
ปิดท้ายทริปทำงานที่มอสโค ด้วภาพซน ๆ ดีกว่าค่ะ
แม้ว่าจะมาทำงานเราก็หาโอกาสแอบเที่ยวได้นิดหน่อย เพื่อให้มีแรงสูกับงานไงคะ…ข้ออ้างทั้งน้านนนนนน
ท้องฟ้าที่มอสโคในวันฟ้าใสก็จะเป็นสีฟ้าอย่างที่เห็นในภาพนั่นแหละค่ะ … ก่อนเดินทางมีแต่คนบอกว่าที่มอสโคหนาวมาก ก้อยก็เลยเตรียมเสื้อมาซะอุ่นเชียว และก็หนักกระเป๋าด้วย และในความเป็นจริงแล้วก้อยรู้สึกว่าที่มอสโคหนาวแค่วันเดียวเอง คือวันที่เดินเที่ยวถนนอาบัด ส่วนวันอื่น ๆ ไม่รู้สึกว่าหนาวเลยค่ะ

วันที่เดินในจัตุรัสแดง เป็นวันที่แดดจ้ามาก ๆ ท้องฟ้าก็ใสซะ…เห็นแล้วก็คิดถึงบ้านค่ะ ทริปนี้เป็นทริปที่ไม่มีอารมณ์ของการท่องเที่ยวเลยค่ะ มีแต่งานทั้งนั้น และการไปดูสถาปัตยกรรมพวกนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ก้อยชอบซะด้วยซี
ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ได้แวะมาเห็นมอสโค นิด ๆ หน่อย ๆ ให้ได้เปิดหูเปิดตา เป็นกำไรของชีวิต ว่าครั้งหนึ่งก็เคยมายังดินแดนแห่งนี้แล้ว ถ้าถามว่าจะมาอีกมั้ย … สำหรับมอสโค บอกได้เลยว่า “ไม่ค่ะ”
ไม่ใช่เพราะมอสโคเลวร้าย หรือน่ากลัวนะคะ แต่เป็นเพราะก้อยชอบที่จะไปในที่ใหม่ ๆ มากกว่า และชอบไปดูธรรมชาติสวย ๆ งาม ๆ มากกว่าดูตึกค่ะ

จะว่าไปแล้วเที่ยวเมืองไทยก้อยยังไปไม่ครบทุกจังหวัดเลยค่ะ อำลามอสโคแล้วยังมีเวลาอีกหลายเดือนกว่าจะสิ้นปี หาเรื่องเที่ยวเมืองไทยกันดีกว่า…
ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเดินทางนะคะ และอย่าลืมชื่นชมความสวยงามของทางที่เราผ่านไปด้วยค่ะ…ทุก ๆ เส้นทางล้วนมีความหมาย และมีความงามในตัวเอง







ดอกไม้กับผู้หญิงมักจะคู่กันเสมอใช่มั้ยคะ









อย่างที่ก้อยบอกไว้นะคะว่าสิ่งที่เห็นมากที่สุดในแต่ละวันที่นั่งรถไป-กลับ ก็คือ ตึก , รถยนต์ และผู้คนของเมืองนี้ค่ะ สำหรับรถยนต์ก้อยก็เลือกมาเฉพาะฟอร์ดสุดเลิฟ อย่างที่เห็นกันนะคะ
สำหรับตึก ก็เก็บภาพมาเยอะค่ะ เวลานั่งรถไม่มีอะไรทำก็นั่งกดไปเรื่อยแหละ ใช้ได้บ้าง เสียบ้าง แต่ส่วนมากจะเสียซะมากกว่า อิอิอิ
ก้อยว่าก้อยอึดอัดกับตึกสูง ๆ และความแออัดที่เพิ่มมากขึ้นที่ภูเก็ตแล้วนะคะ มาเจอสภาพที่มอสโค…สุดแสนจะทรมานค่ะ หันไปทางไหนก็ตึก ตึกสูง ๆ ทั้งนั้น เห็นแล้วอึดอัดค่ะ และคงจะเป็นเพราะที่นี่เป็นเมืองหนาวมังคะ ตึกก็เลยปิดมิดชิด และหน้าตาก็คล้าย ๆ กันไปหมด ความสวยงามคงจะอยู่ที่ความแปลกตามากกว่าค่ะ






นี่คือหน้าตาของห้องน้ำสาธารณะที่เห็นได้ทั่วไปบริเวณฟุตบาทค่ะ ในจุดที่มีคนเยอะ ๆ เช่น บริเวณทางลงสถานีรถไฟใต้ดิน ค่าบริการครั้งละ 20 รูเบิล ค่ะ
ถ้าไม่พูดถึงสถานีรถไฟใต้ดินของมอสโค อาจจะดูเหมือนว่าไม่ได้สัมผัสลมหายใจของที่นี่ก็ว่าได้นะคะ หลาย ๆ เสียงให้ข้อมูลก่อนเดินทางว่าสถานีรถไฟของที่นี่สวยมาก ซึ่งจากสายตาที่เห็นก้อยก็ว่าสวยนะคะ นี่ขนาดว่าเป็นสถานีธรรมดา ๆ นะคะ ไม่ใช่สถานีที่เค้าพูดกันว่าเป็นสถานีรถไฟที่สวยที่สุด ซึ่งก้อยไม่มีโอกาสได้เห็น…ไม่อยากจะบอกเลยค่ะว่าถ้าสามารถพูดกันเข้าใจได้ง่ายมากกว่านี้ ก้อยคงจะเห็นอะไรที่สวย ๆ งาม ๆ ของเมืองนี้อีกเยอะเลย
เฮ้อ…อุตส่าห์นั่งเครื่องมาตั้ง 8-9 ชั่วโมง ว่าไปก็น่าเสียดายเหมือนกันนะคะ ที่เห็นอะไรได้ไม่มาก ที่เห็นมากที่สุดน่าจะเป็นตึก , รถยนต์ และก็ผู้คนค่ะ สมกับเป็นเมืองใหญ่จริง ๆ ค่ะ

รุ้งตัวอ้วนที่สุดที่ก้อยเคยเห็น ถ้าความทรงจำไม่สับสนน่าจะเป็นที่ภาคเหนือของไทย ตอนที่ขับรถในเทือกเขา จากแม่ฮ่องสอนมาเชียงใหม่ค่ะ ก้อยยังชี้ชวนให้อ้นดู และเรายังคุยกันว่ารุ้งตัวอ้วนจังเลย แต่เสียดายที่ไม่มีโอกาสได้เก็บภาพรุ้งตัวนั้น
แต่วันนี้ที่มอสโค ก้อยไม่ได้ประทับใจกับรุ้งตัวอ้วน แต่ประทับใจกับรุ้งคู่แฝดค่ะ เพิ่งเคยเห็นรุ้งคู่กัน 2 ตัวอย่างชัดเจนก็ครั้งนี้แหละค่ะ เป็นฟ้าในช่วงฝนพรำที่สวยงามจับใจ และทำให้คิดถึงบ้านที่สุดค่ะ

ก้อยมีตัวอย่างมาให้ดูแบบที่ธรรมดามาก ๆ ค่ะ ราคาไม่แพงมาก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 250 รูเบิลค่ะ ถ้าเป็นแบบที่สวยมาก ๆ งานจะละเอียด ลายเส้นจะสวยมากค่ะ ราคาเป็นพันเป็นหมื่นรูเบิล ก้อยไม่กล้าจับหรอกค่ะ กลัวทำเจ้าตัวเล็กหาย ชุดใหญ่จะมี 24 ตัวค่ะ ยิ่งมีตัวเล็กมาก ๆ ราคาจะยิ่งสูงค่ะ และงานยิ่งละเอียดเท่าไหร่ ราคาก็ยิ่งสูงค่ะ…ผู้รู้บอกว่าให้ดูความละเอียดของงานที่เส้นผม และความพิถีพิถันในการให้สีค่ะ
อีก 1 วันที่ก้อยมีโอกาสสัมผัสมอสโค คือวันเสาร์ก่อนเดินทางกลับในวันอาทิตย์ ซึ่งจุดหมายปลายทางของวันนี้คือ ถนนอาบัด ถนนคนเดินที่ขึ้นชื่อของมอสโคค่ะ วันนี้เราพิจารณาสถานีรถไฟอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น เพื่อที่ว่าตอนกลับจะได้ไม่พลาดอีก…อิอิอิ
ถนนคนเดิน คือถนนคนเดินจริง ๆ ค่ะ ไม่ใช่ถนนสำหรับรถยนต์ แต่ร้านค้าก็ขายของเหมือน ๆ กัน ส่วนใหญ่แล้วก็จะขายตุ๊กตาแม่ลูกดกค่ะ อื่น ๆ ก็เป็นของที่ระลึกสารพัดชนิด และก็งานศิลปะตลอดถนนทั้งสาย บางช่วงก็มีการแสดงดนตรีเปิดหมวก แรก ๆ ก็ตื่นตาตื่นใจดีค่ะ แต่หลังจากเข้าร้านนี้ ออกร้านโน้น หยิบอะไรก็แพงไปหมด ก้อยก็เริ่มไม่สนุกแล้วล่ะค่ะ เดินไปก็ชะเง้อคอมองว่าเมื่อไหร่จะสุดถนนซะที…เมื่อยเต็มทีแล้ว
อยากจะกล่าวคำลากับมอสโคเต็มทีแล้วค่ะ…ทริปนี้เหนื่อยและก็คิดถึงบ้านมาก ๆ ๆ ๆ ๆ



อย่างที่บอกนะคะว่าก้อยมีเวลาทำความรู้จักกับมอสโคก่อนเดินทางเพียงไม่กี่ชั่วโมงค่ะ และเมื่อมาถึงมอสโคจริง ๆ ก้อยก็มีเวลาสำหรับรู้จักมอสโคไม่มาก เวลาเพียง 2 วัน สำหรับเมืองใหญ่และเป็นเมืองที่มีปัญหาด้านการสื่อสารมาก ๆ ก้อยจึงเห็นอะไรไม่มากนัก
แต่จากการฟังคนอื่น ๆ ที่มีความคุ้นเคยกับเมืองนี้ หลาย ๆ คน พูดตรงกันค่ะว่าเมืองนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจมากนัก ถ้าหากว่าได้ไปที่จัตุรัสแดง และถนนอาบัด ก็ถือว่ามาถึงมอสโคแล้ว… ถ้าเอากันตามนี้ก้อยก็นับได้ว่ามาถึงมอสโคแล้วค่ะ
จัตุรัสแดง…สำหรับก้อยไม่มีอะไรน่าสนใจค่ะ ถ้าถามว่าสวยงามมั้ย…ก็สวยนะคะ สิ่งก่อสร้างที่นี่ใหญ่ ๆ โต ๆ ทั้งนั้นค่ะ พวกเราใช้เวลาเดินเที่ยว ถ่ายรูปตามมุมต่าง ๆ และเข้าไปดูภายในโบสถ์ ใช้เวลาที่จัตุรัสแดงประมาณ 1.30 ชั่วโมง ก็จบโปรแกรมทัวร์ค่ะ และก็จบการเที่ยวไป 1 วัน เพราะวันนี้กว่าจะออกจากที่พักก็เกือบ 10 โมงเช้า เสียเวลากับการเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินไม่มาก แต่เสียเวลากับการเดินเท้ามาก ๆ ๆ ๆ ๆ ก้อยเดินตั้งแต่ 10.30 น. ถึงบ่าย 3 โมง เดิน ๆ หยุด ๆ และเสียเวลามากที่สุดกับการหาทางไปที่จัดงาน สุดท้ายแล้วก็ต้องยอมเรียกแท็กซี่ค่ะ…กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง เมื่อยมือและก็เหนื่อยใจค่ะ

วันนี้เป็นวันแรกที่เราเข้าไปดูสถานที่จัดงาน และอยู่จนถึง 1 ทุ่ม ก็ยังไม่สามารถทำอะไรได้ก็เลยตัดสินใจกลับที่พัก ท้องเริ่มบ่นหิวแล้วค่ะ… และด้วยความมั่นใจในความสามารถของเจ้านาย ก็เลยบอกกับทาง ททท. ว่าไม่ต้องเป็นห่วง พวกเรากลับด้วยรถไฟใต้ดินได้ ให้แวะส่งที่สถานีไหนก็ได้ และพรุ่งนี้เช้าค่อยให้รถมารับที่ที่พัก เวลา 8.00 น. … รู้มั้ยคะว่าความเชื่อมั่นในครั้งนี้ทำให้ก้อยต้องเดินเท้าอีกหลายกิโลฯเลยค่ะ เดินโดยไม่รู้จุดหมาย ถามใครก็ไม่รู้เรื่อง รู้แต่ว่าต้องเดินต่อไป สาเหตุเพราะเราลงผิดสถานี… 3 ทุ่มแล้วเราสามคนยังเดินท่อม ๆ บนถนนในกรุงมอสโคค่ะ เดินจนเดินไม่ไหวอ่ะค่ะ สุดท้ายเจ้านายก็ยอมที่จะใช้บริการแท็กซี่…อีกครั้ง




















ความเห็นล่าสุด