สนุกสนานวันลอยกระทง

7 11 2009

ผ่านไปเรียบร้อยแล้วนะคะสำหรับงานลอยกระทง

ที่อื่น ๆ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สนุกสนานชื่นมื่นกันทุกคนรึป่าว… ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทุกคนที่แวะมาเป็นกำลังใจและมาร่วมงานลอยกระทงที่สุโขสปา ภูเก็ต นะเจ้าคะ

กว่างานจะออกมาเป็นเรื่องเป็นราว ฝ่ายเตรียมงานก็เหน็ดเหนื่อยแทบจะขาดใจค่ะ จะโทษเทวดาฟ้าดินก็กระไรเลย…แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะทีมงานจัดสถานที่เสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว กำลังจะแยกย้ายกันไปตระเตรียมตัวให้สวยงามเพื่อรับแขกที่จะมาในงานเวลา 18.30 น. แต่ฝนก็ตกลงมาก่อน 18.00 น. สัก 10 นาที ทุกคนก็เลยต้องวิ่งหาร่ม หาถุง ฯลฯ เพื่อมาปิด มาคลุม และบางส่วนก็ต้องยกออกไปเก็บในห้องก่อน และก็มองดูท้องฟ้า มองว่าฝนจะตกอีกนานมั้ยเนี่ย….

เฮ้อ…ลุ้นกันเหนื่อยใจจริง ๆ ค่ะ กว่าฝนจะหยุด และกว่างานจะเริ่ม แขกชุดแรกก็มาถึงงานแล้ว ก็ทุลักทุเลนิดหน่อย ต้องขออภัยด้วยนะคะ แต่หลังจากท้องฟ้าปลอดโปร่ง ทุกอย่างก็ไปได้สวยค่ะ ก้อยมีภาพมาฝากไม่มาก เพราะงานนี้ตากล้องมือฉมังไม่ค่อยกดสักเท่าไหร่

กระทง6

กระทงรูปแบบต่าง ๆ ที่ส่งเข้าประกวดชิงรางวัลเงินสด 1 พันบาท ค่ะ ฝีมือและไอเดีย เน้นอนุรักษ์ธรรมชาติล้วน ๆ ค่ะ กรรมการเห็นแล้วตัดสินใจยากมาก เพราะทุกกระทงสวยงามและบ่งบอกถึงความตั้งใจแบบสุด ๆ ไปเลย

 

กระทง1

กระทง3

กระทง4

อาหารในงานมีสารพัดทั้งคาวหวานค่ะ ที่เห็นในภาพคือขนมครกค่ะ กว่าจะหน้าตาดูดีรสชาติอร่อยลิ้น ผ่านการทดลอง การชิม มาหลายกระทะค่ะ อิอิอิ นอกจากขนมครกแล้วก็ยังมีขนมจีน ผัดไทย ส้มตำ ขนมหวาน ฯลฯ สำหรับขนมจีนต้องขอชื่นชมว่าทางครัวหรือจัดซื้อก็ไม่รู้นะ ช่างสรรหาผักเคียงมาเยอะมาก ๆ ๆ ๆ มีสารพัดผักเลยค่ะ เสียดายที่ไม่มีภาพมายืนยัน

กระทง5

หลังจากแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายอิ่มหนำสำราญแล้วก็ถึงคิวของสาวงามนั่งโจ๊ะกันอย่างหนุกหนานค่ะ แต่พอเห็นกล้องแล้วไม่มีหลบกันเลยนะเนี่ย….

จริง ๆ แล้วจะให้เห็นภาพชุดไทยที่สาว ๆ แต่งมาร่วมงานค่ะ ดูเป็นไทย ๆ และแต่งไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ เข้ากับบรรยากาศของงานลอยกระทงของไทยเราด้วยค่ะ

กระทง2

ลอยกระทงปีหน้า…อย่าลืมมาเจอกันที่สุโขสปา ภูเก็ต นะคะ

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับลมหนาวค่ะ





ลอยโคม ลอยประทีป

22 10 2009

loy

ไปลอยกระทงด้วยกันมั้ยคะ

ปีนี้ที่สุโขสปาจัดงานลอยกระทงเหมือนทุกปีที่ผ่านมาค่ะ ใครที่เคยมาเมื่อปีก่อน หรือปีก่อนโน้น และปีนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดี…แวะมาที่สุโขสปา ภูเก็ต ซีคะ คุณจะพบกับความสนุก และพกเอาความอิ่มเอมใจกลับไปนอนหลับฝันดีที่บ้านอีกหลายคืนเลยล่ะค่ะ…

การจัดงานที่สุโขสปาเราไม่เน้นความหรูหราฟุ่มเฟือย แต่เราเน้นความสนุกแบบพอเพียงค่ะ เราเนรมิตให้บริเวณสระน้ำกลายเป็นตลาดอาหารขนาดย่อม ๆ ที่พ่อค้าแม่ค้าหน้าตาสะสวยและยิ้มแย้มแจ่มใส แต่งกายสวยงาม พูดได้ว่าเราจะพาคุณย้อนยุคกลับไปในสมัยที่เมืองไทยยังมีแต่ความสงบ สามัคคี …ว่าเข้าไปนั่น

loy1

ก้อยนำภาพบรรยากาศของปีที่ผ่านมาที่เก็บภาพไว้มาให้ดูเป็นน้ำจิ้ม อิอิ เป็นแนวทางในการแต่งชุดไทยมาร่วมงานค่ะ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศที่เราเนรมิตไว้เพื่อคุณไงคะ งานนี้แต่งยีนส์มาหลงยุคแน่นอนค่ะ

ถ้าใครบอกว่าแต่งชุดไทยไม่เป็น ไม่มีปัญหาค่ะ เพียงคุณมีผ้าถุงหรือผ้าโจงกระเบน 1 ผืน ผ้าแถบ 1 ผืน มาถึงก่อนเวลางานสัก 1 ชั่วโมง สาว ๆ ที่สุโขจะเนรมิตให้คุณงดงามในชุดไทยได้อย่างใจปรารถนาเลยค่ะ แต่อย่าลืมเตรียมเฟอร์นิเจอร์ประกอบมาด้วยนะคะ ไม่งั้นไม่อลัง…นะคะ

loy2

เสร็จจากเรื่องความสวยความงาม ก็มาถึงเรื่องปากท้องกันบ้าง มางานลอยกระทงที่สุโขสปาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินนะคะ เราจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพสำหรับทุกคน ในราคาไม่แพงค่ะ ผัดไทยจานละ 30.-บาท หาทานได้ที่งานนี้ค่ะ ไม่อยากคุยเลยว่าเตรียมไว้พร้อมสรรพทั้งคาวหวาน และน้ำเมา อิอิ เลือกสรรได้ในแบบที่เป็นคุณ…ว่าไปนั่น

ยังค่ะยังไม่หมดนะคะสำหรับความพร้อมของงานที่เตรียมไว้ เรามีการแสดงบนเวที การละเล่นชิงโชค การประกวดกระทงสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ไว้พร้อมสรรพ สำหรับคุณ ๆ ที่ต้องการทำกระทงด้วยตัวเอง งานนี้ไม่มีโฟมให้เห็นแน่นอนค่ะ

ที่เด็ดที่สุดคือการประกวดผู้ที่แต่งกายงาม โดยเราจะมีแมวมองคอยมองทุกคนที่มาร่วมงาน ใครที่แต่งกายได้สวยงามได้ใจกรรมการมากที่สุดจะได้รางวัลไปครองแน่นอนค่ะ…รู้อย่างนี้แล้ว พลาดไม่ได้นะคะ

 

 

 

loy3

สุดท้ายของท้ายที่สุด ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกลา…แต่งานนี้เราให้คุณเก็บความประทับใจไว้เป็นพลังสู้ต่อไปค่ะ นอกจากกระทงใบตองที่เราจัดเตรียมไว้ เรายังมีกระทงลอยฟ้า สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ และการลอยโคม เพิ่มสีสันให้กับท้องฟ้ายามค่ำคืน … บรรยายซะมากมาย ก็เพื่อให้ทุกคนเตรียมความพร้อม เพื่อมาสนุกกันให้เต็มที่ กับประเพณีที่งดงามของไทยเรา ร่วมขอขมาต่อพระแม่คงคา และตั้งจิตอธิษฐานทำแต่ความดี เพื่อเป็นบรรณาการแด่พระแม่คงคา

อย่าลืมมาเจอกันนะคะ





กระทงใบตอง

21 10 2009

ใบตอง1

อีกไม่นานก็จะถึงวันลอยกระทงแล้วนะคะ ฝึกพับใบตองกันบ้างรึยังคะ

สำหรับคนที่ไม่เคยทำกระทงใบตองมาก่อนอาจจะดูว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่จริง ๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ และกระทงใบตองก็ย่อยสลายง่ายต่างกับกระทงที่ทำจากโฟมมาก ๆ ๆ ๆ … เราทุกคนมีส่วนช่วยในการทำให้โลกใบนี้น่าอยู่นะคะ

วันนี้ก้อยเอาภาพเก่าของปี 2008 มาเป็นไอเดียให้กับทุกคนค่ะ ลองดูนะคะว่าแบบต่าง ๆ ที่เราเพียรพยายามประดิดประดอยขึ้นมานั้น เราสามารถนำมาประยุกต์ หรือใส่ไอเดียอะไรลงไปได้บ้าง บางครั้งถ้าไม่เห็นภาพเราก็นึกอะไรไม่ออกใช่มั้ยคะ มาดูกันดีกว่าค่ะว่าเราจะทำอะไรกับกระทงน้อยของเรา

 

 

 

 

ใบตอง2

ตัวประกอบเด่น ๆ ของกระทงใบตอง ที่ดึงดูดสายตาก้อยเสมอคือดอกพุดตูมค่ะ กระทงใบตองธรรมดา ๆ พอเสียบดอกพุดตูมลงไปจะดูสวยงามอ่อนหวานขึ้นมาทันใดเลยค่ะ

และถ้าต้องการเพิ่มสีสันให้กระทงน้อยก็นี่เลยค่ะ … พี่ดาวเรือง กับ น้องกล้วยไม้ มีหลากหลายสีสันให้เลือกประดับและตกแต่ง ก็สุดแต่ว่าใครจะไอเดียบรรเจิดนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ใบตอง3

ใบตอง4

ใบตอง5

ใบตอง6

ใบตอง7





วิธีทำกระทง

15 10 2009

ช่วงปลายปีก้อยชอบที่จะดูปฏิทินเพื่อหาวันหยุดไปเที่ยวรับลมหนาว และวันพิเศษของคนสำคัญ…อิอิ วันเกิดของก้อยเองแหละ

ก้อยชอบลุ้นว่าวันเกิดจะตรงกับวันลอยกระทงรึป่าว และแล้ววันลอยกระทงปีนี้ตรงกับวันที่ 2 พฤศจิกายน ฮือ ๆ ๆ ไม่ตรงกับวันเกิดของก้อยอีกแล้ว … ไม่เป็นไรค่ะ นับดูแล้วก็เหลืออีกไม่กี่วัน เพื่อน ๆ เตรียมตัวทำกระทงกันรึยังคะ ก้อยเองก็ไม่ถนัดกับเรื่องสวย ๆ งาม ๆ ซะด้วยซี แต่ไม่เป็นไรค่ะ ก้อยไปแอบลอกแบบของเพื่อนบ้านมาฝากค่ะ

       แบบที่ 1 กลีบผกา

          วิธีทำ

          1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ 

          2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาวางซ้อนให้ลดหลั่นกันไปตามภาพ ซึ่งจะนับเป็น 1 ตับ 

          3. นำไปติดโดยรอบที่ขอบของฐานกระทง ซึ่งเป็นต้นกล้วยตัดเป็นแว่น ความหนา 1.5 – 2 นิ้ว โดยประมาณ ทั้งนี้ปริมาณของกลีบกระทงที่ใช้จะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของตัวฐาน  

          4. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ 

กระทง1

    แบบที่ 2 กลีบกุหลาบ

          วิธีทำ
 

          1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ 

          2. พับเป็นกลีบกุหลาบตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ ควรจัดให้ยอดของกลีบ และลอนของกลีบตรงเสมอเป็นแนวเดียว ซึ่งจะทำให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย  

          3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด 

          4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับมงกุฏสวมศีรษะ  

          5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ 

กระทง2

     แบบที่ 3 หัวขวาน

          วิธีทำ
 
          1. ตัดใบตองขนาดความกว้าง 1.5 นิ้ว ยาว 6 นิ้ว โดยประมาณ 

          2. พับตามรูป จำนวน 3 กลีบ จากนั้นนำมาสวมเีัรียงกันให้มีระยะห่างพองามตามความชอบ เพื่อให้ผลงานออกมาดูสวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ควรพับแต่ละกลีบให้ได้ขนาดเท่ากันทุกจุด 

          3. ใช้ด้ายสีเขียวใกล้เคียงกับใบตอง หรือสีดำมาเย็บติดกันด้วยด้นถอยหลังให้เป็นแนวตรงเสมอกันโดยตลอด 

          4. พับกลีบใบตองแล้วเย็บต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถหุ้มขอบของฐานกระทงได้โดยรอบ ตรึงกลับใบตองกับฐานของกระทงด้วยหมุด แล้วขลิบส่วนที่เลยพ้นฐานลงมาให้เรียบร้อยเสมอกับฐาน เมื่อทำเสร็จแล้วจะมีลักษณะคล้ายอ่างน้ำ 

          5. จากนั้นประดับด้วยดอกไม้ตามความชอบ และปักธูปเทียนลงไป เป็นอันเสร็จ 

กระทง3

เพื่อน ๆ  สามารถนำการพับใบตองรูปแบบเหล่านี้ไปใช้ร่วมกับการพับรูปแบบอื่นๆ ในผลงานชิ้นเดียวกันได้ตามความชอบ และความคิดดัดแปลง

          ส่วนตอนที่จะนำไปลอยนั้น บางคนอาจจะตัดเล็บ และผมใส่ลงไปด้วย ตามความเชื่อว่าเป็นการขจัดสิ่งร้ายๆ ให้ออกไปจากตัวเรา หรือจะใส่เหรียญลงไปด้วย เพื่อนำมาซึ่งความมั่งคั่งตามความเชื่อก็ได้นะคะ 
 
          ส่วนของตัวกระทง ใช้หยวกกล้วย หรือวัตถุที่ย่อยสลายได้ตัดให้เป็นวงโดยสูงประมาณ1-2.5 นิ้ว ส่วนขนาดแล้วแต่ความพอใจ ขั้นตอนต่อคือการนำเอาใบตองมาพับเป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อประดิษฐ์เป็นกระทง

ง่าย ๆ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ ลองทำดูนะคะ เสร็จเรียบร้อยแล้วคุณก็จะได้กระทงที่เป็นฝีมือและตวามตั้งใจของคุณเอง อย่าลืมทำเผื่อคนข้าง ๆ ด้วยนะคะ





ถวายเทียนพรรษา

7 07 2009

อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเข้าพรรษาแล้ว…หลาย ๆ คนได้วันหยุดยาวด้วย น่าอิจฉาจังเลย ก้อยได้หยุดวันพุธวันเดียวเองค่ะ ก็เลยถือโอกาสใช้วันหยุดล่วงหน้าไปถวายเทียนพรรษาที่วัดใกล้บ้าน…ค่ะ

ปีนี้เศรษฐกิจส่วนตัวไม่ค่อยดีค่ะ ก็เลยไม่มีการวางแผนมากนัก ค่าน้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน เฮ้อ…ก้อยเลยตัดอกตัดใจไม่ไปไกล ทำตามกำลังทรัพย์และกำลังศรัทธา ไม่ให้ตัวเองต้องเดือดร้อนจากการทำบุญ

พูดถึงการทำบุญแล้ว ส่วนมากก้อยจะทำตามเทศกาล และตามความสะดวกส่วนบุคคล 1 ปี เข้าวัดนับครั้งได้ค่ะ แต่ไม่รู้ทำไมเวลาไปเที่ยวต่างจังหวัด สถานที่เที่ยวกลับกลายเป็นวัดไปได้

วัดพระทอง หรือวัดพระผุด เป็นวัดที่ก้อยมักจะเลือกมาทำบุญมากกว่าวัดอื่น ๆ ในภูเก็ต ไม่ใช่เพราะใกล้บ้าน แต่เพราะเป็นวัดที่สะอาด ร่มรื่น และมีพระตลอดเวลา บางวัดก้อยต้องเดินหาพระจนทั่ววัด บางครั้งก็หาไม่เจอ ต้องหาวัดใหม่ เสียเวลา เสียความตั้งใจ ถ้าตัดเรื่องอะไรต่อมิอะไรที่หลาย ๆ คนเห็นว่าไม่เหมาะสม เช่น ดูเป็นธุรกิจมากเกินไป ฯลฯ ก้อยว่าวัดพระทองเป็นวัดที่สะดวกสำหรับการทำบุญมากที่สุดวัดหนึ่งค่ะ

ผีเสื้อ1ออกจากวัดมีเวลานิดหน่อยก้อยก็อดไม่ได้ที่จะแวะเวียนชมธรรมชาติรอบ ๆ ตัว เพื่อชาร์จพลังให้กับตัวเอง มีกำลังมากพอที่จะกลับไปต่อสู้กับโลก…

ดูแลคนอื่น ๆ ดูแลคนรอบข้าง แต่อย่าลืมที่จะดูแลตัวเองกันมาก ๆ นะคะ เพื่อจะได้มีกำลังมากพอที่จะดูแลคนอื่น ๆและคนที่เรารักไปอีกนานแสนนานค่ะ…ว่าแต่…วันเข้าพรรษาปีนี้คุณทำอะไรดีดีเพื่อตัวคุณเองรึยังคะ…





ประกาศสงกรานต์ปี ๒๕๕๒

19 03 2009

ปีนี้ วันที่ ๑๔ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ ตรงกับวันจันทร์ แรม ๔ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑ นาฬิกา ๑๓ นาที ๑๔ วินาที เอกศก จุลศักราช ๑๓๗๑ ทางจันทรคติเป็นอธิกวาร ทางสุริยคติเป็นปกติ ปีฉลูมนุษย์ผู้ชาย ธาตุดิน นาคให้น้ำ ๒ ตัว ปีนี้จันทร์เป็นอธิบดีบันดาลให้ฝนตก ๕๐๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๒๐๐ ห่า ตกในป่าหิมพานต์ ๑๕๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๑๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๕๐ ห่า เกณฑ์ธัญญาหารได้เศษ ๖ ชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในภูมินาจะได้ผล ๙ สวน เสีย ๑ สวน ธัญญาหาร ผลาหารจะอุดมสมบูรณ์

ขอบคุณข้อมูลดีดี จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ค่ะ





ตำนานนางสงกรานต์

19 03 2009

นางสงกรานต์ เป็นคติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์ ซึ่งรัชกาลที่ ๓ ให้ลงจารึกในแผ่นศิลา ติดไว้ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) เป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว ซึ่งเป็นอุบายเพื่อให้คนโบราณผู้ไม่รู้หนังสือได้รู้ว่าวันมหาสงกรานต์ คือ วันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ซึ่งสมัยนั้นถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติตรงกับวันใด โดยสมมติผ่านนางสงกรานต์ทั้ง ๗ เทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์

นางสงกรานต์ทั้งเจ็ดนี้ ล้วนเป็นเทพธิดา ธิดาท้าวกบิลพรหม และเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์ จากตำนานเล่าถึงท้าวกบิลพรหมแพ้พนันธรรมบาลกุมาร จนต้องตัดเศียรออกบูชาธรรมบาลกุมารตามสัญญา แต่เนื่องจากเศียรของท้าวกบิลพรหมตกไปอยู่ที่ใดแล้ว ก็จะเป็นอันตรายต่อที่นั้น ไม่ว่าจะเป็นบนอากาศ บนดิน หรือในน้ำ จึงต้องมีผู้รับหน้าที่นำพานมารองรับและนำไปประดิษฐานไว้ ณ เขาไกรลาส ครั้งถึงกำหนด ๓๖๕ วัน ซึ่งโลกสมมติว่าเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึงวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ดก็ทรงพาหนะต่าง ๆ ผลัดเวรกันมาเชิญเศียรของบิดาออกแห่ในวันมหาสงกรานต์เป็นประจำปี จึงได้ชื่อว่า “นางสงกรานต์” ส่วนท้าวกบิลพรหมนั้น โดยนัยก็คือ พระอาทิตย์ นั่นเอง เพราะ “กบิล” หมายถึง “สีแดง”

ที่สำคัญ นางสงกรานต์แต่ละนาง จะมีนาม อาหาร อาวุธ และสัตว์ที่เป็นพาหนะต่าง ๆ กัน ตามวันมหาสงกรานต์ ดังต่อไปนี้

  • วันอาทิตย์ นางสงกรานต์นาม นางทุงษะ ทัดดอกทับทิม เครื่องประดับปัทมราค หรือ ปัทมราช (พลอยสีแดง) ภักษาหารมะเดื่อ หัตถ์ขวาถือจักร หัตถ์ซ้ายถือสังข์ มีครุฑเป็นพาหนะ
  • วันจันทร์ นางสงกรานต์นาม นางโคราคะ ทัดดอกปีบ เครื่องประดับมุกดา ภักษาหารน้ำมัน หัตถ์ขวาถือพระขรรค์ หัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า มีเสือเป็นพาหนะ
  • วันอังคาร นางสงกรานต์นาม นางรากษส ทัดดอกบัวหลวง เครื่องประดับโมรา ภักษาหารโลหิต หัตถ์ขวาถือตรีศูล หัตถ์ซ้ายถือธนู มีสุกร (หมู)เป็นพาหนะ
  • วันพุธ นางสงกรานต์นาม นางมณฑา ทัดดอกจำปา เครื่องประดับไพฑูรย์ ภักษาหารนมเนย หัตถ์ขวาถือเหล็กแหลม หัตถ์ซ้ายถือไม้เท้า มีศัลพะ (ลา)เป็นพาหนะ
  • วันพฤหัสบดี นางสงกรานต์นาม นางกิริณี ทัดดอกมณฑา เครื่องประดับมรกต ภักษาหารถั่วงา หัตถ์ขวาถือขอช้าง หัตถ์ซ้ายถือปืน มีช้างเป็นพาหนะ
  • วันศุกร์ นางสงกรานต์นาม นางกิมิทา ทัดดอกจงกลนี เครื่องประดับบุษราคัม ภักษาหารกล้วยน้ำ หัตถ์ขวาถือพระขรรค์ หัตถ์ซ้ายถือพิณ มีกระบือ (ควาย)เป็นพาหนะ
  • วันเสาร์ นางสงกรานต์นาม นางมโหทร ทัดดอกสามหาว เครื่องประดับนิลรัตน์ ภักษาหารเนื้อทราย หัตถ์ขวาถือจักร หัตถ์ซ้ายถือตรีศูล มีนกยูงเป็นพาหนะ

สำหรับวันมหาสงกรานต์ปีนี้เป็นวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๒ ตรงกับวันจันทร์ นางสงกรานต์นามโคราคะ จึงรับหน้าที่อัญเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหมมาแห่แหนทั่วเมืองมนุษย์

ขอบคุณข้อมูลดีดี จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ค่ะ





ตำนานพระพุทธสิหิงค์

19 03 2009

ตามประวัติกล่าวว่า พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปที่พระมหากษัตริย์ลังกา ๓ พระองค์ ร่วมพระทัยพร้อมกับพระอรหันต์ในเกาะลังกาสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๗๐๐ โดยมีพญานาคที่เคยเห็นพระพุทธองค์ได้แปลงกายมาเป็นแบบ และได้ประดิษฐานเป็นที่สักการะแก่ชาวลังกาเป็นเวลาช้านาน

ต่อมาสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้ทราบถึงพุทธลักษณะที่งดงามของพระพุทธสิหิงค์ ก็โปรดเกล้าฯ ให้ทูตเชิญพระราชสาส์นไปขอประทานมาจากพระเจ้ากรุงลงกา พระพุทธสิหิงค์จึงได้มาประดิษฐาน ณ กรุงสุโขทัย

จากนั้นด้วยสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปในสมัยต่อ ๆ มา พระพุทธสิหิงค์จึงถูกอัญเชิญไปประดิษฐานอยู่ตามเมืองต่าง ๆ ตั้งแต่พิษณุโลก อยุธยา กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ จนมาถึงรัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระบวรเจ้ามหาสุรสิงหนาทจึงได้ทรงอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมายังกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๓๘ และได้ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรค์ มาจนทุกวันนี้

ปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีพระพุทธรูปที่มีนามว่า “พระพุทธสิหิงค์” อยู่ 3 องค์ คือ

  1. ในพระที่นั่งพุทไธสวรรค์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร คือ องค์ที่กล่าวถึงข้างต้น เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ หล่อด้วยวัสดุโลหะสัมฤทธิ์
  2. ในหอพระสิหิงค์ จังหวัดนครศรีธรรมราช สร้างในลักษณะปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร มีพักตร์กลมอมยิ้ม วัสดุสัมฤทธิ์
  3. ในวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร จังหวัดเชียงใหม่ เป็นปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร วัสดุสัมฤทธิ์ลงรักปิดทอง เป็นศิลปะสมัยเชียงแสนรุ่นแรก

การอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณมายังท้องสนามหลวง เพื่อให้ประชาชนได้มาสักการบูชา และสรงน้ำในวันสงกรานต์นั้น เริ่มเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๗๗ ในสมัยพระยาพหลพลพยุเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยทางการเป็นผู้จัดทำขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นขวัญกำลังใจในโอกาสเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย ดังนั้น ทุกวันสงกรานต์เราจึงได้สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ปีละครั้ง และถือเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน

ขอบคุณข้อมูลดีดี จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ค่ะ





ความหมายของสงกรานต์

19 03 2009

คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤต แปลว่า “ก้าวขึ้น” หรือ “ผ่าน” หรือ “เคลื่อนย้าย” หมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งเข้าไปอีกราศีหนึ่ง เช่น เคลื่อนจากราศีพฤษภไปสู่ราศีเมถุน อันเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้นทุกเดือน เรียกว่า “สงกรานต์เดือน” ยกเว้นว่าเมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษเมื่อใดก็ตาม ก็จะเรียกชื่อเป็นพิเศษว่า “มหาสงกรานต์” อันหมายถึงการก้าวขึ้นครั้งใหญ่ซึ่งนับเป็นครั้งสำคัญ เพราะถือว่าวันนี้เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามคติพราหมณ์ โดยเป็นการนับทางสุริยคติ ตรงกับวันที่ ๑๓ – ๑๕ เมษายน ซึ่งแต่ละวันจะมีชื่อเรียกเฉพาะ ดังนี้

วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” หมายถึง วันที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอีกครั้ง หลังจากผ่านเข้าสู่ราศีอื่น ๆ จนครบ ๑๒ เดือน

วันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า “วันเนา” แปลว่า วันอยู่ หมายถึง วันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษอันเป็นราศีต้นปี เข้าที่เข้าทางเรียบร้อย

วันที่ ๑๕ เมษายน เรียกว่า “วันเถลิงศก” ถือเป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ การกำหนดให้อยู่ในวันนี้ก็เพื่อให้แน่ใจว่าดวงอาทิตย์โคจรจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษแล้วอย่างน้อย ๑ องศา

ทั้ง ๓ วันนี้ ถ้าหากดูตามประกาศสงกรานต์ และการคำนวณตามหลักโหราศาสตร์จริง ๆ ก็จะมีการคลาดเคลื่อนไม่ตรงกันบ้าง เช่น วันมหาสงกรานต์ อาจจะเป็นวันที่ ๑๔ เมษายน แทนที่จะเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน แต่เพื่อให้จดจำง่าย จึงกำหนดเรียกตามที่กล่าวข้างต้นค่ะ

ขอบคุณข้อมูลดีดี จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ค่ะ





งานตรุษจีน – ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต ครั้งที่ 10

28 01 2009

วันเสาร์ – อาทิตย์ที่จะถึงนี้ไปเที่ยวไหนกันรึป่าวคะ… ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหนดี ก้อยขอเชิญทุกคนมาเที่ยวงานตรุษจีนที่ภูเก็ตกันค่ะ

ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 10 แล้วนะคะ การแสดงบนเวทีปีที่ผ่านมาตื่นตาตื่นใจมากค่ะ เพราะเป็นการแสดงจากประเทศจีนที่สวยงามและอลังการ การแสดงของภูเก็ตเองก็ไม่น้อยหน้าเช่นกันค่ะ นอกจากนี้บริเวณถนนถลางก็มีงานถนนคนเดิน ที่ให้บรรยากาศย้อนยุคสุด ๆ ไปเลยค่ะ

เนื่องจากบ้านเรือนบริเวณถนนถลางยังเป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีส และในวันดังกล่าวทุกบ้านก็พร้อมใจกันเปิดบ้านให้เข้าชม นอกจากนี้ยังมีขนม ของคาว ของหวาน ที่เป็นอาหารพื้นเมือง ทำโดยคนพื้นเมืองจริง ๆ มาขายด้วยค่ะ อิอิอิ ใช้คำว่าคนพื้นเมือง…น่าตกใจไปมั้ยคะ

ก้อยอยากให้มาเดินเที่ยวกันจริง ๆ นะคะ มาลองทานเกลือเคยของคนภูเก็ต ว่ารสชาติเป็นยังไง นอกจากนี้ยังมี โอวต้าว , กะหรี่ไหมฝัน , หมี่หุ้นบะฉ่าง ฯลฯ อร่อย ๆ ทั้งนั้นค่ะ ที่สำคัญ…งานนี้สุโขสปานำผลิตภัณฑ์ไปวางขายด้วยค่ะ อย่าลืมแวะมาอุดหนุนนะเจ้าคะ…ราคาพิเศษจริง ๆ ค่ะ เฉพาะงานนี้เท่านั้น 

กำหนดจัดงาน วันที่ 31 มกราคม - 2 กุมภาพันธ์ 2552 ระหว่างเวลา 18.00 น. - 23.00 น.
สถานที่จัดงาน สวน 72 พรรษามหาราชินี ถนนถลาง ถนนกระบี่ และซอยรมณีย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

กิจกรรมภายในงาน (ทุกวัน) เวลา 19.00 น. - 23.00 น. 
- ชมการแสดงสุดยอดอุปรากรจีน นาฏศิลป์ท้องถิ่น กังฟู และระบำพื้นเมือง จาก 7 มณฑลของสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบด้วย มณฑลกวางสี  มณฑลไหหนาน มณฑลอานฮุย มณฑลซานตง(เอี้ยนไถ) มณฑลเห่ยหลงเจียง มณฑลจี๋หลิน และเขตปกครองตนเอง (มณฑล) มองโกเลียใน จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ เวทีกลาง สวน 72 พรรษามหาราชินี
- ชม Animation สถาปัตยกรรมชิโนโปรตุเกส ณ บ้านเลขที่ 63
- ชมภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในจังหวัดภูเก็ต ณ ลานชั้นบนสวน 72 พรรษามหาราชินี
- ล่องเรือกอจ๊านบริเวณริมคลองบางใหญ่ในตัวเมืองภูเก็ต
- ชมภาพถ่ายสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุเกส และการเสวนาภาษาภูเก็ตกับปราชญ์ท้องถิ่น ณ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ถนนกระบี่
- ออกร้านจำหน่ายอาหารพื้นเมือง ขนมโบราณ บริเวณริมคลองบางใหญ่ สวน 72 พรรษา มหาราชินี
- ชมการแสดงและการละเล่นต่างๆ บริเวณถนนถลาง  

หรือ คลิ๊ก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท.ภูเก็ต ค่ะ ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ททท. ด้วยค่ะ