ความรัก…ความหลัง

14 05 2009

บางสิ่งที่อยากลืม…เรากลับจำ

บางสิ่งที่อยากจำ…เรากลับลืม

กลไกเกี่ยวกับความทรงจำเป็นอะไรที่ซับซ้อนมากเลย แต่ละเรื่องที่เลือกจำไว้นั้น เป็นอะไรที่เราเข้าใจไปเองว่าลืมหมดแล้ว แต่พอมีอะไรมากระตุ้น ความทรงจำต่าง ๆ จะล้นทะลักเข้ามาจนเกินจะรับไหว อันโน้นก็ใช่ อันนี้ก็ใช่ ทุก ๆ เรื่องราวมีแต่ภาพคน ๆ นั้น เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ…

แม้จะเป็นความทรงจำที่งดงาม แต่เมื่อเป็นคนในอดีต…มันก็ทำให้ก้อยรู้สึกเหงาลึก ๆ และเจ็บปวดกับเรื่องที่เกิดขึ้นและจบไปนานแล้ว…

…แล้วมันก็จะผ่านไป…เหมือนที่เคยผ่าน

เหมือนฤดูกาลที่หมุนเวียน..ไม่แปรเปลี่ยน





สิ่งมีค่าที่แท้จริง

10 05 2009

Forward Mail ดีดีที่ส่งต่อ ๆ กันมา… 

เช้าวันหนึ่ง..ที่โรงพยาบาล…

‘ขอให้ชั้นดูหน้าลูกหน่อย..ได้มั๊ยคะ’
คุณแม่คนใหม่เอ่ยขึ้น..

เมื่อห่อผ้าน้อย ๆ …………………อยู่ในอ้อมกอดเธอ เธอค่อย ๆ คลี่ผ้าที่ห่อออก..
เพื่อมองใบหน้าเล็ก ๆ …………………

กรี๊ดดดด…..เธอกรีดร้อง
หมอต้องอุ้มเด็ก..ออกไปอย่างรวดเร็ว

**เด็กทารกที่เกิดมา…ไม่มีใบหู**
และแล้ว…กาลเวลาพิสูจน์ว่า.
การได้ยินของเจ้าหนู..ไม่มีปัญหา

ปัญหา..มีเฉพาะสิ่งที่มองเห็นภายนอก คือ….ใบหูที่หายไป

หลายครั้ง..ที่เจ้าหนูกลับจากโรงเรียน แล้ววิ่งมาบอกแม่ 
เธอรู้ว่า..หัวใจลูกปวดร้าวแค่ไหน…
เจ้าหนูพูดโพล่งออกมา..อย่างน่าเศร้า
‘พวกเด็กตัวโต ..พวกมันล้อผมว่า..
–ไอ้ตัวประหลาด–’

จนกระทั่ง… เจ้าหนูเติบโตขึ้น..หล่อเหลา..
เป็นที่รักของเพื่อน ๆ…เค้ามีพรสวรรค์ ในด้านอักษรศาสตร์.. วรรณคดี..และดนตรี..เค้าอาจได้เป็นหัวหน้าชั้น…

แต่เพราะเจ้าสิ่งนั้น… ทำให้เค้า..ไม่อยากเจอใคร

‘ลูกต้องพบปะกับผู้คนบ้างนะลูก’ แม่กล่าว..ด้วยความสงสารลูก

พ่อของเด็กชาย.. ปรึกษากับหมอประจำครอบครัว
และได้รับข่าวดีจากหมอว่า….
‘ผมสามารถปลูกถ่ายใบหูได้ครับ ถ้ามีผู้บริจาค..แต่ใครล่ะ..จะเสียสละใบหู..เพื่อเด็กน้อยคนนี้’ คุณหมอกล่าว

จนกระทั่ง ………………….2 ปีผ่านไป พ่อบอกกับลูกชาย..
‘ลูกเตรียมตัวไปโรงพยาบาลนะ พ่อกับแม่..หาคนบริจาคใบหูที่ลูกต้องการได้แล้ว…แต่นี่เป็นความลับ’

การผ่าตัด..สำเร็จด้วยดี และแล้ว…คนคนใหม่ก็เกิดขึ้น..
….เค้ากลายเป็น..ผู้มีพรสวรรค์…เป็นอัจฉริยะในโรงเรียน…ในวิทยาลัย…จนเป็นที่กล่าวขานกัน..รุ่นต่อรุ่น

ต่อมาได้แต่งงาน… และทำงาน.. เป็นข้าราชการในสถานทูต

วันหนึ่ง.. ชายหนุ่มถามผู้เป็นพ่อว่า.

‘พ่อครับ.. ใครเป็นคนมอบใบหูให้ผมมา ใครช่างให้ผมได้มากมาย..แต่ผมไม่เคยทำอะไร… เพื่อเค้าได้เลยสักนิด’

‘พ่อไม่เชื่อว่า.. ลูกจะตอบแทนเค้าได้หมดหรอก..
เรื่องนี้….เป็นความลับ เราตกลงกันแล้ว’ พ่อตอบ..

หลายปีผ่านไป….
มันยังคงเป็นความลับ

และแล้ว…วันนึง..วันที่มืดมิดที่สุด.. ผ่านเข้ามา..ในชีวิตของลูกชาย

แม่เค้าได้เสียชีวิตลง…

เค้ายืนข้าง ๆ พ่อ… ใกล้หีบศพของแม่

พ่อเรียกเค้า..
‘มานี่สิลูก..มานั่งใกล้ ๆ นี่’
พ่อลูบผมแม่อย่างช้า ๆ..และนุ่มนวล
ผมสีน้ำตาลแดง..ถูกเสยขึ้น จนมองเห็นใบหน้า..
ที่มองดูเหมือนคนนอนหลับ
 
…และแล้ว.. สิ่งที่ทำให้ลูกชาย..ถึงกับต้องตะลึง..
…ใบหูของแม่…หายไป!..

แม่ไม่มีใบหู…
‘นี่เป็นคำตอบ.. ที่ลูกอยากรู้มาตลอดชีวิต’…
พ่อกระซิบผ่านลูกชาย

‘แม่บอกพ่อว่า..เธอดีใจ…………………. ที่ได้ทำอย่างนี้..ตั้งแต่วันผ่าตัด..

แม่ไม่เคยตัดผมอีกเลย..
ไม่มีใคร..มองเห็นว่า.. เธอไม่สวยจริงมั๊ย?
- – - – - – - – - – - – - -
- – - – - – - -

จงจำไว้..

สิ่งมีค่า…………………ที่แท้จริง
ไม่ได้อยู่ที่…..การมองเห็น…….

หากแต่อยู่ที่…..สิ่งที่เรา…….มองไม่เห็น

ความรักที่แท้จริง…..

ไม่ได้อยู่ที่..เราได้ทำอะไร.. แล้วมีคนรับรู้..

หากแต่อยู่ที่.. สิ่งที่เรากระทำ..แล้วไม่มีใครรับรู้ ..

ความรัก

บางครั้ง.. ไม่จำเป็น.. ต้องพูดพร่ำเพรื่อ..

หากแต่อยู่ที่….การกระทำ.. ซึ่งเรา..อาจรับรู้..

เพียงแค่..ฝ่ายเดียว..





Hold My Hand

9 04 2009

hold-my-hand

Here is a short story with a beautiful message…        
นี่คือเรื่องสั้นที่เป็นข้อความที่สวยงาม….

Little girl and her father were crossing a bridge.          
เด็กหญิงเล็ก ๆ คนหนึ่งและพ่อของเธอกำลังเดินข้ามสะพาน

The father was kind of scared so he asked his little daughter,        
คุณพ่อของเธอมีท่าทีห่วงใย และพูดกับลูกสาวตัวน้อยของเขาว่า

‘Sweetheart, please hold my hand so that you don’t fall into the river.’            
‘ที่รักของพ่อ’ จับมือพ่อไว้นะ ลูกจะได้ไม่ตกลงไปในน้ำ

The little girl said, ‘No, Dad. You hold my hand.’        
เด็กหญิงจึงพูดว่า ‘ไม่ค่ะพ่อ พ่อจับมือหนูดีกว่า’

‘What’s the difference?’ Asked the puzzled father.        
พ่อจึงถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า ‘แล้วมันต่างกันยังงัยล่ะจ๊ะลูก’

‘There’s a big difference,’ replied the little girl.        
เด็กน้อยตอบกลับมาว่า ‘มันต่างกันมากเลยค่ะพ่อ’

‘If I hold your hand and something happens to me, chances are that I may let your hand go. 
ถ้าหนูจับมือพ่อไว้ และมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับหนู หนูอาจปล่อยมือพ่อหลุดไปก็ได้

But if you hold my hand, I know for sure that no matter what happens, you will never let my hand go.’ 
แต่ถ้าพ่อจับมือหนูไว้ หนูมั่นใจว่าแม้จะมีอะไรเกิดขึ้นก็ตามพ่อจะไม่ยอมปล่อยมือหนูหลุดไปแน่

In any relationship, the essence of trust is not in its bind, but in its bond. ในสัมพันธภาพใด ๆ ก็ตาม ความเชื่อใจไม่ได้ขึ้นอยู่กับการผูกมัด แต่ขึ้นอยู่กับความผูกพัน
So hold the hand of the person who loves you rather than expecting them to
hold yours…
ดังนั้นจับมือคนที่คุณรักไว้ โดยไม่ต้องคาดหวังหรือรอให้เขาเป็นฝ่ายจับมือคุณ
This message is too short……but carries a lot of Feelings.
 
ถึงข้อความนี้จะสั้นมาก แต่ก็ถ่ายทอดความรู้สึกห่วงใยได้มากมายเหลือเกิน





ไยรัก…งดงาม

18 02 2009

e0b8a1e0b8b8e0b8a1e0b897e0b8b5e0b988e0b8a1e0b8ade0b8876

คาลิล ยิบราน กวีเลบานอนผู้ยิ่งใหญ่ รจนาถึงธรรมชาติของความรักไว้ใน “The Prophet” หรือ “ปรัชญาชีวิต” ฉบับถอดความ โดย ระวี ภาวิไล ว่า

“เมื่อความรักร้องเรียกเธอ จงตามมันไป

แม้ว่าทางของมันนั้น จะขรุขระและชันเพียงไร

และเมื่อปีกของมันโอบรอบกายเธอ จงยอมทน

แม้ว่าหนามแหลมอันซ่อนอยู่ในปีกนั้นจะเสียดแทงเธอ

และเมื่อมันพูดกับเธอ จงเชื่อตาม

แม้ว่าเสียงของมันจะทำลายความฝันของเธอ

ดังลมเหนือพัดกระหน่ำสวนดอกไม้ให้แหลกลาญไปฉะนั้น

…………………..

เพราะแม้ขณะที่ความรักสวมมงกุฎให้เธอ มันก็จะตรึงกางเขนเธอ

และขณะที่มันให้ความเติบโตแก่เธอนั้น มันก็จะตัดรอนเธอด้วย

แม้ขณะเมื่อมันไต่ขึ้นไปสู่ยอดสูง และลูบไล้กิ่งก้านอันแกว่งไกวในแสงอรุณ

แต่มันก็จะหยั่งลงสู่รากลึก และเขย่าถอนตรงที่ยึดมั่นอยู่กับดินด้วย

…………………..

ความรักไม่ให้สิ่งอื่นใดนอกจากตนเอง

และก็ไม่รับเอาสิ่งใด นอกจากตนเอง

ความรักไม่ครอบครอง และก็ไม่ยอมถูกครอบครอง

เพราะความรักนั้นพอเพียงแล้วสำหรับตอบความรัก”





วิธียั่วยวนชายหนุ่ม

2 02 2009

นั่นแน่…!!!

รู้นะคิดอะไรอยู่….

ไม่ใช่วิธีการที่ก้อยคิดขึ้นมาเองหรอกค่ะ ก็ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดนี่นา อิอิอิ เป็นเรื่องราวจาก Forward Mail ที่หลุดรอดมาถึงมือค่ะ…ตั้งใจว่าจะลองเอาไปทำดูสักหน่อย…กำลังหาคนมาทดลองอ่ะ….

งั้น…ให้คนอื่น ๆ ลองดูก่อนล่ะกัน……

บางครั้งการนุ่งลมห่มฟ้ากำจัดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกไปให้พ้นทาง อาจไม่ใช่การโปรยเสน่ห์ที่ดี มีศิลปะอย่างที่คุณคิดเสมอไป และที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ไม่อาจจะใช้ได้ผลกับหวานใจคุณ เนื่องจากการเปิดเผยเรือนร่างให้เขาเห็นบ่อยเกินไปย่อมทำให้เกิดอาการชินชาได้เหมือนกัน ลองดูเทคนิคเล็กๆ สำหรับโปรยเสน่ห์ที่ดูมีคลาสกันดีกว่า

1. ใช้ภาษากาย ดึงดูดสายตาของเขาให้มองมาที่คุณด้วยภาษากาย ซึ่งภาษากายที่ว่าได้แก่ การจับจ้องมองเขาพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ดวงตาและริมฝีปาก พยายามให้เขาเห็นถึงไฟในทรวงที่กำลังร้อนเร่าของคุณ โดยท่าทางหรือภาษาทางกายเหล่านี้จะสามารถฉายแววออกมาได้เองโดยอัตโนมัติ หากเพียงคุณคิดหรือจินตนาการถึงเรื่องวาบหวิว หรือเรื่องเซ็กซี่บางอย่างอยู่

จากนั้นก็ใช้มือของคุณสัมผัสและลูบไล้ตัวเองเพื่อเป็นไกด์นำทางให้สายตาของเขาจับจ้องไปตามส่วนต่างๆ ของเรือนร่างที่มือคุณค่อยๆ เคลื่อนไปอย่างเป็นธรรมชาติ เช่น ในขณะที่เขากำลังพูดคุยกับคุณ ให้คุณจ้องมองตาเขาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไล้ลำคอของตัวเอง แล้วค่อยๆ เลื่อนไปที่กระดูกไหปลาร้า จนกระทั่งเกือบถึงเนินอก จากนั้นก็หยุดมือของคุณวางทาบไว้อยู่ตรงนั้น

2. ค่อยๆ เปิดเผยเรือนร่าง แทนที่คุณจะถอดออกหมดทุกชิ้นทันทีที่ได้เจอกัน วันนั้นคุณก็ลองเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าที่ค่อนข้างมิดชิด จากนั้นก็ค่อยทำเป็นเผลอโชว์สัดส่วนออกไปแบบวับๆ แวมๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจทีละนิด เท่านั้นแหละก็จะทำให้สัญชาตญาณความเป็นชายที่ชอบซุกซนค้นหาในตัวของเขาถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที

3. ใช้สัมผัสอันอบอุ่น แตะต้องสัมผัสเนื้อตัวเขาบ้าง อย่างเช่น ขณะที่กำลังนั่งสนทนากัน คุณอาจถูกเนื้อต้องตัวเขาบ้าง หรือวางมือลงบนเข่าของเขาอย่างอ่อนโยนในบางครั้ง พอให้เขารับรู้กลายๆ ว่าคุณมีใจให้เขาอยู่และการที่คุณเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน หรือกล้าที่จะแตะต้องตัวเขา ก็จะทำให้เขาเกิดความกล้าที่จะแตะต้องเนื้อตัวร่างกายของคุณเช่นกัน

4. ฝากใจให้เขาด้วยรสจูบ หากการหว่านเสน่ห์ของคุณกำลังไปได้สวย และช่วยเปิดทางให้เขากล้าเข้ามาใกล้ชิดสนิทสนมกับคุณมากขึ้น แต่คุณก็ยังไม่ควรปล่อยตัวปล่อยใจ ให้เป็นของเขาอย่างง่ายดายจนเกินไป ทางที่ดีแล้วควรให้เขาสะสมความต้องการของตัวเองที่มีต่อตัวคุณเอาไว้อีกสักนิด ด้วยการจูบเขาอย่างดื่มด่ำพร้อมกอดเขาอย่างแนบแน่น พยายามอ้อยสร้อยอ้อยอิ่งอยู่ในฉากนี้ให้เนิ่นนาน ก่อนที่จะบอกลาเขา อย่าลืมใช้เสียงอันหวานฉ่ำของคุณกระซิบบอกกับเขาเบาๆว่า “นอนหลับฝันดี แล้วพรุ่งนี้เจอกันนะคะ”

รับรองว่าคืนนั้นเขาต้องไม่เป็นอันหลับอันนอน และวิงวอนขอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าเร็วๆเพื่อจะได้เจอคุณและได้อยู่ด้วยกันกับคุณอีกเป็นแน่

4 วิธีนี้จะทำให้เขาต้องการคุณ…แต่เขาคงต้องรอจนกว่าคุณจะพร้อม แต่ข้อดีก็คือเขาจะคิดถึงคุณจนแทบรอเจอคุณในวันพรุ่งนี้ไม่ไหวน่ะสิคะ





10 ประโยคชวนสยอง

31 01 2009

วันนี้ขอนำเสนอ 10 ประโยคสวนสยอง ค่ะ ได้รับจาก Forward Mail ก็เลยนำมาฝากเพื่อเป็นข้อเตือนใจให้คิดก่อนพูดสำหรับคุณผู้หญิง และเกริ่นนำสำหรับคุณผู้ชายค่ะ เผื่อจะหาคำตอบเตรียมไว้…ไงคะ

บางครั้งคำพูดแต่ละคำที่คุณผู้หญิงกลั่นกรองออกมาจากริมฝีปากอันเย้ายวนนั้น จะทำเอาแฟนหนุ่มถึงกับสะดุ้ง ! และขอเตือนไว้ว่า หากแฟนหนุ่มได้ยินประโยคเหล่านี้ คงถึงกับออกอาการสะอึก ลมออกหูได้…. มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

1 ฉันกำลังใช้ความคิด ประโยคนี้ทำเอาหนุ่มๆ คิดไปไกลว่า แฟนสาวกำลังคิดอะไร กำลังไม่พอใจเขาหรือเปล่า หรืออาจเลยเถิดไปถึงเรื่องการแต่งงานและอนาคต

2 เป็นแมนหน่อยสิ แน่นอนว่า เป็นน้ำเสียงตำหนิ และคำพูดประโยคนี้ทิ่มแทงผู้ชายทั้งแท่งอย่างคุณได้ไม่น้อย

3 พ่อแม่ฉันอยากพบคุณ แปลได้สองความหมายว่า ชีวิตคู่เราต้องมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว โดยส่วนใหญ่ผู้หญิงอยากให้ชีวิตคู่จริงจังขึ้น หรืออยากบอกเป็นนัยว่า ที่เราคบกันพ่อแม่ฉันรู้แล้วนะ

4 ฉันปวดหัว หมายความว่า คืนนี้อย่ามาเกาะแกะกับฉัน หรือไม่มีอารมณ์เล่นสนุกด้วยหรอก หรือบางทีอาจต้องแปลตรงตัว เพราะบางทีผู้หญิงก็อยากให้แฟนหนุ่มคอยดูแล เอาใจใส่มากขึ้น และคงไม่ผิดถ้าคุณหนุ่มๆ จะหายาแก้ปวดให้เธอกินซักเม็ด

5 แฟนเก่าฉันไม่เคยทำกับฉันแบบนี้ เข้าใจง่ายๆ ได้เลยว่า เธอกำลังเล่นเปรียบเทียบระหว่างคุณกับแฟนเก่าที่เคยคบ แถมยังอยากตอกย้ำให้หนุ่มๆ รู้ว่า สิ่งที่คุณได้ทำลงไปนั้น มันห่วยแตกสิ้นดี
 
6 คุณคิดอะไรอยู่ แน่นอน อาการสอดรู้สอดเห็นของสาวๆ เป็นเรื่องปกติ ในขณะที่ผู้ชายจะชอบใช้ความคิดเป็นส่วนตัว แต่หากคุณสาวๆ โพล่งประโยคคำถามนี้ขึ้นมา จะเลี่ยงหรือจะเล่า ก็แล้วแต่คุณก็ละกัน

7 คุณว่าผู้หญิงคนนั้นน่ารักไหม ประโยคคำถามที่ถามถึงสาวตาโต แก้มป่อง ใส่มินิสเกิร์ต ผมยาวสลวย ที่กำลังเดินผ่านคุณทั้งคู่ หากคุณบอกว่า ไม่น่ารักเลย เชื่อขนมกินได้เลยว่าคุณโกหก ทีนี้ก็ถึงเวลาที่แฟนหนุ่มอย่างคุณต้องใช้ศิลปะในการตอบคำถามแล้วล่ะ

8 คุณว่าวันนี้ฉันมีอะไรเปลี่ยนไป เป็นคำถามที่หนุ่มๆ ขยาดมาก เพราะโดยนิสัยผู้ชาย ในแต่ละวันเคยสังเกตแฟนสาวให้ละเอียดซะทีไหน และหากตอบไม่ถูก สาวเจ้าก็จะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแน่ๆ

9เพี่อนฉันแต่งงานแล้วนะหรือ เพื่อนฉันท้องแล้วล่ะ เป็นคำบอกเล่าที่บังคับกลายๆ ว่า “เมื่อไหร่จะขอฉันแต่งงานซะที” ถึงเวลาหนุ่มๆ จะหาคำอธิบายดีๆ มาบอกเลี่ยง หรือบอกรักเธอแล้วล่ะ แต่ถ้าเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดาๆ ที่ว่า “ฉันท้องแล้วล่ะ” ก็คงตัวใครตัวมัน

10 เราต้องคุยกัน ประโยคเด็ดที่ถูกจัดอันดับให้เป็นสุดยอดประโยคสยอง ทีนี้ก็รอบทสนทนาต่อไปได้เลยว่า หัวข้อที่เธออยากคุยกับคุณ เป็นเรื่องดี หรือเรื่องร้าย แต่การันตีได้เลยว่า จะเป็นเรื่องร้ายซะเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ คำพูดของเธอที่จะบอกต่อไปว่า เราเลิกกันเถอะ !!





สายลมแห่งการให้อภัย

20 01 2009

getattachment11

getattachment2

getattachment4

 

getattachment31





ม้าน้ำ…ผู้แสนเศร้า อันเนื่องจากความซื่อสัตย์

7 01 2009

บทความดีดีจาก วารสาร อพวช. ค่ะ

“…ปลาอะไรม้วนหางได้ ???…”

คำถามนี้คงไม่ยากเกินไปสำหรับเด็ก ๆ ยิ่งถ้าเป็นผู้ใหญ่อายุมากกว่า 25 ปีแล้ว นับว่าเป็นคำถามที่ง่ายมาก ๆ เพราะเมื่อประมาณ 25 ปี ที่ผ่านมา มีโฆษณาทีวีสียี่ห้อดังได้ใช้ปลาชนิดนี้เป็นดาราหน้ากล้อง ขณะที่พ่อปลากำลังบอกลูกปลาว่า “ม้วนหางสิลูก” เพื่อใช้หางม้วนจับกับวัตถุบางอย่างใต้น้ำ หลาย ๆ คนเริ่มร้อง…อ๋อ…กันแล้ว

ม้าน้ำ (Seahorses) หรือจะเรียกให้ถูกต้องจริง ๆ ต้องเรียกว่า “ปลาม้าน้ำ” พวกมันจัดเป็นปลาจำพวกปลากระดูกแข็ง (ตัวอย่างปลากระดูกแข็ง เช่น ปลาทู ปลาหมอ ปลาช่อน ปลาการ์ตูน ส่วนปลากระดูกอ่อน ได้แก่ ปลาฉลาม และ ปลากระเบน) พวกมันใช้เหงือกในการหายใจ มีครีบหูและครีบหลัง ใช้ในการว่ายน้ำและควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่เหมือนปลาทั่ว ๆ ไป แต่ทว่า ม้าน้ำมีรูปร่างที่แสนจะแปลก แตกต่างจากปลาชนิดอื่น ๆ ตรงที่ ม้าน้ำไม่มีเกล็ด แต่มีเกราะแข็งเป็นข้อ ๆ ปกคลุมลำตัวแทน ม้าน้ำไม่มีครีบหาง แต่มีหางยาวใช้สำหรับยึดเกาะกับปะการัง กัลปังหา หรือวัสดุอื่น ๆ ที่อยู่ใต้น้ำ ม้าน้ำว่ายน้ำในท่าลำตัวตั้งตรงเอาส่วนท้องยื่นไปด้านหน้าในขณะที่ปลาส่วนใหญ่ไม่ทำเช่นนั้น และที่สำคัญ ส่วนหัวและปากที่ยื่นยาวของม้าน้ำ ช่างละม้ายคล้ายกับส่วนหัวของม้าอย่างมาก จนเป็นที่มาของชื่อ…ม้าน้ำ…ยังไงล่ะ

ถิ่นที่อยู่อาศัยนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรูปลักษณ์ และสีสันของม้าน้ำโดยตรง เช่น ม้าน้ำที่อาศัยอยู่ในแนวปะการังมักมีหนามยาวบนลำตัว คล้ายกิ่งก้านของปะการัง ม้าน้ำที่เกาะเกี่ยวกับกัลปังหาก็จะมีสีสันที่ฉูดฉาดที่เป็นสีเดียวกัน นอกจากนี้ ม้าน้ำยังสามารถปรับเปลี่ยนสีสันของลำตัวให้เป็นไปตามพฤติกรรมและอารมณ์ขณะนั้น ๆ ได้อีกด้วย

ไม่เฉพาะความโดดเด่นของรูปร่างหน้าตาเท่านั้นที่น่าสนใจ วงจรชีวิตของม้าน้ำก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน กล่าวคือ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ม้าน้ำตัวผู้จะปรับเปลี่ยนสีของลำตัวเพื่อดึงดูดม้าน้ำตัวเมีย จากนั้นตัวผู้จะใช้หางโอบกอดตัวเมีย พร้อมกับแอ่นท้องประกบกับท้องของตัวเมีย ตัวเมียจะออกไข่ใส่ลงในถุงหน้าท้องของตัวผู้ และม้าน้ำตัวผู้ก็จะปล่อยอสุจิเข้าผสมกับไข่และฟักเป็นตัวอ่อนภายในถุงหน้าท้องนั้น

ม้าน้ำตัวผู้จะเฝ้าทะนุถนอมตัวอ่อนภายในถุงหน้าท้องเป็นอย่างดี โดยมีม้าน้ำตัวเมียทำหน้าที่คอยดูแลปกป้องและว่ายน้ำวนเวียนอยู่ไม่ห่าง เมื่อถึงกำหนดเวลาประมาณ 14 วัน พ่อม้าน้ำจะบีบกล้ามเนื้อส่วนท้องและพ่นลูกม้าน้ำนับร้อย ๆ ตัวให้ออกจากกระเป๋าหน้าท้องสู่โลกท้องทะเลสีคราม นับเป็นความโชคดีของพ่อม้าน้ำที่ได้มีโอกาสทำหน้าที่เป็น “ผู้คลอด” ทั้ง ๆ ที่ผู้เป็นพ่อทั้งหลายบนโลกใบนี้ไม่เคยได้สัมผัส

ม้าน้ำเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของ “ความซื่อสัตย์” ต่อคู่ครอง เพราะเมื่อม้าน้ำตัวผู้และตัวเมียตกลงใจที่จะอยู่ด้วยกันแล้ว ก็จะอยู่คู่กันแบบที่เรียกว่า “ผัวเดียว เมียเดียว” ไปจนกระทั่งฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะตายจากไปถึงจะหาคู่ใหม่ นับเป็นพฤติกรรมที่น่าชื่นชมอย่างมาก แต่พฤติกรรมที่น่าชื่นชมนี้กลับนำพาโศกนาฎกรรมมาสู่ตัวม้าน้ำเอง เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่มีความเชื่อว่า การมอบม้าน้ำคู่ผัวเมียให้แก่คู่บ่าวสาวเป็นของขวัญในวันแต่งงานนั้น เป็นการอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีความรักและความซื่อสัตย์ต่อกัน เช่นเดียวกับคู่ของม้าน้ำ

เมื่อวันแต่งงานของเพื่อนหรือคนที่คุณรักมาถึง ของขวัญของคุณคือสิ่งที่คู่บ่าวสาวปรารถนา แต่เมื่อเปิดกล่องกลับพบเพียงร่างอันไร้วิญญาณของม้าน้ำสองผัวเมียนอนนิ่งอยู่บนผ้ากำมะหยี่สุดหรู คุณคิดว่าคู่บ่าวสาวที่ได้รับของขวัญชิ้นนี้ จะรู้สึกดีใจหรือเสียใจดี ?

…เป็นไงคะ อ่านจบแล้วก็อย่าได้คิดให้ของขวัญกับใครแบบนี้นะคะ ม้าน้ำ ก็คือ ม้าน้ำ ไม่ได้ช่วยให้คนที่ไม่รักกันอยู่ด้วยกันได้หรอกค่ะ…





เรื่องของความรัก

4 11 2008

มุมมองความรักของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ความรัก…สำหรับทุกๆ คนก็เหมือนกับ…

สำหรับใครที่ … ‘โสด’

ความรักนั้น … มันก็เหมือนกับ ‘ผีเสื้อ’
ยิ่งคุณวิ่งเข้าหามันเท่าไหร่ มันก็จะห่างคุณออกไปเท่านั้น
แต่ถ้าคุณปล่อยมันไป มันจะเข้ามาหาคุณเองแหละ
ถ้าคุณไม่คาดหวังกับมันมาก
ความรักสามารถทำให้คุณมีความสุข
แต่ … มันก็สามารถทำให้คุณ เจ็บปวดได้บ่อยๆ เหมือนกัน

แต่ความรักเป็นสิ่งที่พิเศษ
ถ้าคุณได้ให้มันกับใครสักคน ที่เค้าดีที่สุดสำหรับคุณ
ดังนั้นค่อยๆ หาไปละกันนะและเลือกคนที่ดีที่สุด สำหรับคุณ

สำหรับใครที่ … ‘ไม่โสด’

เค้าบอกว่า … ความรักไม่ได้มาจาก คนที่สมบูรณ์ไปหมดทุกอย่าง
แต่มันจะมาจาก คนที่สามารถช่วยคุณให้เป็น
คนที่ดีที่สุด เท่าที่คุณจะเป็นได้

สำหรับใครที่เป็น … ‘เสือผู้หญิงหรือคนเจ้าชู้’

อย่าพูดคำว่า ‘รัก’ เลยถ้าคุณไม่ได้หมายความถึงคำๆ นั้นจริง
อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับชีวิตเค้าเลย ถ้าคุณจะทำให้เค้าเสียใจ
อย่าไปมองลึกถึงดวงตา ถ้าทุกคำพูดของคุณโกหกทั้งเพ
มันไม่ยุติธรรม ถ้าผู้ชายทำให้ผู้หญิงเขาหลงรัก แล้วไม่ใส่ใจใยดี
ถ้าผู้หญิงต้องอกหัก และในทางกลับกันของผู้หญิงก็เหมือนกัน

สำหรับใครที่ … ‘แต่งงานแล้ว’

ความรักไม่ใช่ … ‘มันเป็นความผิดของคุณ’
แต่จะเป็นคำว่า … ‘ฉันขอโทษ’
มากกว่าที่จะบอกว่า … ‘ไปอยู่ไหนมา’

แต่จะเป็นคำว่า … ‘ฉันยังอยู่ตรงนี้นะ’
มากกกว่าที่จะบอกว่า … ‘คุณทำได้อย่างไร’

ไม่ใช่คำที่พูดว่า … ‘ฉันอยากให้คุณอยู่ตรงนี้’
แต่จะเป็นคำว่า … ‘ขอบคุณนะที่เธออยู่ตรงนี้กับฉัน’

สำหรับใครที่ … ‘หมั้นหมายกันอยู่’

สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ได้อยู่ที่ว่า …
การอยู่ด้วยกันเป็นปีๆ แล้วไม่ได้ทะเลาะกัน
แต่จะอยู่ที่ว่า … ความดีที่คุณทั้งสอง มีต่อกันมากกว่า

สำหรับใครที่ … ‘อกหัก’

การอกหักมันยาวนานพอๆ กับที่คุณต้องการให้มันอยู่กับคุณ
หรืออยากจะตัดใจ ให้ออกไปจากใจของคุณ

สิ่งที่สำคัญก็คือว่า … มันไม่ใช่จะต้องอยู่กับการอกหัก
แต่มันอยู่ที่ว่า … เราเรียนรู้จากมันได้แค่ไหน ต่างหาก

สำหรับใครๆ ที่ … ‘ยังไม่เคยรัก’

จะรักได้อย่างไร … ?
อย่ารักแบบหัวปักหัวปำ
เป็นตัวของตัวเองบ้าง
แต่ … อยากให้เห็นแก่ตัวเองทั้งหมด

รู้จักแบ่งปัน และอย่าเอาเปรียบ
พยายามเข้าใจกันและกัน มากกว่าที่จะบอกว่า
ตัวเองต้องการอะไร …
ถึงจะเจ็บก็เจ็บ แต่อย่าเอาความเจ็บนั้น ติดตัวเสมอไป

สำหรับใครที่ … ‘มีคนหลงรักอยู่’

มันเจ็บปวดที่เห็นคนที่เรารัก ไปมีความรักกับคนอื่น
แต่มันจะเจ็บปวดยิ่งกว่า ถ้าคนที่เรารัก ไม่มีความสุขเมื่ออยู่กับคุณ

สำหรับใครที่ … ‘กลัวต่อการสารภาพ(รัก)’

ความรักมันเจ็บปวด … ถ้าคุณต้องไปบอกเลิกกับใครสักคน
แต่มันจะเจ็บยิ่งกว่า … ถ้ามีคนมาบอกเลิกกับคุณ
และมันจะเจ็บสุดๆ ถ้าคนที่คุณรัก
เค้าไม่รู้เลยว่า … คุณรักเค้าแค่ไหน?

สำหรับใครๆที่ยัง … ‘คบๆ กันอยู่’

สิ่งที่เสียใจในชีวิตก็คือ …
การที่เราพบใครสักคนที่เรารัก
และคบกันไปจนถึงวันสิ้นสุด … ความสัมพันธ์ของคุณทั้งสอง

คุณเสียเวลาไปเป็นปีๆ …
ให้กับคนที่คนที่เค้ายังไม่ใช่คนๆ นั้นสำหรับคุณ
แต่ถ้าเค้าคนนั้นของคุณ …
ไม่ใช่คนที่ใช่เลยแล้วล่ะก็ คุณจะมาเสียเวลาเป็นปีๆให้เค้าทำไม
สู้เลิกกันเสียแต่ตอนนี้ดีกว่า …

สำหรับเพื่อนๆ ทุกๆ คน …

เค้าบอกว่า … ฉันปรารถนาให้ทุกๆ คนที่มีความรัก
จงซื่อสัตย์เข้มแข็ง อย่าอ่อนไหว อย่าโลเล อย่าเห็นแก่ตัว
ให้ความรักของคุณ เจริญเติบโตมากขึ้น
ให้ความฝันความหวัง และ ให้รางวัลชีวิตแก่กันและกัน
เท่านี้รักของคุณก็ยิ่งใหญ่ และเป็นรักแท้ที่คุณใฝ่ฝันมานาน





ยารักษาโรคอกหัก

20 10 2008

สูตรส่วนผสมตัวยา

  • น้ำใจเพื่อนที่ปรารถนาดี 5 กรัม, น้ำตาพ่อแม่ที่รักเรา 10 หยดหรือมากกว่านั้น, ความเข้มแข็ง 10 ช้อนชา, รากแห่งศักดิ์ศรี 10 กรัม, ใบเจ็บแล้วจำ 5 ใบ,ความใฝ่ดี 5 ช้อนชา, ความเข้าใจ(ในรัก) 5 ช้อนชา, สติ 20 กรัม, สมาธิ 5 กรัม, ปัญญา 20 กรัม, น้ำล้างตา(ให้สว่าง) 2 ฝา, ความรักตัวเอง เท่ากับกำปั้นของผู้ใช้ยา

วิธีปรุงยา

  • ทันทีที่อกหัก ให้รีบนำส่วนผสมทั้งหมดมาบดให้ละเอียด แล้วผสมให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ปั้นเป็นรูปหัวใจเล็กๆ.. (เพื่อความน่ารัก).. ใส่ขวด..อย่าลืมติดฉลาก”ยาแก้อกหัก”

วิธีใช้

  • ให้กินวันละ 3 ครั้งหลังอาหาร จนกว่าจะหายจากอาการเจ็บอก ยานี้ไม่มีวันหมดอายุ สามารถเก็บไว้รักษาโรคอกหักได้ทุกครั้ง อิอิอิ