ประวัติเอกสารสำหรับ กันยายน, 2010

11 วิธีเปลี่ยนนิสัยสู่ความสำเร็จ

กันยายน 29, 2010

            ใครๆก็อยากได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จ  แต่ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้เกิดจากความสามารถเท่านั้น  ทราบหรือไม่ว่า  นิสัยเล็กๆ  น้อยๆ  ในชีวิตประจำวันนี่แหละที่จะช่วยให้คุณเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ซึ่งเราทุกคนสามารถทำได้  ง่ายมากทีเดียว

            การฝึกฝนนิสัยที่ดีจะช่วยให้คุณมีศักยภาพมากขึ้น  และความเคยชินที่ดี  จะทำให้ชีวิตคุณมีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้น  และทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็นเรื่องจริง  เพียงคุณหมั่นฝึกฝน  เรื่องที่เคยคิดว่ายากก็จะไม่ยากอีกต่อไป  มาเริ่มฝึกนิสัยที่ดีตั้งแต่วันนี้กันเถอะ

 1.  เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการทักทายคนอื่นก่อน 

            คุณเคยเป็นคนที่ลำบากใจกับการทักทายคนอื่นหรือไม่  การทักทายนั้นไม่ยากอย่างที่คิด  เมื่อพบคนคุ้นเคย  คุณควรจะทักเขาก่อนที่เขาจะเห็นคุณ  และหากบังเอิญหันมาเจอกันพอดี  ก็ควรส่งยิ้มให้เขาก่อน  การทักทายคนอื่นก่อน  จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขาเป็น “ใครบางคน”  ที่มีความหมายและมีความสำคัญ  และนี่คือวิธีสร้างเสน่ห์แก่ผู้พบเห็นอย่างง่ายๆ  โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

 2.  เอ่ยคำชมหรือขอบคุณแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย

            เรื่องเดียวกันสำหรับบางคนอาจถือเป็นเรื่องธรรมดา  แต่สำหรับบางคนกลับถือเป็นเรื่องพิเศษ  เมื่อใครทำอะไรดีๆให้  ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ช่วยเหลือในเรื่องเล็กๆน้อยๆ  รปภ.ที่คอยโบกรถให้  แม่บ้านประจำสำนักงาน  หรือบริกรที่นำอาหารมาเสิร์ฟ ฯลฯ  เพียงคุณเอ่ยคำว่า “ขอบคุณครับ (ค่ะ)”  ก็จะสามารถสร้างมิตรภาพและความประทับใจให้อีกฝ่ายหนึ่งได้แล้ว  คำพูดสั้นๆ  แต่เต็มไปด้วยมิตรภาพและความจริงใจนี่แหละที่จะทำให้ชีวิตในแต่ละวันของคุณและคนรอบข้างสดใสขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

3.  รู้จักแสดงความยินดีอย่างจริงใจ

            เมื่อคนที่คุณรู้จักประสบความสำเร็จหรือมีข่าวดี  สิ่งที่ควรทำคือแสดงความยินดีกับเขา  ยิ่งเป็นคนที่สนิทมากเท่าไร  เขายิ่งอยากให้คุณแบ่งปันความดีใจกับเขามากเท่านั้น  ในทางพุทธศาสนา  การแสดงความยินดีถือเป็นการแสดงมุทิตาจิต  ซึ่งหมายถึงว่าผู้พูดมีกุศลจิตที่ดี  และเมื่อเรามีกุศลจิตที่ดีต่อผู้อื่น  สิ่งดีๆย่อมจะสะท้อนกลับมาหาเราเอง

4.  หมั่นอธิษฐานขอพรให้คนอื่น

            เวลาสวดมนต์ไหว้พระหรือเข้าวัดทำบุญ  เรามักจะอธิษฐานขอพรให้ตัวเอง  คราวต่อไปลองอธิษฐานขอพรให้คนอื่นด้วย  ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน  คนรัก  ญาติพี่น้อง  เจ้านาย  คนที่คุณนับถือ  หรือแม้แต่คนที่คุณ(แอบ) รัก…  คนที่คอยห่วงใยและมีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น  สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคอยปกป้องและดลบันดาลให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี  ไม่เชื่ออย่าลบหลู่…

5.  อย่า “อะไรก็ได้” 

            คุณเคยเจอคนที่ไม่เคยตัดสินใจด้วยตัวเอง  แม้แต่เรื่องง่ายๆไหม  คนประเภทที่เวลาจะสั่งชาหรือกาแฟ  ก็ตัดสินใจเองไม่ได้  หรือเวลาไปร้านอาหารก็จะบอกว่า “อะไรก็ได้”  คนประเภทที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินไปทางไหน  มักเป็นคนอ่อนแอ  ไม่เด็ดขาดและถูกโน้มน้าวได้ง่าย  เพราะเห็นดีเห็นงามตามคนอื่นเสมอ  หากคุณอยากมีชีวิตเป็นของตนเองอย่างแท้จริง  ไม่ต้องการให้ใครมาจูงจมูก  ควรรู้จักเลือกและรู้จักคิดเอง  แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย  แต่สะท้อนไปถึงการตัดสินใจในเรื่องใหญ่ได้ในอนาคต  คนที่เรียนรู้และฝึกฝนในการเลือกมากเท่าไร  ก็จะยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น

6.  ฟังอย่างตั้งใจ

            การฟังคือการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง  คนที่รู้ตัวว่ามีคนกำลังพูดกับตัวเองอยู่  แต่ไม่สามารถตั้งใจฟังได้  ชอบเหม่อลอย  หรือใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  เวลาเกิดเรื่องคับขันจะไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้  การฝึกควบคุมสมาธิจะช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น  และยังพัฒนาความสามารถในการติดต่อกับผู้อื่นด้วย  ฉะนั้นเมื่อไรที่มีคนมาพูดกับคุณ  ลองตั้งใจฟังเขา  โดยไม่พูดแทรก  ไม่ด่วนตัดสิน  แต่ฟังให้ได้ยินสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ  แล้วคุณจะเป็นคนที่มีเสน่ห์ขึ้นมากทีเดียว

 7.  สิ่งใดที่ยังไม่ลงมือทำ  อย่าเพิ่งมองหาข้อผิดพลาด

            คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่เมื่อได้รับข้อเสนอหรือได้รับมอบหมายงานมา  คุณก็มักจะมองหาข้อผิดพลาดหรือหาเหตุผลของความล้มเหลวไว้ก่อน  หรือแม้บางทีที่เป็นคนตัดสินใจเอง  แต่กลับคิดว่าจะต้องมีข้อผิดพลาดทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำ  สิ่งนี้จะบ่มเพาะนิสัยไม่จริงใจกับงาน  มัวแต่หาเหตุผลมากลบเกลื่อนความไม่จริงจังของตัวเอง  คนที่คิดหาแต่วิธีเอาตัวรอดจะไม่สามารถภูมิใจในตัวเองได้  เพราะฉะนั้นลองทำดูให้เห็นจริงก่อนและเมื่อเกิดอุปสรรค  จงใช้ปัญญาก้าวข้ามมันไปให้ได้  สิ่งนี้ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จและมีความนับถือตัวเองมากขึ้น  เมื่อคุณนับถือตัวเองแล้ว  ทำไมคนอื่นจะไม่นับถือคุณ

 8.อย่ามองว่าการมาสายใครๆเขาทำกัน

            เคยสังเกตไหมว่าเวลามีนัดกับเพื่อน คนที่มาเช้าก็จะมาเช้าเสมอ ส่วนคนที่มาสายก็จะมาสายประจำ คนที่รู้จักเกรงใจจะต้องขอโทษคนที่มารอก่อน และจะมาเช้าขึ้นในคราวหน้าเพื่อที่จะไม่ต้องให้คนอื่นมารออีก สิ่งสำคัญอยู่ที่จิตสำนึกคนที่มองว่าการมาสายเป็นเรื่องธรรมดา และมาสายแล้วสายอีกนั้นแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและยังสะท้อนถึงการชาดความเคารพต่อผู้อื่นด้วย หากไม่อยากสูญเสียความน่าเชื่อถือ มีนัดหมายเมื่อไรไปให้ทันหน่อยเถอะ

9.จงเรียนรู้การรับคำขอโทษจากคนอื่น

            ขณะที่คุณไม่พอใจหรือโกรธ  อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่เข้าไปอีก  วิธีง่ายๆที่อยากแนะนำคือ  ลดทิฐิและทนฟังเขาพูดให้จบ  โดยไม่ขัดหรือพยายามหาข้อโต้แย้ง  เพราะการเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอโทษไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก  หากคุณเรียนรู้ที่จะรับคำขอโทษและให้อภัยได้  คุณคือผู้ที่เข้าถึงหลักพรหมวิหารสี่  และจะเป็นผู้ที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง

10.  “ฉันต้องวางสายแล้วนะ” 

            ก่อนจบการสนทนาทางโทรศัพท์  คุณได้พูดประโยคนี้หรือเปล่า  เคยไหมที่ยังพูดธุระไม่จบแล้วฝ่ายตรงข้ามชิงวางสายไปเสียก่อน  คุณรู้สึกอย่างไร  หากคุณจำเป็นต้องวางสาย  แค่พูดเพราะๆ กับฝ่ายตรงข้าม  การวางสายก็จะไม่ใช่เรื่องยาก  แต่กลับจะสร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่กันและกัน  เพราะฉะนั้นก่อนวางสายโทรศัพท์  ลองพูดเสียหน่อยว่า “ต้องวางสายแล้วนะคะ(ครับ)”  หรือ “แค่นี้นะ”  สั้นๆ และรอให้อีกฝ่ายวางสายก่อน  เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ทำให้คุณเป็นคนที่น่ารักมากๆ ได้  ลองดูนะ

11.  เมื่อพบคนอ่อนน้อมควรอ่อนน้อมยิ่งกว่า

            หากมีโอกาสได้พบคนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน  คนคนนั้นคือคนที่คุณควรจะเรียนรู้จากเขา  คนทั่วไปเมื่อพบคนที่ขี้เกรงใจหรือนอบน้อม  มักจะได้ทีวางมาดข่ม  นั่นไม่ถือเป็นคุณสมบัติของคนดี  แต่คนที่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนกับทุกคนอย่างจริงใจ  คนแบบนี้ไปที่ไหนก็จะมีแต่คนเอ็นดู

การจะประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย  ดังนั้นจึงขอแนะนำให้คุณเริ่มจากเรื่องเล็กๆก่อน  และตั้งใจทำอย่างดีที่สุด  หากคุณสงสัยในสิ่งที่กำลังทำว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จหรือไม่  ขอเพียงคุณบอกกับตัวเองเสมอๆว่า  “ต้องเริ่มจากเรื่องเล็กๆและไม่ลืมความมุ่งมั่น”  เมื่อทำเรื่องง่ายๆสำเร็จ  คุณก็จะมีความมั่นใจและมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับสิ่งที่ยากขึ้นต่อไป  และคุณก็จะไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ในที่สุด

 เป็นไงบ้างคะสำหรับเรื่องดี ๆ ที่ก้อยนำมาฝาก…ขอขอบคุณเรื่องราวดีดีจากนิตยสารซีเคร็ตค่ะ  ที่ช่วยให้ก้อยมีสติและรู้ทันจิตของตัวเองได้ทันก่อนที่จะสติแตก

ธารน้ำร้อน – เย็น @ กะปง

กันยายน 28, 2010

วันหยุดนี้จะไปเที่ยวที่ไหนดี…เที่ยวจนปรุไปทั้งภูเก็ตแล้วล่ะค่ะ ลามไปถึงพังงา – กระบี่ ที่ไปเช้ากลับเย็น … แบบไม่เร่งรีบมาก เพราะเช้าวันหยุดของก้อยหมายถึงหลังจาก 10.00 น. ไปแล้ว 555

ถ้ายังคิดไม่ออก จะชวนไปที่นี่เลยค่ะ

“น้ำพุร้อนกะปง”  แต่ก้อยขออนุญาตเรียกว่าธารน้ำร้อน-เย็นดีกว่านะคะ เพราะสภาพที่เห็นก็เป็นสายน้ำธรรมดา ท่ามกลางธรรมชาติที่ขอบอกว่าดิบมาก ๆ เห็นแล้วก้อยยังงง ๆ ว่าตูข้ามาทำอะไรที่นี่

ดูจากชื่อด้านบนก้อยก็บอกไว้แล้วนะคะว่าอยู่ที่อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 8 กม. มีป้ายบอกทางชัดเจนตลอดเส้นทางค่ะ ไม่ต้องกลัวหลงทาง เพราะก้อยก็มาตามป้ายบอกทางนั่นแหละค่ะ

จากภาพที่ก้อยยืนอยู่นั้นเป็นจุดที่มีน้ำร้อนค่ะ แต่ถ้าก้าวออกไปอีก 2 ก้าวจะเป็นน้ำเย็นทันที..เหลือเชื่อมั้ยคะ นอกจากนี้ยังมีจุดสำหรับนั่งแช่ด้วยนะคะ แต่ก้อยดูแล้วไม่ค่อยจะชอบใจสักเท่าไหร่ ขอเดินเล่นเฉย ๆ ดีกว่าค่ะ ในจุดสำหรับนั่งแช่น้ำจะร้อนกว่าในลำธารมาก และมีจุดที่สามารถต้มไข่ได้ด้วยนะคะ

ก้อยเดินเล่นในลำธารไปเรื่อย ๆ ในธารน้ำมีทั้งจุดที่น้ำร้อน และน้ำเย็น สลับกันไป ช่วยกระตุ้นฝ่าเท้าได้ดีค่ะ มีเวลาก็แวะเที่ยวนะคะ เป็นการเที่ยวชมธรรมชาติจริง ๆ เลย

ชมฟ้าสวยที่อ่าวยนต์

กันยายน 27, 2010

อ่าวยนต์…สะกดแบบนี้รึป่าว ก้อยก็ไม่แน่ใจนะคะ

อ่าวยนต์อยู่ระหว่าเส้นทางสายเขาขาด เป็นอ่าวเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ส่วนมากแล้วจะเป็นผู้นิยมตกปลาซะส่วนใหญ่ที่แวะเวียนเปลี่ยนหน้ามานั่งแถวนี้

ก้อยชอบนั่งดูเรือ ดูฟ้า ดูน้ำ ดูปลา ดูปู ฯลฯ ในชั่วโมงที่เครียดจากงานประจำ ปล่อยให้หัวสมองว่าง ๆ หายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ ปล่อยตัวเองให้ชื่นชมกับความงามของธรรมชาติ มองคนรอบข้างที่บ้างก็มาเป็นกลุ่ม บ้างก็มาเป็นคู่ บ้างก็มาเป็นครอบครัว สนุกดีค่ะ

ก้อยเป็นคนไม่ชอบสังคม ไม่ชอบพูดมาก เวลาที่มีความสุขที่สุดคือเวลาที่ได้นั่งเงียบ ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ ฟังเสียงลมเสียงคลื่น สบายหูกว่าเสียงคนเยอะเลยค่ะ

ปาร์ตี้ริมสระ..ชิล ชิล

กันยายน 27, 2010

วันนี้จะชวนเพื่อน ๆ มาปาร์ตี้ริมสระน้ำ ในบรรยากาศสบาย ๆ ที่สุโขสปา ภูเก็ต ค่ะ

สำหรับเพื่อน ๆ กลุ่มเล็ก ๆ แต่อบอุ่น 30 – 50 คน กำลังดีค่ะ นั่งสังสรรค์สรวลเสเฮฮา กินลมชมวิว สูดอากาศบริสุทธิ์ เพราะที่นี่ติดเขาที่เต็มไปด้วยสีเขียวค่ะ อากาศสดชื่นมาก ๆ

ต้องการแบบไหนขอให้บอกมา ถ้าสามารถจัดได้ เราไม่ปฏิเสธแน่นอนค่ะ วันที่ฟ้าใส ช่วงหัวค่ำ ๆ จะมีลมพัดเย็น ๆ นั่งในที่โล่ง ๆ สบายอย่าบอกใคร…อิอิ

ถ้าสนใจก็สอบถามข้อมูลกันได้นะคะ…ขอบคุณรูปภาพจากงานสถาปนิกทักษิณค่ะ

มาตามคำชวนค่ะ…น้ำตกคลองถ้ำ

กันยายน 13, 2010

 เอ…ใช่น้ำตกคลองถ้ำ..ที่เดียวกับที่คุณแผนภูเก็ตบอกว่าสวยรึป่าวคะ

น้ำตกคลองถ้ำ อยู่ไม่ไกลจากน้ำตกรามัญมากนัก เข้ามาทางเดียวกับวัดถ้ำสุวรรณคูหา และน้ำตกรามัญค่ะ แต่เข้าไปลึกกว่า และเส้นทางก็ Amazing มากกว่าด้วยค่ะ การบอกทางทำยาก แต่ก็มีป้ายบอกทางเข้าชัดเจนนะคะ แต่หลังจากทางเข้าแล้วคงต้องใช้ความชำนาญในการสำรวจเส้นทางค่ะ

ก้อยเลือกเส้นทางเลียบทางน้ำไปเรื่อย ๆ แต่ก็ยังหลงไปผิดทางจนได้ค่ะ โชคดีนะคะที่ถามทางจากคนแถวนั้นที่บังเอิญผ่านมาพอดี จึงรู้ว่ามาผิดทางแล้วต้องหาที่กลับรถ กลับไปยังจุดที่เลี้ยวผิดใหม่…

 คราวนี้ไปเจอทางตันค่ะ มีลำน้ำขวางหน้า ขับรถลุยไปแล้วนะคะเข้าใจว่าขับขึ้นอีกด้านได้ แต่ก็ไม่ใช่อย่างที่คิด…ถอยกลับมาตั้งหลักใหม่ค่ะ จอดรถแล้วเดินก็ได้นี่นา… แต่ โชคดีอีกแล้วค่ะ บังเอิญให้มีคนแถวนั้นขับมอเตอร์ไซต์ผ่านมาพอดี ก้อยก็รีบถามทางไปน้ำตกคลองถ้ำทันที…เค้าบอกว่า มาถูกทางแล้ว ให้ขับรถไปตามลำน้ำได้เลย ข้างหน้าจะมีทางตัดขึ้นตลิ่งทางซ้ายมือ (ตามรูปเลยค่ะ…ถนนสายน้ำ อิอิ) … ถ้าไม่ใช่คนแถวนั้นจะรู้มั้ยเนี่ย

 และแล้วก้อยก็มาจนถึง…น้ำตกคลองถ้ำ… สวยกว่าน้ำตกรามัญจริง ๆ ด้วยค่ะ

เด็ก ๆ กับสายน้ำ

กันยายน 13, 2010

วันนี้ก้อยแวะมาที่น้ำตกรามัญอีกครั้งค่ะ วันที่ฟ้าเป็นใจ ไม่มีฝนตกทั้ง ๆ ที่เป็นฤดูฝน ภาพของน้ำตกรามัญในวันนี้สดชื่น และรื่นเริงด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็ก ๆ นับสิบ เฉพาะชั้นล่างนะคะ ไม่รวมชั้นสูงขึ้นไปที่เป็นวัยรุ่นอีกนับสิบชีวิตเช่นกัน ก้อยทำได้แค่เก็บภาพไว้เป็นที่ระลึกของการมาเยือนค่ะ และก็แอบซึมซับความสุขของเด็ก ๆ เป็นอีกหนึ่งวิธีในการชาร์จแบตฯให้กับตัวเองค่ะ ใครจะเลียนแบบก็ไม่ว่ากันนะคะ

ความสุขมีอยู่รอบ ๆ ตัวเราค่ะ เพียงเปิดตาเปิดใจ ก้อยเก็บความสุขเหล่านั้นมาฝากทุกคนด้วยค่ะ…

ความสุขเล็ก ๆ

กันยายน 13, 2010

ช่วงนี้ก้อยมีแต่เรื่องเครียด ๆ

แต่ก้อยไม่แบก หรือโอบอุ้มคุณเครียดไว้กับตัวตลอดเวลานะคะ

ก้อยมองหาความสุขให้กับตัวเองตลอดเวลาค่ะ พกพาไปด้วยทุกที่ ง่ายที่สุดคือการเปลี่ยนมุมมอง อย่ามองว่าไร้สาระนะคะ ไม่เชื่อลองทำดูก็ได้ค่ะ เพียงคุณเปลี่ยนมุมมอง ความคิดก็จะเปลี่ยน ทำได้ไม่ยากใช่มั้ยคะกับการเปลี่ยนมุมมอง แต่สิ่งที่ยากคือความมีสติค่ะ ถ้าคุณขาดสติคุณก็ไม่สามารถรู้ตัว เมื่อไม่รู้ตัวคุณก็จมอยู่กับความเครียด ความคิดร้าย ๆ ความโกรธ ความอิจฉา ความริษยา ขาดสติที่จะเปลี่ยนมุมมอง…

ช่วงนี้ก้อยมีความสุขกับการถ่ายภาพ เป็นการลองกล้องและฝึกมือไปเรื่อย ๆ ค่ะ แต่ไม่ได้คิดจะเอาดีทางนี้หรอกนะ เป็นเพียงความชื่นชอบ และความสุขเล็ก ๆ อย่างภาพที่บังเอิญได้มา อาจจะไม่สวยในสายตาคนอื่น แต่เป็นภาพที่ก้อยชอบ

-         สิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโต ถ้าเราเผลอเหยียบมันก็แบนแต้ดแต๋ มันอาจจะดูเล็กในสายตาของเรา แต่มันอาจจะเป็นหัวหน้ากอง หรือ สายลับ หรือ หัวหน้าปูก็ได้นะ

-         ต้นไม้ต้นเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโต ในขณะที่เพื่อน ๆ กลั้นใจตาย หรืออาจจะกำลังดิ้นรนเพื่อเติบโต เพื่อโผล่มาหายใจ ก้อยขอเอาใจช่วยให้มันเติบโต เป็นที่พักพิงของเจ้าปูน้อยค่ะ

-         เจ้าสามตัวนี้เป็นครอบครัวเดียวกันหรือเปล่า…ถ้าก้อยพูดกับมันรู้เรื่องก้อยคงถามไปแล้วว่ากำลังคุยอะไรกัน หรือว่ากำลังนินทาคนคนไหน…อิอิ แต่ก้อยดูแล้วมันกำลังมีความสุขกับชีวิต และก้อยก็แอบอิจฉานิด ๆ

จัดงานแต่งงาน…เชิญทางนี้ค่ะ

กันยายน 10, 2010

เรื่องหวาน ๆ สำหรับคนที่มีความรักในหัวใจทุก ๆ คน ค่ะ

ใครที่แต่งงานแล้ว แต่อยากย้อนกลับไปในบรรยากาสแห่งความสุขอีกครั้ง หรือต้องการจัดพิธีแต่งงานแบบพุทธ เพื่อสร้างความประทับใจ หรือ อะไรก็แล้วแต่…เชิญทางนี้ค่ะ

ก้อยมีภาพตัวอย่างงานแต่งงานของลูกค้าที่สุโขสปามาฝากค่ะ ไม่อยากจะบอกเลยว่างานนี้ทำเอาลูกค้าปลาบปลื้มเสียน้ำตาตั้งหลายรอบแน่ะ เพราะเราจัดให้ลูกค้าอย่างครบครันและถูกต้องตามหลักศาสนาพุทธทุกอย่าง ไม่มีการแสดงนะคะ ทุกอย่างคือเรื่องจริง… ด้วยเจตนาที่ต้องการให้คู่รักมีความสุข มีการเริ่มต้นการครองคู่อย่างงดงามค่ะ

งานนี้เจ้าสาวตักบาตรถูกต้องตามหลักการครองเรือนของไทยเป๊ะเลย…อิอิอิ น้อง ๆ เค้าบอกว่า พี่ก้อยดูซีเจ้าสาวตักบาตรเหมือนที่แม่หนูบอกเลย 5555 งานนี้แขกเหรื่อรุ่นคุณป้าทั้งน้านนนนน อิอิอิ ล้อเล่นจ้า

ยินดีต้อนรับเรื่องเลวร้าย

กันยายน 9, 2010

มีหนังสือหลายเล่มที่เคยอ่าน บอกไว้ว่าเรื่องเลวร้ายในชีวิต ไม่เคยมาเพียงเรื่องเดียว เหมือนว่ามีใครบางคนทำนัดไว้ให้ล่วงหน้า อาจจะเป็นผู้หวังดีที่ไม่ประสงค์จะออกนาม อะไรประมาณนั้น..มังคะ

ชีวิตประจำวันของก้อยเมื่อวานนี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นวันที่เรียกได้ว่าเป็นวันที่เลวร้ายพอสมควรเชียวล่ะ ทำให้ก้อยรู้สึกได้ก็แล้วกันว่าทุกวันที่ผ่านมาชีวิตมีแต่ความสุข ไม่มีเรื่องอะไรมากมายนัก อาจจะมีเรื่องเครียดวันละเรื่องสองเรื่อง เป็นปกติของชีวิตมนุษย์ แต่เมื่อวานนี้ก้อยต้องพบกับอะไรบ้าง..มาดูกันค่ะ

- เรื่องแรกเลยค่ะ นั่งทำงานอยู่ดี ๆ เจ้านายก็เกิดต้องการใช้เครื่องคอมฯ ตัวที่ก้อยใช้อยู่ ก้อยก็ลุกให้โดยดี ตัวเองก็หยิบงานอื่นไปหาที่นั่งสำหรับเช็คงาน และก็นั่งแหมะลงไปบนโซฟา หน้าโต๊ะทำงาน แล้วก็ต้องกระเด้งขึ้นมาแบบสุดตัว เพราะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ที่มือไปสัมผัส … ยึ๋ย ๆ ๆ … ขี้แมวเจ้าค่ะ ยังเปียก ๆ อยู่เลย อยากจะกรี๊ดดดดดด เข้าใจว่าติดเฉพาะที่มือ เอากระดาษทิชชูเช็ดออก เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ แต่ก็ยังรู้สึกทะแม่ง ๆ หันซ้ายหันขวา น้องเข็มก็บอกว่าที่กระโปรงพี่ก้อยก็มี เดี๋ยวเข็มเช็ดให้นะคะ…หันไปเห็นแล้วก้อยก็บอกเจ้านายทันทีว่า ก้อยขอกลับบ้านก่อนนะคะ ไม่ไหวแล้ว … กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาทำงานใหม่ และก็ซักชุดที่โดนขี้แมวด้วย…เฮ้อ

ยังค่ะ ยังไม่จบ กลับเข้ามาในออฟฟิศ ขี้แมวเจ้าปัญหายังอยู่ที่เดิมค่ะ ยังไม่มีใครเป็นผู้กล้าดำเนินการ หันไปมองรอบ ๆ ตัว เจอะกับคุณอ๊อดผู้น่ารักและสุภาพบุรุษที่สุด พอรู้ว่าก้อยกำลังจะจัดการกับขี้แมว คุณอ๊อดก้เสนอตัวช่วยทันที ด้วยความสงสารและขี้เกียจตามเช็ดอ้วกของก้อยอีก 55555 ในที่สุดก้อยก็กำจัดเจ้าขี้แมวออกไปได้ และรอให้ทางซักรีดมารับผ้าไปทำความสะอาด

- เรื่องที่สองกำลังตามมาติด ๆ ค่ะ ลูกน้องโทรฯบอกว่าขอลาออก เพราะได้งานใกล้บ้าน ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเริ่มงานได้ 3 วัน … และก้อยกำลังขาดคนขั้นรุนแรง … อะไรกันเนี่ย

- ต่อมาค่ะ วันทั้งวันในออฟฟิศ ก้อยเดินชนโน่น นี่ นั่น ตลอด จนไม่กล้าเดินไปไหนแล้ว เพราะเจ็บทั้งต้นขา ทั้งสะโพก และข้อเท้า เดี๋ยวชน เดี๋ยวสะดุด .. เฮ้อ

- วันนี้ก้อยต้องเข้าเวร Duty Manager ซะด้วย มีลางสังหรณ์ว่าต้องมีเรื่องสนุก ๆ แน่นอนเลย เริ่มจาก Urgent Booking ของห้องอาหาร ก้อยต้องพาแม่ครัวไปซื้อวัตถุดิบเพิ่มที่แมคโคร … ไม่ว่ากันค่ะ กำลังเซ็ง ๆ ไปเดินตากแอร์หน่อยก็ดี ใช่มิ ๆ ๆ

- กลับมาอีกทีเจอ Case ฟันปลอมของลูกค้าหาย หายตอนไหน ลูกค้าลืมไว้ที่ไหนรึป่าว หรือว่าเผลอกินไปแล้ว 555  ไม่มีใครตอบได้ แต่ ไกด์ที่เคารพต้องการให้เราหาให้เจอ สนุกล่ะทีนี้ คนที่โชคร้ายกว่าก้อยคงเป็นคุณอ๊อด เพราะตอนกลางวันจัดการขี้แมวแล้ว ตอนกลางคืนต้องมาควานหาฟันปลอมในเศษอาหารและถังขยะของห้องอาหารอีก … พระเจ้าช่วย ก้อยมาเห็นภาพเหล่านี้ตอนที่กำลังสั่งอาหารเย็นทาน…ยอดเยี่ยมจริง ๆ เลย

และแล้วคืนนี้ก็มีเรื่องสนุก ๆ อีกหลายเรื่อง บางเรื่องก็ขำไม่ออก แต่ก็ทำให้เวลาตั้งแต่ 1 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่มครึ่ง ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และก้อยก็รู้สึกได้ว่าวันนี้เป็นวันที่เลวร้ายจริง ๆ ก็ได้แต่หวังนะคะว่าเมื่อเรื่องเลวร้ายผ่านไป เรื่องดี ๆ จะเข้ามาในชีวิต


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.