเป็นความสนใจเฉพาะบุคคลจริง ๆ เลย

และวันนี้ก้อยก็ได้รับเกียรติจากครูทิพย์ ครูโยคะคนสวยของสุโขสปา ยอมเปิดเผยรอยสักที่ครูเพิ่งจะสักมาแบบที่เรีกว่า สด ๆ ร้อน ๆ กันเลยทีเดียวค่ะ รูปแรกเป็นรูปก่อนสักนะคะ

รูปที่สองเป็นการวางลายก่อนการสักจริงค่ะ ซึ่งครูผู้สักจะวางลายให้ผู้ที่คิดจะสักดูก่อนว่าตำแหน่งที่วางลายสักนั้นถูกใจหรือยัง ถ้าไม่ถูกใจก็จะปรับเปลี่ยนจนกว่าจะถูกใจ อย่าลืมนะคะว่าความพึงพอใจเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะลายสักจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ถ้าเราไม่คิดจะลบออก ซึ่งค่าลบแพงกว่าค่าสักเยอะเลย อิอิอิ

สำหรับครูทิพย์นั้นเลือกที่จะสัก “โอม” และ “ยันต์ 5 แถว” ค่ะ

ตัว “โอม” แบบชัด ๆ ค่ะ ยังเห็นรอยช้ำนิด ๆ เพราะครูเพิ่งสักเมื่อวานเองค่ะ ตอนที่ถ่ายรูปยังผ่านมาไม่ครบ 24 ชั่วโมงเลย

ก้อยนั่งดูตอนสัก ไม่มีเลือดซึมออกมาให้เห็นเลยค่ะ ถามครูทิพย์ว่าเจ็บมั้ย…ครูบอว่าไม่เจ็บเลยค่ะ

อีก 1 รูปเป็น “ยันต์ 5 แถว” ค่ะ สำหรับผู้ที่สนใจคงจะทราบถึงความสำคัญของยันต์ 5 แถว กันดีแล้ว ใช่มั้ยคะ ซึ่งก้อยเองไม่ทราบความนัยของเรื่องพวกนี้เลยค่ะ ส่วนตัวแล้วชื่นชอบงานสักว่าเป็นงานศิลปะอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะมีความสวยงามของลวดลาย และถ้าเลือกทำเลที่ดีก็จะเป็นชิ้นงานที่โดดเด่น ดูแล้วมีเสน่ห์อีกรูปแบบหนึ่งค่ะ

ที่พูดมาทั้งหมดนั้นก็เพื่อจะเข้าเรื่องว่า ตอนนี้ที่ทำงานของก้อย ให้บริการสักยันต์ โดยครูสักที่ผ่านการฝึกฝนและรับการถ่ายทอดวิชาจากครูที่นับถือ และมั่นใจได้เรื่องความสะอาด ปลอดภัย ค่ะ ส่วนลายสักก็มีให้เลือกมากมาย สวย ๆ ทั้งนั้นค่ะ ตอนนี้มีคนสักไปหลายลายแล้วค่ะ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุกคงไม่พ้น ยันต์ 5 แถว แล้วก้อยค่อยรวบรวมมาฝากในครั้งต่อไปนะคะ

มฤคทายวัน

พฤษภาคม 16, 2010

ปิดท้ายการเดินทางทริปนี้ที่พระราชนิเวศน์มฤคทายวันค่ะ

ช่วงที่ก้อยเข้ามาเป็นช่วงที่มีการจัดงาน ดังนั้นจึงมีคนเข้ามาเที่ยวชมกันอย่างคึกคัก บรรยากาศสนุกสนานค่ะ และมีการสาธิตงานช่างฝีมือของไทยแต่โบราณด้วยค่ะ ที่สำคัญมีขนมไทยโบราณอร่อย ๆ ที่หาทานได้ยากมาขายด้วย

… จบแล้วค่ะสำหรับการเดินทางครั้งนี้ เหนื่อยมาก แต่ก็มีความสุขค่ะ ปีละครั้งที่ก้อยกับอ้นวางไว้ว่าจะพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวกับเราด้วย ถ้าเอ๋กับเจี๊ยบสะดวกก็จะร่วมเดินทางด้วย เพราะพ่อกับแม่เหนื่อยกับพวกเรามากแล้ว ถ้าเราจะเหนื่อยกับการพาท่านเที่ยวก็เป็นเรื่องที่ควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง และพวกเราลูก ๆ ก็เต็มใจเหนื่อยค่ะ

บ้านหอมเทียน

พฤษภาคม 16, 2010

ใครเป็นคนทำแผนการตลาดให้บ้านหอมเทียนนะ…

วันนี้บ้านหอมเทียน เป็นหนึ่งร้านที่ทุกคนที่มาสวนผึ้งต้องแวะ และเงินในกระเป๋าต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านหอมเทียน

ก้อยไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของร้าน แต่ก้อยขอชื่นชมผู้ก่อตั้งค่ะ…. ก้อยเองก็เอาเงินมาแลกเทียนของที่นี่กลับภูเก็ตเยอะเลย…

ไร่ศุภกาญจน์

พฤษภาคม 16, 2010

ไร่ใครก็ไม่รู้ ไร่อะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้อะไรสักอย่าง อิอิอิ

รู้อย่างเดียวว่าชื่อไร่ศุภกาญจน์ …..

……………………….

อยากมีไร่ของตัวเองจังเลย………และจะตั้งชื่อว่า

“ไร่ศุภกาญจน์”

กล้วยไม้งามที่สวนผึ้ง

พฤษภาคม 16, 2010

หลังจากกลับลงมาจากเขากระโจม และทานอาหารเช้าที่โรงแรมฯ เราก็วางแผนสำหรับกิจกรรมต่อไป เรียกว่าทำตาม ๆ กันนั่นแหละค่ะ กิจกรรมต่อไปคือไปเที่ยวชมสวนกล้วยไม้ ซึ่งสาวกกล้วยไม้ก็มีอ้น เอ๋ และก็หม่ามี๊ก้อยนั่นเอง

ก้อยค่อนข้างแหยง ๆ ไม่กล้าเข้าใกล้กล้วยไม้สักเท่าไหร่ในตอนแรก เพราะกลัวว่าจะเกิดอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ เหมือนเมื่อครั้งที่เดินกลางดงกล้วยไม้ที่งานที่ภูเก็ต แต่ลองสังเกตอาการตัวเองสักพักก็มั่นใจได้ว่าตัวเองอาการปกติ ก็เลยชื่นชมกับความงามของกล้วยไม้อย่างเต็มที่ เย้ เย้ ถ้าขนมาได้แม่คงเสียตังค์แน่นอนเลย อิอิ  ดีนะที่รถไม่มีที่ว่าง งานนี้เอ๋เสียตังค์คนเดียว เพราะซื้อกลับปทุมธานี ไม่มีปัญหา 5555

ตะลุยเขากระโจม

พฤษภาคม 16, 2010

ได้ยินชื่อ “เขากระโจม” จากการทำการบ้านก่อนเดินทาง แต่ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะเอายังไงดี เพราะเรื่องสวนผึ้งก้อยปล่อยให้น้องเจี๊ยบเป็นคนจัดการทั้งหมด … ทุกคนเห็นตรงกันว่าไหน ๆ ก็มาแล้วก็ไปเที่ยวซะเลย…

ทรมานมากค่ะ…ต้องตื่นตั้งแต่หัวรุ่ง ก้อยจำเวลานัดไม่ได้ว่าตี 5 หรือตี 6 แต่จำได้ว่าถึงเวลานัดแล้วรถที่เรานัดไว้ยังไม่มารับ รออีก 20 นาทีก็ยังไม่มา ไหน ๆ ก็แหกขี้ตาตื่นมาแล้ว ทุกคนก็เลยขึ้นรถเอ๋ ตั้งใจว่าถ้าระหว่างทางที่เราขับรถไปตีนเขา ยังไม่มีการติดต่อมาจากรถที่นัดไว้เราก็ขับขึ้นไปเอง เอ๋ก็มั่นใจว่าน่าจะไหว…

โชคดีมากเลยที่หลังจากขับมาไม่นานก็ติดต่อคนขับรถได้ และเขาจะรอเราที่ตีนเขา ตอนแรกเอ๋บอกว่าจะขับไปเอง ไม่ง้อรถคันอื่นแล้ว แต่ก้อยค้านแบบหัวชนฝาเลย และก็โชคดีที่เอ๋ยอมทำตาม และเจ้าตัวเองก็บอกว่าทางแย่มาก ๆ ถ้าขับรถมาเองคงเลี้ยวกลับตั้งแต่โค้งแรก 5555

อากาศที่บนเขากระโจมหนาวมาก ๆ แต่ถ้าถามถึงความสวยงามก้อยคงตอบได้ว่าไม่ค่อยประทับใจนัก แต่ประทับใจกับการเดินทางมากกว่าค่ะ สองข้างทางสวยงามค่ะ ขากลับคนรถแวะให้เราเดินไปเที่ยวน้ำตกผาแดงด้วยค่ะ ทางเดินเข้าไปไม่ไกลค่ะ แต่น้ำตกก็ไม่ค่อยมีน้ำสักเท่าไหร่ โดยรวมแล้วก็ถือว่าไม่เสียเที่ยวที่ตื่นเช้า อย่างน้อยก็ได้สัมผัสอากาศหนาวที่เขากระโจม

ไปดูน้องแกะกันดีกว่า

พฤษภาคม 16, 2010

กิจกรรมที่หลาย ๆ คนที่มาเที่ยวสวนผึ้งไม่ยอมพลาดคือการมาทักทายน้องแกะที่ Scenery Farm ค่ะ ก้อยเองก็ไม่พลาดเช่นกัน…อิอิ

คนอื่น ๆ เข้าไปให้อาหารแกะด้านใน แต่ก้อยขอบายค่ะ ดูอยู่ห่าง ๆ ดีกว่าค่ะ บรรยากาศที่ฟาร์มวันนี้คึกคักสนุกสนาน น้องแกะก็มีคนแปลกหน้าเข้าไปให้อาหารเยอะเลย ก้อยเลือกที่จะถ่ายภาพด้านนอกและเดินดูสินค้าในร้านด้านหน้า ซึ่งมีน้องแกะหลากหลายอิริยาบถให้เลือกซื้อกลับบ้าน แต่..ราคาไม่ถูกเลยค่ะ

อิ่มเอมกับความสนุกสนานที่ได้เข้าไปสัมผัสน้องแกะอย่างใกล้ชิดแล้ว อย่าลืมล้างมือให้สะอาดด้วยนะคะ

พักสบาย ๆ ที่ The Camp

พฤษภาคม 16, 2010

ก่อนอื่นขอแนะนำที่พักที่น้องเจี๊ยบเลือกสรรไว้ สำหรับวันพักผ่อนสบาย ๆ ที่สวนผึ้ง…The Camp ค่ะ

กว่าพวกเราจะยกขบวนมาถึงที่พักก็บ่ายมากแล้วค่ะ เพราะมัวตระเวนหาร้านทานมื้อเที่ยง เนื่องจากร้านเป้าหมายที่ในเว็บมีหลายคนแนะนำต้องรอนานมาก ดังนั้น จะอร่อยขนาดไหนก็ต้องขอบายค่ะ เพราะตอนนี้ก็เที่ยงกว่าแล้ว ที่ร้านบอกว่ากว่าจะได้ทานก็ประมาณบ่าย 2 … หาร้านอื่นดีกว่าค่ะ ซึ่งไม่ยากเย็นอะไร เพราะเจ้าแม่เจี๊ยบมาเอง ข้อมูลเธอเพียบค่ะ

สำหรับ The Camp เป็นที่พักที่สะดวกสบายมาก ๆ อากาศตอนกลางคืนที่สวนผึ้งค่อนข้างเย็น ซึ่งแตกต่างกับกลางวันที่ร้อนมากค่ะ จริง ๆ แล้วที่ The Camp มีมุมสวย ๆ เยอะนะคะ แต่เนื่องจากว่าก้อยล้าเต็มที ก็เลยไม่ค่อยได้เก็บภาพมาสักเท่าไหร่ ใครสนใจก็เข้าไปดูในเว็บได้นะคะ

แลนง้อเหนือเขื่อนจุฬาภรณ์

พฤษภาคม 15, 2010

มาถึงแล้วค่ะ เขื่อนจุฬาภรณ์ ความประทับใจแรกของที่นี่คือเจ้าหน้าที่ที่ด้านหน้าค่ะ อัธยาศัยดีมาก ๆ การให้ข้อมูล การให้ความช่วยเหลือ เหนือความคาดหมายค่ะ…ขอชื่นชม

ก้อยคงไม่ต้องบรรยายถึงเขื่อนให้มากความนะคะ บรรยากาศของเขื่อนก็คล้าย ๆ กัน อยู่ที่ว่าเราจะมาในช่วงเวลาไหน เขื่อนก็มีความสวยงามและความยิ่งใหญ่ ในตัวของตัวเองให้ทุกคนได้สัมผัส เขื่อนจุฬาภรณ์ก็เช่นเดียวกันค่ะ

เราแวะทานอาหารเที่ยงที่ร้านอาหารในเขื่อนค่ะ เพราะดูจากเส้นทางแล้วใช้เวลาไม่นานก็ถึงน้ำหนาวแล้วล่ะค่ะ โอ้เอ้กันได้เต็มที่…

และแล้ว..พวกเราก็มาหลงรักกับต้นไม้ต้นนี้ สวยงามโดดเด่นเป็นสง่าเหนือใคร รู้จักมั้ยคะว่าต้นอะไร..เฉลยค่ะ ต้นไม้ต้นนี้คือ ต้นแลนง้อ…

ความพิเศษอยู่ที่เปลือกของต้นไม้ชนิดนี้ ดูจากในภาพนะคะ

เฮ้อ…ก้อยชักอิจฉาคนที่นี่ซะแล้วซี อากาศที่เขื่อนดีมาก ๆ ค่ะ มีมุมให้นั่งพักผ่อน มีศาลาชมวิว .. สบายที่สุดเลย หนังท้องตึง หนังตาหย่อน ลมเย็น ๆ ริมน้ำ…น่านอนที่สุดเลยค่ะ

และ…ไม่อยากจะเล่าต่อเลยว่า วันนี้ก้อยต้องขับรถยาวไกลมากๆๆๆๆ จากเดิมที่ตั้งใจว่าจะนอนที่น้ำหนาว แต่พอทุกคนเห็นบ้านพักก็พร้อมใจกันเห็นด้วยโดยไม่ได้นัดหมายว่าไม่นอนดีกว่า…โดยไม่ได้คิดถึงเงินค่าห้องที่จ่ายไปแล้ว..และระยะทางอีกยาวไกลที่ก้อยต้องขับรถยาวถึงปทุมธานี…เฮ้อ เหนื่อยจัง แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ นอนที่บ้านเอ๋ก็ดีเหมือนกัน จะได้ออกไปสวนผึ้งพร้อม ๆ กัน ก้อยไม่ต้องให้อ้นดูแผนที่..

จบทริปอีสานแล้วนะคะ ต่อไปเป็นการพักผ่อนสบาย ๆ ที่สวนผึ้ง ราชบุรีค่ะ ก่อนเดินทางกลับภูเก็ต….

สวนรุกขชาติน้ำผุดทัพลาว

พฤษภาคม 15, 2010

หลายคนอาจจะงง ๆ กับการเลือกเส้นทางของก้อยนะ จากสกลนครก้อยก็เข้าขอนแก่น และรุ่งเช้าก็ออกเดินทางต่อ เพราะจุดหมายแรกที่วางไว้คือคืนนี้เราจะค้างคืนที่น้ำหนาว เพชรบูรณ์ค่ะ จองที่พักไว้เรียบร้อยแล้ว แต่เวลายังมีเหลือก็เลยแวะเที่ยวรายทาง โดยทุกคนเห็นตรงกันที่จะไปเที่ยวเขื่อนจุฬาภรณ์ หรือเขื่อนน้ำพรม จังหวัดชัยภูมิค่ะ

แต่ก่อนจะถึงเขื่อนฯเป้าหมาย เราก็เจอป้ายน่าสนใจ … สวนรุกขชาติน้ำผุดทัพลาว … บรรยากาศก็ดูร่มรื่นมาก ๆ ก็เลยตัดสินใจแวะเข้าไปก่อน…

สถานที่ยังไม่ได้รับการปรับปรุงมากนัก ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ๆ ของต้นน้ำ เห็นน้ำผุด ปุด ๆ ๆ ๆ ตลอดเวลา น้ำเย็นชื่นใจค่ะ เป็นสถานที่พักผ่อนที่อากาศบริสุทธิ์ สดชื่น รอบ ๆ มีแต่ต้นไม้เขียวชอุ่ม … แวะเข้ามาเที่ยวชมได้นะคะ ผู้คนที่นี่ก็อัธยาศัยดี มีของมาวางขายนักท่องเที่ยวด้วยนะคะ


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.