จงดูเถิด โลกนี้ มีหลายแง่
ดูให้แน่ น่าสรวล เป็นชวนหัว
หรือชวนเศร้า โศกสรด ถึงหดตัว
ดูให้ทั่ว ถ้วนความ ตามแสดง.
จะดูมัน แง่ไหน ตามใจเถิด
แต่ให้เกิด ปัญญา มาเป็นแสง
ส่องทางเดิน ชีวา ราคาแพง
อย่าให้แพลง พลาดพลั้ง ระวังเอย ฯ
เป็นคำสอนของท่าน พุทธทาส ค่ะ
ฝากไว้เป็นข้อคิดสำหรับหลาย ๆ คน ที่บางครั้งอาจจะหลงลืมไปบ้างว่าพระพุทธองค์ท่านสั่งสอนอะไรไว้บ้าง
ศาสนาพุทธ เรามีพระพุทธเจ้าซึ่งตรัสรู้ และประกาศเผยแผ่ให้ทุกคนได้ทราบ การปฏิบัติตามคำสอน ทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จ ไม่ใช่การกราบไหว้บูชาพระพุทธรูป ทำให้คนเราประสบความสำเร็จในชีวิต … ก้อยไม่ได้กบฏนะคะ เพียงแต่บางครั้งก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า เราเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า
คำสอนของพระพุทธเจ้า คือการชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง เหมือนพระพุทธองค์ชี้นำว่าเดินตามทางนี้ไป สุดปลายนิ้วชี้ไปที่ดวงจันทร์ คนที่ปฏิบัติตามก็จะไปถึงดวงจันทร์ แต่คนที่มัวแต่ดูที่นิ้วมือของพระพุทธองค์ ก็จะไม่เห็นอะไร และไปไม่ถึงไหน … ก็เหมือนกับที่คนเราหลงกับวัตถุ ติดกับลาภ ยศ สรรเสริญ ชวนกันกราบไหว้บูชาพระองค์ไหนใบ้หวยแม่น … กราบไหว้วัตถุมงคล ในขณะที่มือถือปืน หรือเลี่ยงการจ่ายภาษี กดขี่แรงงาน ขายยาบ้า ค้าประเวณี ทำธุรกิจหลอกลวง ฉ้อราษฏร์บังหลวง ฯลฯ อย่างนี้แล้วจุดหมายปลายทางของชีวิตคงไม่ใช่ความสุขอย่างแท้จริง
คำว่า “ความเชื่อส่วนบุคคล” อาจจะฟังดูดี สำหรับก้อยมันคือความงมงาย และคงต้องบอกว่า “ความโง่ส่วนบุคคล” มากกว่าค่ะ
ป้ายกำกับ: ความงมงาย, ความเชื่อ, คำสอน, ท่านพุทธทาส, พระพุทธเจ้า, ศาสนาพุทธ