ฝากส่งผ้าห่ม

14 11 2009

นายดำเป็นชายโสด
อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งห่างไกลความเจริญเป็นอย่างมาก

เมื่อคืนนายดำได้ฝันถึงปู่ของเขาที่เพิ่งเสียไป
ในฝันเห็นปู่แค่เพียงรางๆ แต่ได้ยินเสียงชัดเจนมาก

ปู่ของเขามาบอกเขาว่าหนาวมากอยากได้ผ้าห่มสักผืนจะได้หายหนาว แล้วก็หายวับไป

วันรุ่งขึ้นนายดำได้คิดถึงความฝันรู้สึกสงสารปู่ของเขาอย่างมาก
เขาได้เตรียมผ้าห่มไว้ 1 ผืน

แต่เกิดปัญหาเสียก่อนปัญหาคือเขาลืมถามปู่ไปว่า
จะส่งผ้าห่มให้ปู่ได้อย่างไรปู่ถึงจะได้รับและได้หายหนาวเสียที

คิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วเขาก็นึกได้ว่าปู่ของเขาเป็นคนดีตอนนี้น่าจะอยู่บนสวรรค์

คิดได้ดังนั้นเขาก็เข้าไปแต่งตัวและหยิบผ้าห่มออกจากบ้านเพื่อที่จะหาทางไปสวรรค์
ตลอดทั้งวันเขาเจอใครที่เดินผ่านมา หรือเดินผ่านบ้านใครเขาก็จะถามถึงทางไปสวรรค์
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครให้คำตอบได้นายดำเดินมาตามทางอย่างคนสิ้นหวัง
นึกสงสารปู่จับใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้

แล้วเขาก็ได้หยุดเดินทางมานั่งอยู่หน้ากระท่อมหลังหนึ่ง
แล้วถอนหายใจอย่างคนปลงตก
แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงคุยกันดังออกมาจากในกระท่อมหลังนั้น

‘พี่ทนไม่ไหวแล้ว พี่จะพาน้องไปสวรรค์แล้วน่ะ’

‘เอาเลยจ๊ะพี่ น้องพร้อมแล้ว เราไปกันเลย’

นายดำได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งไปถีบประตูกระท่อมทันทีและเอ่ยขึ้นเสียงดังว่า
‘เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป ฉันฝากผ้าห่มไปให้ปู่ฉันด้วย’

สองผัวเมียอ้าปากค้างในขณะที่นายดำได้บอกชื่อและนามสกุลปู่เสร็จสรรพ
และเอ่ย ขอบคุณก่อนออกมาจากกระท่อม และพูดกับตัวเองเบาๆว่า

‘มิน่าล่ะปู่กูถึงหนาวก็คนไปสวรรค์เขาแก้ผ้ากันไปทั้งนั้น’





การพนันกับหญิงชรา

14 11 2009

หญิงชรานางหนึ่งถือถุงใบเขื่องเดินเข้าไปในธนาคาร และกล่าวกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ ว่าต้องการฝากเงินสามล้านบาทแต่ขอคุยกับผู้จัดการโดยตรง
พนักงานเห็นว่าหญิงชรามีเงินจำนวนมาก เลยพาไปห้องผู้จัดการ เมื่อไปถึงผู้จัดการเกิดความสงสัยว่าหญิงชราไปเอาเงินมาจากไหนเลยถามขึ้นว่า
ผู้จัดการ – คุณยายเอาเงินมาจากไหนมากมายครับ?
คุณยาย – ยายชนะพนันมาจ้ะ
ผู้จัดการ – ยายไปพนันอะไรมาเหรอครับ?
คุณยาย – ก็ไม่มีอะไรมากหรอกพ่อหนุ่ม….อยากรู้ใช่ไหม? เรามาลองพนันกันก็ได้สักแสนนึง เอาไหมล่ะ? ว่าก่อนเก้าโมงเช้าวันพรุ่งนี้ไข่ของพ่อหนุ่มจะกลายเป็นสี่เหลี่ยม
ผู้จัดการ – ฮ่าฮ่าฮ้า ล้อเล่นน่า จะพนันกันจริงๆเหรอ?
คุณยาย – จริงๆซิ ยายมีเงินไม่เห็นเหรอนี่ไงตั้งสามล้าน
คุณยายเปิดถุงเงินให้ผู้จัดการดู
ผู้จัดการเห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่ไข่ของตนจะกลาย เป็นสี่เหลี่ยมเลยตอบตกลงรับคำท้าและนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้เช้าเก้าโมงจ ะมาพบกันอีกที

ตลอดวันนั้นผู้จัดการไม่เป็นอันทำงานเฝ้าแต่คอยคลำไข่ตัวเองว่ายังกลมๆรีๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาผู้จัดการก็ไม่ลืมที่จะตรวจสอบลูกน้อยทั้งสองใบว่ายังกลมอยู่เหมือนเดิมจริง ๆ เมื่อคลำดูแล้วก็ยังกลมๆดีอยู่ ผู้จัดการเลยรู้สึกกระหยิ่มใจว่าวันนี้รวยแน่

เวลาเก้าโมงตรงหญิงชรามาที่ธนาคารและตรงไปที่ห้องผู้จัดการทันทีพร้อมกับชายอีกคน
ผู้จัดการ – สวัสดีครับคุณยาย อ้าว…พาใครมาด้วยละนี่?
คุณยาย – อ๋อ…ทนายน่ะ ยายเห็นเงินพนันมันมากเลยพาทนายมาด้วย
ผู้จัดการ – ฮุฮุ…คุณยายผมเสียใจด้วยนะคุณยายแพ้พนันผมแล้วหละไข่ผมยังกลมอยู่เลยนี่ไง

ว่าแล้วผู้จัดการก็จัดแจงปลดกางเกงลงและเรียกให้หญิงชรามาตรวจสอบน้องชายได้

หญิงชราจึงเดินเข้าไปแล้วก็ลูบๆคลำๆไข่ผู้จัดการอยู่ สักพักแล้วพูดขึ้นว่า
คุณยาย – อืมมมม ยังกลมอยู่จริงๆ ยายยอมแพ้แล้ว
ขณะที่คุณยายกำลังคลำไข่ผู้จัดการอยู่นั้น…
ผู้จัดการเหลือบไปเห็นทนายที่มากับหญิงชรากำลังเอาหัวโขกกำแพงอย่างแรงติด ๆ กันหลายครั้ง เลยถามคุณยายว่า
ผู้จัดการ – ยายๆ ทนายของยายเขาเป็นอะไรเหรอ?
คุณยาย – อ๋อ… เขาแพ้พนันยายน่ะ
ยายบอกเขาว่า ภายในเที่ยงวันนี้ยายจะได้คลำไข่ผู้จัดการแบ็งค์ใน officeของผู้จัดการเองเลย
ทนายเขาไม่เชื่อ เราเลยพนันกันสองแสน….อิอิอิ………………

5 5 5 5
… กำไรเห็น ๆ …..





ไก่ทอดกับหลวงพ่อ

14 11 2009

หลังจากเฝ้าดูยอดขายที่ตกต่ำลงมา 3 เดือนของไก่ทอดเคนตั๊กกี้ ผู้พันแซนเดอร์ส (คนคิดสูตร KFC) ได้โทรศัพท์หาพระสันตปาปา เพื่อขอความช่วยเหลือ

พระสันตปาปากล่าวว่า “พ่อจะช่วยอะไรลูกได้บ้าง”

ผู้พันตอบ “ผมอยากให้คุณพ่อช่วยเปลี่ยนบทสวดประจำวันจาก ‘ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานขนมปังให้แก่เรา’ เป็น ‘ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานไก่ทอดให้แก่เรา’ ถ้าหากคุณพ่อทำได้นะ ผมจะบริจาคให้วาติกัน 10 ล้านดอลลาร์”

พระสันตปาปาตอบ “พ่อเสียใจนะลูก นั่นเป็นบทสวดของพระผู้เป็นเจ้า พ่อเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก”

หลังจากนั้นอีกเดือนหนึ่งยอดขาดก็ตกต่ำลงกว่าเก่าอีก ผู้พันเริ่มเครียดจึงโทรหาพระสันตปาปาอีกครั้ง

“ฟังนะครับคุณพ่อ ผมต้องการความช่วยเหลือของท่านมาก ผมจะบริจาค 50 ล้านดอลลาร์ถ้าท่านเปลี่ยน คาถาในบทสวดจาก ‘ขนมปัง’ เป็น ‘ไก่ทอด’ เท่านั้นเอง”

พระสันตปาปาตอบกลับมาว่า “ลูกเริ่มทำให้พ่อลังเลแล้วนะ ผู้พันแซนเดอร์ส โบสถ์สามารถใช้เงินที่ลูกบริจาคทำประโยชน์แก่สาธารณชนได้มากมาย แต่พ่อคงต้องขอยืนกราน นั่นเป็นบทสวดของพระผู้เป็นเจ้า พ่อคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้”

ผู้พันแซนเดอร์สต้องผิดหวังกลับไปอีกครั้ง แต่เมื่อสองเดือนผ่านไป พร้อมกับยอดขายที่ย่ำแย่ถึงขีดสุด

“คุณพ่อครับ นี่เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้าย ถ้าพ่อเปลี่ยนคำในบทสวดจาก ‘ขนมปัง’ เป็น ‘ไก่ทอด’ ผมจะบริจาคให้สำนักวาติกัน 100 ล้านดอลลาร์”

พระสันตปาปาตอบ “ขอเวลาพ่อคิดก่อนนะ แล้วพ่อจะติดต่อกลับไป”

วันต่อมาพระสันตปาปาเรียกประชุมบิชอปทั้งหมดในคณะและเริ่มแถลงว่า
“พ่อมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายนะ ข่าวดีคือ KFC กำลังจะบริจาคเงิน ให้สำนักวาติกันของเรา 100 ล้านดอลลาร์”

เหล่าบิชอปต่างพากันปลาบปลื้มกับข่าวดีนี้ บิชอปท่านหนึ่งจึงถามถึงข่าวร้ายบ้าง

พระสันตปาปาตอบ “ข่าวร้ายก็คือ เราคงต้องยกเลิกสัญญากับบริษัทขนมปังฟาร์มเฮาส์แล้วน่ะสิ”





วันเกิด..ให้อะไรดีน๊า

22 08 2009
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว..มีสาวสวยคนหนึ่งท่าทางกลุ้มใจได้มาหาคุณแม่เพื่อขอคำปรึกษาว่าจะซื้ออะไรเป็นของขวัญวัน เกิด ให้กับแฟนหนุ่มดี

หญิงสาว     คุณแม่ขาใกล้จะถึงวัน เกิด แล้วค่ะ จะซื้ออะไรให้เค้าดี
คุณแม่        ” แฟนลูกเป็นคนยังงัยจ้ะ
หญิงสาว    ” เป็นคนดีมากค่ะ หล่อเข้าขั้นนายแบบมีความรับผิดชอบเหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ไม่เล่นกาพนัน ไม่เจ้าชู้
คุณแม่         เค้ามีพี่น้องกี่คนจ้ะ
หญิงสาว       ” เค้าเป็นลูกคนเดียวค่ะ
คุณแม่          ” แล้วหน้าที่การงานของเค้าละลูก

หญิงสาว เค้าจบด๊อกเตอร์มาจากเมืองนอก หน้าที่การงานระดับผู้บริหาร ฐานะทางบ้านเข้าขั้นเศรษฐีเลยละค่ะคุณแม่ขา“ 


คุณแม่  : แม่ว่า ให้ท่าเค้าเถอะลูก !!!” 

 

 




รวมมิตรสัตว์โลกแสนน่ารัก

5 08 2009

เรื่องที่หนึ่ง

แม่พูดกับลูกชาย “นกแก้วของลูกบินหนีไปตอนลูกอยู่ที่โรงเรียนจ๊ะ”

“นึกอยู่แล้วเชียวแม่” ลูกชายถอนหายใจ “ก็ตอนทำการบ้านวิชาภูมิศาสตร์เมื่อวานนี้ มันมานั่งเกาะไหล่ผม ตาจ้องหนังสือแผนที่เป๋งเลย”

เรื่องที่สอง

ชายคนหนึ่งซื้อนกแก้วตัวเมียที่พูดจาสัปดี้สีปะดนมาได้ไม่เท่าไร ก็ได้รับโทรศัพท์จากบาทหลวงว่าสัปดาห์หน้าจะแวะมาหาที่บ้าน ด้วยความวิตกในถ้อยวาจาของนางนก เขารีบโทรศัพท์ไปหาเพื่อน ซึ่งเลี้ยงนกแก้วตัวผู้นิสัยดีไว้สองตัว ตัวหนึ่งพร่ำสวดมนต์ ส่วนอีกตัวกำลูกประคำไว้ในอุ้งเท้า ขณะร้องสรรเสริญพระแม่มารี

“ขอเอานกมาฝากไว้สองสามวันได้ไหม” เขาถาม “เผื่อมันจะรับเอานิสัยดี ๆ จากนกของนายมาบ้าง”

เพื่อนตกลง ชายผู้นั้นจึงเอานกของตนไปใส่ไว้ในกรงติด ๆ กับนกหนุ่มแก่วัดทั้งสอง

ทันใดนั้น……

เจ้านกแก้วตัวแรกก็หยุดสวดมนต์ และหันขวับไปหาอีกตัวทันที

“หุบปากเถอะ” มันพูด “พระเจ้าส่งสิ่งที่เราวอนขอมาให้แล้ว”

เรื่องที่สาม

เพื่อนสี่คนเถียงกันว่าหมาของใครฉลาดที่สุด …

คนที่เป็นวิศวกรพูดกับหมาของตนว่า “ไม้ที แสดงฝีมือของเจ้าให้ดูหน่อยซิ” ไม้ทีกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ คาบกระดาษและดินสอออกมาวาดรูปสามเหลี่ยมที่สมบูรณ์แบบ

นักบัญชีบอกหมาของตนว่า “สูตรคูณ โชว์หน่อยลูก” หมาของเขาวิ่งเข้าไปในครัว คาบถุงขนมคุกกี้ออกมาฉีก แล้วจัดแบ่งขนมออกเป็นสี่กอง ๆ ละ เท่า ๆ กัน

พอถึงนักเคมี ถ้วยตวง หมาของเขาเดินไปที่ตู้เย็น คาบกล่องนมขนาดหนึ่งลิตรออกมา เทใส่ถ้วยตวงได้ 250 มิลลิลิตรพอดี

คนสุดท้ายเป็นข้าราชการ “สองขั้น” เขาตะโกนเรียกชื่อหมาคู่ใจ “จัดการเลยลูก” ได้ยินเท่านั้นเอง หมาของเขาก็กระโดดขึ้นไปอุจจาระรดกระดาษ กินขนมคุกกี้ แล้วกินนมจนเกลี้ยงถ้วย !!!





โทษฐานที่นอกใจ

5 08 2009

คุณลุงคุณป้าคู่หนึ่งแต่งงานอยู่กินกันมากว่า 30 ปี แต่แล้วก็ต้องประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ เพราะคุณลุงเกิดหลับใน รถจึงลอยละลิ่วลงไปในเหวลึกข้างทาง คุณป้าเสียชีวิตคาที่ ส่วนคุณลุงนอนหายใจรวยรินอยู่ได้ราว 30 นาทีก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตตามคุณป้าไปอีกคน

ขณะที่คุณลุงยืนงุนงงอยู่หน้าประตูทางเข้าสวรรค์นั่นเอง ก็ได้ยินเสียงเทวฑูตที่เฝ้าประตูพูดขึ้นว่า

“ลุงเป็นคนดีนะถึงได้มาอยู่ตรงนี้ แต่ว่าก่อนจะผ่านเข้าสู่สวรรค์ คุณต้องล้างบาปที่มีอยู่เล็กน้อย ให้มันสะอาดผ่องแผ้วเสียก่อน”

“ทำยังไงกันล่ะ พ่อหลานชาย”

“ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่ต้องสารภาพมาว่าสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่น่ะ ลุงเคยนอกใจคู่สมรสบ้างหรือเปล่า และถ้ามีต้องบอกความจริงมาว่ากี่ครั้ง”

“เอ…ถามเรื่องนี้ ลุงก็ชักจะเลือน ๆ ไปแล้วเหมือนกัน อืม…ลุงว่าคงจะซัก…เอ่อ…สามครั้งได้ละมั้ง”

“ถูกต้องแล้วลุง ทีนี้ลุงก็ช่วยหันก้นมาทางนี้หน่อย” พอลุงหันไป เทวทูตก็เอาเข็มเย็บผ้าจิ้มที่แก้มก้นของลุง 3 ทีพอให้สะดุ้ง

“เรียบร้อยแล้วลุง ผ่านเข้าประตูสวรรค์ไปได้เลยครับ”

“โอ๊ะ…แค่นี้เองหรอกหรือ แหม…ดีจริง”

พอลุงจะก้าวข้ามประตู เกิดนึกขึ้นมาได้จึงหันไปถาม

“เอ้อ แล้วหลานชายเห็นป้าผ่านมาทางนี้บ้างมั้ย” ว่าแล้วลุงก็บรรยายลักษณะของป้าให้เทวทูตฟัง

“อ๋อ…คุณป้าคนนั้นน่ะเหรอ…แกยังนอนอยู่ใต้จักรเย็บผ้าอยู่เลยลุง…!!!”





ลาโง่…ไม่ลาสิโง่

30 07 2009

จำไม่ได้แล้วค่ะว่าเคยนำเรื่องลามาให้อ่านกันรึยัง เพราะบทความนี้จะมีการ Mail กันมาค่อนข้างบ่อย ซึ่งที่ผ่านมาก้อยก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ผ่านมาก็ผ่านไป แต่วันนี้มาอ่านอีกครั้งและรู้สึกว่าช่วงนี้ชีพจรไม่ลงเท้าเอาซะเลย ไม่ได้ไปไหนไกล ๆ หลายเดือนแล้วล่ะ…ใครที่ไม่เคยอ่านก็ลองอ่านดูนะคะ เผื่อจะจุดประกายสนับสนุนการท่องเที่ยวไทย อิอิอิ

ลาโง่ตัวหนึ่งกินหญ้าอยู่ที่ชายป่า ได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องเพลงเพราะ
ลาอยากร้องเพลงเพราะอย่างจิ้งหรีดบ้าง
จึงถามจิ้งหรีดว่ากินอะไร จึงร้องเพลงเพราะ ?
จิ้งหรีดตอบว่ากินน้ำค้าง
เสียงจึงเพราะ
ลาจึงเลิกกินหญ้าและกินแต่น้ำค้าง
ไม่ช้า ลาโง่นั้นก็ตาย
เพราะลาเป็นสัตว์กินหญ้า
เมื่อเลิกกินหญ้า ไม่ช้าก็ตาย
………..


พนักงานของบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งทำงานด้านเอกสารมาห้าปี
มีความใฝ่ฝันที่อยากจะได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นพนักงานระดับหัวหน้างานหรือเป็นมัคคุเทศก์
ด้วยความที่ได้รับการอบรมมาว่าคนเราต้องขยัน
อดทน ตั้งใจทำงาน ไม่ลางานเลยได้ยิ่งดี ก็จะได้ดีในหน้าที่การงาน
ตั้งแต่เริ่มทำงานวันแรก
พนักงานคนนั้นก็ตั้งใจทำงานมาตลอดห้าปี
ไม่เคยลากิจ
ลาป่วย หรือลาพักร้อนแม้แต่วันเดียว
มีอยู่บ้างเหมือนกันที่พนักงานคนนั้นตั้งใจจะลาพักร้อนไปเที่ยวกับเพื่อนๆ
บ้างในช่วงปีแรกๆ แต่ว่ามักจะได้รับการตอบปฏิเสธจากหัวหน้างานซึ่งให้เหตุผลว่าช่วงวันหยุดนี้งานเยอะมากเลยนะ คุณอยู่ช่วยหน่อยเถอะนะ เก็บเงินโอทีไปเที่ยวทีหลังก็ได้
ถ้าคุณขยันอย่างนี้นะ
ปีหน้าอาจจะได้เลื่อนตำแหน่ง  ได้โบนัสพิเศษ
ห้าปีมาแล้วที่พนักงานคนนี้ขยันทำงานมาตลอด
แต่ไม่เคยลาพักร้อนไปเที่ยวไหนเลย

แล้วความฝันก็เป็นจริงขึ้นมา
ปีนี้ทางบริษัทต้องการมัคคุเทศก์ผู้ช่วยเพิ่มอีก 3-4 คนโดยจะเลือกจากพนักงานภายในที่มีศักยภาพ
คำถามในการสัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกก็คือ
คุณเคยไปเที่ยวที่ไหนมาบ้าง
?
คุณเคยมีประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นในการท่องเที่ยวบ้างหรือเปล่า
?
(
เงียบ) ………

ดูเหมือนลา
และพนักงานคนนี้มีอะไรที่คล้ายกันอยู่ในบางมุม คุณว่ามั้ย

คุณอาจจะเป็นคนขยันทำงาน
ซึ่งจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม มันก็เป็นสิ่งดี
แต่อย่าลืมว่า
ชีวิตไม่ได้มีด้านเดียว และชีวิตไม่ได้มีเวลานานสักเท่าใด
ชีวิตที่ขาดประสบการณ์ด้านอื่นๆ
เป็นชีวิตที่ไม่สมบูรณ์หรอกครับ
คุณอาจจะอยากเก็บเงินไปเที่ยวตอนแก่
แล้วคุณจะแน่ใจได้หรือว่าคุณจะไม่เป็นอะไรไปก่อนแก่

และจงระลึกไว้ว่า ใช่ว่าคุณไม่อยู่

ที่บริษัทจะอยู่ไม่ได้ เพราะคนอื่นก็

สามารถทำงานแทนคุณได้เหมือน

กัน…..


ลาพักร้อนบ้างเถอะค่ะ
จะใช้ลากิจ ลาป่วยบ้างก็ไม่ว่ากัน ( ใครจะรู้)
ปีหนึ่งสักสองสามครั้ง
ไปไหนก็ได้ค่ะ ไปในที่ๆ คุณยังไม่เคยไป
ไม่ต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนใจเมื่อคุณต้องเขียนใบลาบ่อยๆ
ไม่ต้องกลัวว่าเจ้านายจะไม่พอใจ
หรือไม่อนุมัติ เพราะคุณมีสิทธิ์
ไม่ต้องรู้สึกผิด
ถ้าในเวลางานคุณได้ทำเต็มร้อยแล้ว
ไม่ต้องห่วงว่าการหยุดของคุณจะมีผลต่อการประเมิน
  ผลงานต่างหากที่เป็นตัววัด
จงห่วงแค่ว่า
คุณมีชีวิตแล้ว คุณมีชีวาหรือยัง
จงใช้ชีวิตที่มีให้คุ้มค่า
ดูอย่างเจ้าลาโง่สิคะ อย่างน้อยมันยังได้เดินเที่ยวในป่ากว้างก่อนตาย
แล้วคุณจะจับเจ่าอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมทั้งปีทั้งชาติหรือคะ
ไม่ลาสิโง่ คุณว่ามั้ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!





ลูกหมูถามพ่อ

22 07 2009

ลูกหมู ‘ป่าป๊าถ้ามีตังค์ตกอยู่ 5 บาท กับ 10 บาท ป่าป๊าจะเก็บเหรียญไหน’
พ่อหมู ‘ก็เก็บ 10 บาทซิ’
ลูกหมู ‘ป่าป๊าโง่จัง ทำไมถึงไม่เก็บทั้ง 2 เหรียญล่ะ’

ลูกหมู ‘ป่าป๊า เมื่อ 3 เดือนก่อน มีคนมาทวงหนี้
ป่าป๊าบอกไม่มีตังค์ เดือนก่อนป่าป๊าก็บอกไม่มีอีก เพราะอะไรครับ’
พ่อหมู ‘คนเราพูดคำไหนก็ต้องเป็นคำนั้นนะลูก’

ลูกหมู ‘ป่าป๊า ทำไมบ้านคนอื่นเขาใหญ่ แต่ทำไมบ้านเราถึงเล็ก’
พ่อหมู ‘เพราะป่าป๊าไม่ค่อยมีตังค์’
ลูกหมู ‘แล้วทำยังไง เราถึงจะมีบ้านใหญ่ๆ ล่ะครับ’
พ่อหมู ‘หนูก็ต้องตั้งใจเรียนหนังสือ พอโตขึ้นก็ทำงานได้เงินเยอะๆ ซื้อบ้านหลังใหญ่ๆ’
ลูกหมู ‘แล้วทำไมตอนเด็กๆ ป่าป๊าถึงไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ’





อะไรกันเนี่ย

19 06 2009

ราเชน กับสายสมร แต่งงานกันมา 5 ปี ไม่มีลูกสักที จึงไปปรึกษาหมอ หมอให้ขวดเปล่ามาใบหนึ่งบอกว่า ต้องไปเอาน้ำอสุจิมาตรวจ ราเชนหายไปนานหลายวันก็กลับมาหาหมอ และยื่นขวดเปล่าๆให้ พร้อมกับส่ายหน้าบอกว่า

“ไม่สำเร็จหมอ ผมพยายามแล้ว ใช้ทั้งมือซ้าย มือขวา ใช้สองมือก็แล้ว ให้เมียมาช่วย เมียก็ใช้ทั้งมือทั้งปาก ก็ไม่สำเร็จ ผมเรียกเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันมาช่วย ก็ไม่สำเร็จ”

หมอแปลกใจจึงถามว่า “อะไร ถึงขนาดเรียกเพื่อนบ้านมาช่วยเลยเหรอ” ราเชนตอบว่า

“ครับ สองคนผัวเมียช่วยกันตั้งหลายครั้ง ก็ยังเปิดฝาขวดที่หมอให้ไปไม่ออกครับ “





เด็กฉลาด

7 05 2009

ณ ชายหาดแห่งหนึ่ง มีครอบครัวหนึ่ง ไปเที่ยวกัน พอมาถึงทะเล ต่างคนต่างก็ไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน มีแต่ภรรยาที่นอนอาบแดดอยู่
สักครู่ลูกตัวน้อยก็วิ่งมาถามแม่อย่างสงสัย
“แม่ครับ ไอ้ที่อยู่ในกางเกงน้าคนนั้นมันอะไรครับ ทำไมมันไม่เล็กเหมือนของผมเลย”
“อ๋อ ไม่มีอะไรหรอก ยิ่งมีอันใหญ่ ๆ มันยิ่งโง่น่ะลูก”
สักแป๊ปไอ้หนูก็วิ่งมาถามแม่ว่า
“แม่ครับไอ้ที่อยู่ในเสื้อของผู้หญิงคนนั้น ทำไมมันไม่เล็กเหมือนของแม่เลย”
“ยิ่งใหญ่ยิ่งโง่ จ้ะลูก”
ไอ้หนู็วิ่งกลับไปเล่นน้ำต่อ สักพักก็วิ่งกลับมาบอกแม่อีกว่า
“แม่ครับ เมื่อกี้เห็นพ่อคุยกับผู้หญิงที่เค้าโง่ๆ แต่ยิ่งคุยพ่อก็ยิ่งโง่ขึ้นๆ ทุกทีละแม่