รักเมืองไทยที่สุด

1 10 2009

เข้ามาดูหน้า Blog ว่าล่าสุดที่เข้ามา up blog คือเมื่อไหร่…ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย….มาถึงวันนี้ก็ 1 ต.ค. ค่ะ นานเหมือนกันแฮะ แต่ก้อยก็แวะเข้ามาดูบ่อย ๆ นะคะ เพียงแต่ไม่ได้เขียนอะไรใหม่ ๆ เลย เพราะวุ่นกับการเตรียมการเดินทางไปงานที่มอสโค หลังจากกลับจากมอสโค ก็วุ่นกับการเคลียร์งานอีก ยิ่งช่วงปลายเดือน – ต้นเดือน เป็นช่วงวุ่นที่สุด แบบไม่ต้องบรรยายเลยค่ะ

จากประสบการณ์การเดินทางไปทำงานที่มอสโค และมีแอบเที่ยวนิดหน่อย ก้อยบอกได้เลยว่า เมืองไทยน่าอยู่ที่สุด คนไทยก็น่ารักที่สุด เวลาไปต่างบ้านต่างเมือง จะรู้สึกรักบ้านเกิดสุด ๆ ไปเลยค่ะ เอาไว้เคลียร์งานบาง ๆ ไปบ้างแล้วจะแอบมา up blog เรื่องมอสโคนะคะ ถ่ายภาพมาเยอะเลยค่ะ เพราะคงจะไม่มีครั้งที่สองสำหรับมอสโค อิอิอิ เพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก สู้ไม่ไหวค่ะ และมองหน้าผู้คนที่นั่นแล้วทำให้ก้อยรู้สึกเครียด…ก็ สาว ๆ ที่นั่น สวย ๆ ทุกคนเลย

ว่าแล้วก็ กลับไปทำงานต่อดีกว่า ตอนนี้ Mail ที่รอส่งคงจะส่งออกหมดแล้ว ทำงานอื่นต่อได้ ที่แอบแว่บมาที่ blog เพราะส่ง mail ไว้เยอะ เครื่องทำงานหนัก ไม่สามารถทำงานอื่นได้อีก ตอนนี้คงจะเสร็จเรียบร้อยแล้ว … แล้วจะมาเล่าเรื่องไปมอสโค นะคะ…





แม่เจ้า…ช่วยลูกด้วย

14 09 2009

Jumboมองดูภาพที่ก้อยเอามาฝากแล้วนึกอยากจะอุทานบ้างมั้ยคะ

แม่เจ้า…ช่วยลูกด้วย สงสารมอเตอร์ไซต์คันน้อยบ้างมั้ยคะ สามล้อพ่วงคันนี้มีผู้โดยสาร รวมทั้งคนขับแล้ว 6 ชีวิตค่ะ ผู้หญิงคนที่นั่งหน้าอุ้มเด็กไว้อีก 1 คนค่ะ เสียดายที่เก็บภาพมาไม่ได้เพราะแบตเตอรี่หมดซะก่อน…

เป็นการใช้พลังงานที่คุ้มค่าจริง ๆ ค่ะ ขอคารวะ…. 1 จอก





ยางแบน…ทำไงดี

25 08 2009

ประสบการณ์ตรงค่ะ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานตอนเย็น ที่ลานจอดรถนี่เองค่ะ

หลังจากเสร็จจากกิจกรรม Aqua Exercise อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก้อยก็เตรียมตัวกลับบ้าน แต่พอเดินมาถึงรถที่จอดในลานจอด ก้อยก็ต้องตะลึง…อึ้ง….และต้องขยี้ตาตัวเองเพื่อความแน่ใจว่าตาไม่ฝาด…ทำไมยางล้อหน้าด้านซ้ายมันดูแปลก ๆ พอเดินไปดูใกล้ ๆ ก็ต้องถอนหายใจด้วยความเซ็ง หัวตะปูเสนอหน้าชัดเจนเชียวค่ะ….ทำไงดีล่ะ ไม่มีใครเดินผ่านมาสักคนเดียว ฝนก็กำลังจะตกซะด้วยซี…เฮ้อ…

ก้อยเปลี่ยนยางไม่เป็นหรอกค่ะ เอาของเก็บในรถให้เรียบร้อย ฝนเริ่มตกปรอย ๆ ก้อยก็มุดเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ในรถ ทำไงดี …. คิด คิด คิด ร้านเปลี่ยนยางอยู่ไหนบ้างนะ … มีเบอร์ช่างในโทรศัพท์บ้างมั้ยนะ … มีใครอยู่ใกล้ ๆ ให้เรียกตัวบ้าง … โทรฯบอกป๊ะป๋ามาจัดการให้ดีกว่า …. เชื่อมั้ยว่าก้อยคิดถึงแต่การขอความช่วยเหลือ แต่ไม่คิดช่วยตัวเองเลย เพราะก้อยรู้ตัวเองว่าเปลี่ยนยางไม่เป็น แต่ก่อนที่ก้อยจะตัดสินใจทำอะไรก็มีโทรศัพท์จากเพื่อนที่นัดไว้ พอรู้ว่าก้อยกำลังเจอปัญหาอะไรถึงได้ผิดเวลานัด แทนที่จะคุณเธอจะอาสามาช่วยจัดการให้นะ กลับบอกให้ก้อยไปดูที่หลังรถและหาว่าขวดเติมลมยางฉุกเฉินน่ะอยู่ที่ไหน ให้เอามาใช้ได้เลย….

ฉุกเฉิน1

นั่นดิ…ทำไมก้อยคิดไม่ถึงนะ ก้อยซื้อติดรถไว้นานแล้วล่ะค่ะ นานจนลืม ไม่คิดว่าจะได้ใช้ วิธีการใช้ก็ไม่ยากเลยค่ะ ง่ายมั่ก ๆ เอาขวดมาเขย่า ๆ ๆ ๆ ๆ แล้วก็เปิดที่ปิดยางรถยนต์ เอาหัวสีดำ ๆ ของขวดฉุกเฉินหมุนเข้ากับที่เติมลมของรถยนต์ แล้วก็กดที่หัวด้านบนของขวด จะมีฟองขาว ๆ ไหลลงไปตามท่อ เหมือนโฟมใส่ผมอ่ะค่ะ กดไปเรื่อย ๆ นะคะ สังเกตดูที่ยางแบนแต๊ดแต๋ตะกี้ จะค่อย ๆ มีลมเข้าไป ยางก็จะเป่งขึ้น จนอยู่ในสภาพเกือบปกติ 100% ให้กดไปเรื่อย ๆ จนกว่าลมที่อัดไว้ในกระป๋องจะหมดค่ะ เรียบร้อยแล้วก็หมุนจุกออก จะมีฟองสีขาวไหลออกมาเล็กน้อย ไม่ต้องตกใจค่ะ อย่าลืมปิดจุกลมยางให้เรียบร้อยนะคะ ส่วนตะปูตัวนั้นก็ไม่ต้องสนใจ ปล่อยไว้นั่นแหละค่ะ พรุ่งนี้มีเวลาค่อยเอาไปให้ช่างมืออาชีพจัดการ…เฮ้อ…

เห็นประโยชน์แล้ว อย่าลืมหาซื้อติดรถไว้นะคะสาว ๆ ทั้งหลาย

ฉุกเฉิน2





ดอกมะลิจากรังไหม

25 08 2009

K.B2

ภาพประทับใจจากการจัดกิจกรรมวันแม่ที่สุโขสปา ในวันที่ 12 สิงหาคม ที่ผ่านมาค่ะ

กว่าน้องเค้าจะแปรสภาพจากรังไหม ให้กลายมาเป็นช่อดอกมะลิแสนสวยให้คุณแม่ ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงเชียวนะคะ…เป็นอะไรที่น่าประทับใจมากค่ะ เพราะคุณแม่ก็จะคอยลุ้นอยู่ข้าง ๆ ว่าคุณลูกจะทำออกมาในสภาพไหน ยิ่งเป็นลูกผู้ชายด้วยแล้ว…และยิ่งเป็นครั้งแรกของการทำ….ก้อยเองก็ซาบซึ้งใจกับภาพที่เห็นค่ะ

และก้อยก็แอบทำของตัวเองสำหรับไปมอบให้คุณแม่สุดเลิฟด้วยค่ะ ถ้าใครจะลองทำด้วยตัวเองไม่ยากเลยค่ะ ง่ายมั่ก ๆ อิอิอิ

 

Silk1

อุปกรณ์ที่จำเป็นคือ รังไหม , กรรไกร , กาว , เข็มหมุด , คัตตอนบัด , ลวด , ใบไม้ประดิษฐ์ , ฟลอร่าเทป และที่ขาดไม่ได้คือเข็มกลัด หรือ เข็มซ่อนปลายค่ะ

เริ่มแรกเลยนะคะ เราก็นำรังไหมมาตัดส่วนหัวที่เปิดออกเก็บไว้ และก็ตัดรังไหมให้เป็นรูปกรวย ใช้กรรไกรตัดแบ่งรังไหมออกเป็นกลีบ 5 กลีบค่ะ ตัดให้ปลายมน ๆ นะคะ หลังจากนั้นก็ใช้เข็มหมุดช่วยแยกรังไหมออกเป็นชั้น ๆ ถ้าหนามากก็จะแยกได้ 3 – 4 ชั้น แต่โดยทั่วไปก็จะแยกออกเป็น 2 ชั้น ซึ่งเราก็จะได้กลีบดอกมา 2 ชั้นแล้วค่ะ เราก็ตัดแบ่งตามจำนวนที่เราต้องการ

Silk2Silk3

มาถึงขั้นตอนการเข้าดอก ก็ไม่ยากอีกเช่นกันค่ะ ตัดหัวสำลีของคัตตอนบัด แล้วก็เสียบด้วยลวดเป็นก้านดอก หลังจากนั้นใช้ส่วนหัวของรังไหมที่เราตัดไว้มาทำเป็นกลีบใน ใช้ 3 กลีบค่ะ ติดด้วยกาวที่เตรียมไว้ และก็ตามมาด้วยกลีบดอกที่เตรียมไว้แล้ว จะจัดซ้อนกี่ชั้นก็แล้วแต่ความชอบนะคะ แต่ชั้นนอกสุด ให้เรากลับด้านของกลีบรังไหม ให้ดูเหมือนว่ากำลังแย้มบาน อย่าลืมใช้กาวช่วยในการยึดติดนะคะ หลังจากนั้นก็นำดอกมารวมกันเป็นช่อ และก็ใส่ใบประดิษฐ์ตามความเหมาะสม แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ … อย่าลืมเข็มกลัดนะคะ

เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ …ขอขอบพระคุณบรรดาอาจารย์ทุก ๆ ท่านนะเจ้าคะ ที่ช่วยสั่งช่วยสอน จนดอกไม้ออกมาเป็นรูปเป็นร่าง..

Silk5

 

Silk4Silk6





คิดถึงวันฟ้าใส

5 08 2009

ฟ้าใส1ช่วงนี้ที่ภูเก็ตฝนตกเกือบจะทุกวัน และก็ตกวันละหลายรอบ วันที่ฝนไม่ตกก็ฟ้าหม่นมัว ไม่สดใสเลยค่ะ ลูกค้าที่มาเล่นโยคะก็ลดลง พอถามว่าทำไมไม่มาเล่นโยคะ…คำตอบที่ได้รับคือ ฝนตก ก็เลยขี้เกียจเดินทาง… บางคนก็บอกว่าอากาศน่านอนมากกว่า…อิอิอิ ความเห็นนี้ใกล้เคียงกับก้อยมากเลย

ฟ้าใส2

เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาก้อยยังออกไปจ๊ะจ๋ากับฟ้าใสที่เขื่อนบางวาดอยู่เลย มีรูปมาให้ดูด้วยค่ะ

ฟ้าใส3เขื่อนบางวาด เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ก้อยจะไปพักผ่อน คนอื่น ๆ อาจจะไปออกกำลังกาย ไปดูระดับน้ำในเขื่อนว่าลดลงมากรึป่าว แต่สำหรับก้อยคือการไปพักผ่อนจริง ๆ ค่ะ ก้อยชอบนั่งดูน้ำ ดูผู้คนทำกิจกรรมหลากหลาย สลับกับการอ่านหนังสือเล่มโปรด และ ข้าวเหนียวหมูปิ้งแสนอร่อยค่ะ ใครที่ไม่เคยไปชื่นชมบรรยากาศผ่อนคลาย และสูดอากาศบริสุทธิ์ที่เขื่อนบางวาด ต้องไม่พลาดที่จะลองไปดูสักครั้ง…แล้วคุณจะติดใจ

กิจกรรมสุดฮิตที่เขื่อนบางวาด น่าจะเป็นการวิ่งออกกำลังกายรอบเขื่อนค่ะ ตามมาด้วยปั่นจักรยานรอบเขื่อนสัก 3-4 รอบ ต่อมาก็เป็นการเดินออกกำลังกายเบา ๆ บริเวณสันเขื่อน ซึ่งมีการเดินหลายแบบมากค่ะ และส่วนมากจะมีเพื่อนร่วมเดินเป็นเจ้าสี่ขาหลากหลายสายพันธุ์ ใครที่ชอบดูโน่น นี่ นั่น แบบก้อย ก็จะมีอะไรต่อมิอะไรให้ดูมากมายค่ะ

ฟ้าใส4ภาพที่ก้อยชอบมาก ๆ อีกภาพ คือ ภาพครอบครัว ซึ่งมีเข้ามาในสายตาหลากหลายรูปแบบค่ะ แต่ช่วงนี้อากาศไม่เป็นใจ คงต้องห่างหายจากเขื่อนบางวาดสักระยะ และก็หากิจกรรมอื่น ๆ ทำ เพื่อความหลากหลายของชีวิตค่ะ ไม่ต้องแปลกใจนะคะถ้าก้อยจะน้ำหนักเพิ่มขึ้น เพราะไม่อยากออกนอกบ้านก้อยก็เลยหันมาสนุกกับการทำอาหารแทน อิอิอิ

ฟ้าใส5

ฟ้าใส6





ราตรีนี้สีแดงจ้า

7 07 2009

red4มา update ภาพงาน Phuket Fashion Week 2009 กันต่อค่ะ แม้ว่างานจะจบไปเรียบร้อยแล้ว…ก้อยกับน้อง ๆ ได้ใบสั่งให้ไปร่วมงานในวันเปิดงาน ซึ่งจัดที่โรงแรมค่ะ มีงานเลี้ยงเล็ก ๆ แต่ดูหรู จากการตกแต่งสถานที่ และหน้าตาของอาหารค่ะ 

Red1

ดูจากหน้าตาอาหารแล้ว ต้องขอการันตีว่ารสชาติไม่ด้อยไปกว่าหน้าตาเลยค่ะ

red3โดยเฉพาะบลูเบอรี่เค้ก ที่นุ่มลิ้นมาก ๆ ๆ ๆ น้องออมติดใจจนต้องขอมาชิมเพิ่ม อิอิอิ ซึ่งได้รับการสนองตอบอย่างรวดเร็วทันใจ

red2พร้อมของว่างแสนอร่อย ต้องขอขอบคุณเชฟสุดหล่อที่อำนวยความสะดวกให้มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

red5Theme ของวันนี้คือสีแดงค่ะ ไม่ต้องตกใจนะคะว่าจะมีการรวมตัวเรียกร้องอะไร… เสร็จเรียบร้อยจากกิจกรรมชิมอาหารและขนมหวาน และการเปิดงานเรียบร้อย เราก็ย้ายตัวเองไปที่เวทีน้ำพุ ที่ศูนย์การค้าจังซีลอนกันค่ะ ซึ่งเหล่าบรรดานายแบบ นางแบบ พร้อมแล้วที่จะเฉิดฉายบนเวทีน้ำพุ ซึ่งภาพที่ปรากฏก็สวยงามตระการตาค่ะ แต่ก้อยดูได้ไม่นานก็ง่วงแล้วล่ะค่ะ น้อง ๆ อีก 2 คน ก็ไม่ว่าอะไร มาด้วยกัน กลับด้วยกัน ลูกสุพรรณ ….

red6

red7





White Box @ Patong Phuket

27 06 2009

White box 1ข่าวคราวของงาน Phuket Fashion Week 2009 ค่อนข้างจะเป็นที่สนใจของสื่อพอสมควรค่ะ งานมีช่วงวันที่ 24-30 มิ.ย. ที่จังซีลอน ป่าตอง ค่ะ ในงานมีการแสดงแฟชั่นโชว์ ของบรรดานายแบบ นางแบบ ทั้งไทยและเทศ  และคอนเสิร์ตของนักร้องชื่อดังมากมายค่ะ ใครที่สนใจก็ไปชมกันได้นะคะ

White box 2

สำหรับก้อยเองต้องบอกก่อนเลยว่าไม่มีความสนใจในเรื่องพวกนี้เลยค่ะ แต่งานนี้สุโขสปาเป็นสปอนเซอร์ของงานด้วยส่วนหนึ่งค่ะ จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีข่าวคราวมา update เป็นประจำ และล่าสุดก้อยก็ได้ใบสั่งให้ไปร่วมงานปาร์ตี้ก่อนการแสดงแฟชั่นโชว์ที่ White Box @ Patong Phuket คืนวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่ง Theme ของงานนี้คือ White , White & White ค่ะ

White box 3และก็อย่างภาพที่เห็นค่ะ สาว สาว สาว ในชุดขาว ที่บอกไปคงไม่เชื่อว่าไม่อยากไปเลยค่ะ หลังเลิกงานแล้วอยากพักสบาย ๆ ที่บ้านมากกว่า แต่ในเมื่อเป็นใบสั่งมาเราก็ต้องทำตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับคนที่ชอบงานสังคม ก้อยว่าบรรยากาศที่ไวท์บ็อกซ์ก็เป็นอะไรที่สบาย ๆ นะคะ น่านั่งค่ะ บรรยากาศยามเย็นเหมาะกับการกินลมชมวิว ฟังเสียงคลื่น พนักงานอัธยาศัยดีทุกคนค่ะ ที่สำคัญอาหารและเครื่องดื่มราคาไม่แพงอย่างที่คิดค่ะ…

White box 4

White box 5

White box 6

White box 7





ชีวิตคือการทดลองและเรียนรู้

22 06 2009

มีใครไม่เคยทำอะไรผิด…พลาด…ในชีวิตบ้างมั้ยคะ

ถ้ามีนะ…ก้อยอยากทำความรู้จักจังเลยค่ะ

ก้อยเองทำผิด ทำพลาด มาเยอะแยะมากมาย แต่ก้อยไม่เสียใจนะคะ เพราะก่อนที่จะทำก้อยคิดดีแล้ว แต่ก้อยอาจจะพลาดที่คิดผิด…แต่ก็…นะ…ก้อยก็ไม่คิดว่าความถูกต้องของทุกคนจะตั้งอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน…มันก็เป็นซะอย่างนี้คนเรา

ถ้าทุกคนคิดเหมือนกันหมดทุกเรื่อง โลกคงน่าเบื่อ ไม่มีอะไรให้ประหลาดใจ สำหรับก้อยแล้วความแตกต่างเป็นอะไรที่ท้าทาย น่าศึกษา คนที่คิดต่างจากเราไม่ใช่คนผิด เพราะในความคิดของเขาเราอาจจะเป็นคนผิดก็ได้ที่คิดต่างจากเขา

ก้อยมีเพื่อนสนิทที่มีความคิดค่อนข้างกบฏ คือคิดต่างจากคนปกติทั่วไปค่อนข้างมาก บางเรื่องก็เป็นเรื่องขำ ๆ แต่กับบางเรื่องก้อยก็ขำไม่ออก … ถึงอย่างไรการได้คุยกับคนที่คิดแตกต่าง ก็ทำให้มุมมองของเรากว้างขึ้น และใส่ใจกับรอบ ๆ ตัวมากขึ้น

วันก่อนเราคุยกันเรื่องทุเรียน…ซึ่งตอนนี้ทุเรียนกำลังเป็นผลไม้ยอดนิยมของคนที่ชื่นชอบ แต่ไม่ใช่ก้อยแน่นอน…การเปิดทุเรียนอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับหลาย ๆ คน แต่สำหรับก้อยแล้วไม่ยาก เพราะก้อยต้องช่วยที่บ้านแกะทุเรียนตั้งแต่เด็ก ๆ เห็นวิธีการเปิดจนสามารถเปิดได้เองไม่ยาก แต่สำหรับเพื่อนก้อยการเปิดทุเรียนเป็นสิ่งที่เขาในวัยเด็กไม่เคยเห็นมาก่อน ในวันที่ทุกคนไม่อยู่บ้าน มีแต่เขากับทุเรียน 1 ลูก เขาอยากกินแต่เปิดไม่เป็น เด็กคนนั้นทำไง…คุณรู้มั้ยคะ

เขาใช้ความพยายามในการเหลาหนามทุเรียนออกจนเกลี้ยง ก่อนจะเปิดทุเรียนกินอย่างเอร็ดอร่อย กินให้สมกับความยากลำบาก….





พ่อของฉัน

22 06 2009

เขียนถึงแม่แล้วไม่เขียนถึงป๋า เดี๋ยวน้องชายตัวดีผ่านมาเจอก็เอาไปฟ้องอีก… เฮ้อ…

ป๋าก้อยเป็นคนง่ายๆ เป็นผู้ชายที่ใจดีที่สุด และรักก้อยที่สุด … จำไม่ได้แล้วล่ะ ที่ใครบางคนเคยบอกกับก้อยว่า”รัก” และก้อยก็ถามกลับไปว่ารักก้อยได้มากเท่าที่ป๋ารักก้อยรึป่าว…

และ…จนถึงวันนี้ ก้อยก็ยังไม่เจอผู้ชายที่รักก้อยมากเท่าที่ป๋ารักก้อย และก็ยังไม่เจอผู้ชายที่ก้อยจะรักได้มากเท่าที่ก้อยรักป๋า…

ป๋าสอนให้ก้อยรู้จักโลก รู้จักชีวิต ตอนเด็ก ๆ ก้อยรักและใกล้ชิดป๋ามาก แต่พอจบ ม. 6 ต้องไปเรียนที่ปัตตานี เราก็ค่อย ๆ ห่างกัน ก้อยก็เริ่มโตขึ้น มีโลกส่วนตัวมากขึ้น เรียนจบกลับมาก็เริ่มทำงานทันที ช่วงเวลาที่มีความสุขในวัยเด็กหายไปตั้งแต่ย่างก้าวออกจากบ้าน

ป๋าเป็นคนสู้งานหนักทุกประเภท วันว่าง ๆ ป๋ามักจะคุยให้ลูก ๆ ฟังถึงงานต่าง ๆ ที่ป๋าเคยทำอย่างยากลำบาก ชีวิตของป๋าไม่ใช่เรื่องง่าย ชีวิตของป๋าสอนให้ก้อยรู้ค่าของเงิน และเกียรติของงาน ป๋าบอกว่างานหนักแค่ไหนก็ไม่ทำให้ถึงกับตายหรอก ยังมีเรี่ยวแรงก็ทำงานเก็บเงินเอาไว้ อย่าฟุ่มเฟือยให้มากนัก อย่าประมาทกับชีวิต เพราะป๋าไม่สามารถอยู่เป็นหลักให้ก้อยได้ตลอดไป

สำหรับป๋า วันทำงานก็คือวันทำงาน ถ้าป๋าเจอก้อยหยุดงานในวันทำงาน ป๋าจะเป็นยิ่งกว่าฝ่ายบุคคลของออฟฟิศซะอีก จะต้องซักก้อยละเอียดยิบ ทำไมไม่ไปทำงาน หยุดทำไม หยุดไปไหน เจ้านายไม่ว่าอะไรเหรอ … ป๋าไม่รู้เรื่องการลากิจไม่รับเงิน , ลาพักร้อน , ลาประเพณี ฯลฯ หรอกค่ะ ก้อยต้องใช้เวลาอธิบายนาน กว่าป๋าจะยอมเข้าใจว่าคนทำงานทุกคนมีวันหยุดที่สามารถหยุดได้ โดยที่หัวหน้างานเป็นผู้อนุมัติให้หยุด …

ก้อยไม่ค่อยมีมุมขำ ๆ ของป๋าสักเท่าไหร่ ป๋าชอบทำดุ ทั้ง ๆ ที่เนื้อแท้แล้วเป็นคนใจดีมาก และป๋ากับก้อยก็จะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยทันทีที่เราต้องการแกล้งแม่…อิอิอิ

ตอนนี้ป๋ากะแม่ มีความสุขกับหลานนอกไส้ 2 หน่อ ที่ชวนกันออกกำลังกายตอนเย็น บางวันก็ชวนทะเลาะกันแก้เหงา สำหรับก้อยแล้วน้องฟรอยด์กะน้องเฟรม เป็นยาอายุวัฒนะขนานเอกของป๋ากะแม่เลยล่ะ แม้ว่าทั้ง 2 คนจะบ่นว่าความไม่เอาไหนของหลาน ๆ แต่ก้อยก็รู้ว่าหลานทั้ง 2 คน ทำให้เค้าไม่เหงา และชีวิตมีเรื่องใหม่ ๆ เข้ามาเสมอ





แม่ของฉัน

22 06 2009

พูดถึงครอบครัวแล้วก็อดที่จะพูดถึงหม่ามี๊ไม่ได้

หม่ามี๊ก้อยเป็นลูกคนจีนค่ะ ก้อยมีอาก๋ง กะ อาม่า แต่ก้อยถูกสอนให้เรียกหม่ามี๊ว่า “แม่” ส่วนป๊ะป๋าน่ะเหรอ เป็นลูกคนไทยค่ะ ก้อยมีปู่ กะ ย่า แต่ก้อยถูกสอนให้เรียกป๊ะป๋าว่า “ป๋า” มันสลับกันยังไงไม่รู้เนอะ ตอนเรียนหนังสือ เพื่อน ๆ เข้าใจว่าก้อยมีพ่อเป็นคนจีน มีแม่เป็นคนไทย ก็คำเรียกมันบ่งบอกว่าควรจะเป็นเช่นนั้น … ซึ่ง…ไม่ใช่อย่างที่คิดเลยค่ะ

แม่มีเรื่องให้ก้อยขำได้ตลอดเวลา ขำด้วยความรักนะคะ ด้วยความสัตย์จริง เพราะความที่แม่ชอบพูดภาษากลาง หรือพูดสำเนียงกรุงเทพฯ กับเพื่อน ๆ ของลูก หรือพูดภาษากลางกับหลาน ๆ ทั้ง ๆ ที่แม่เป็นคนใต้ และพูดใต้เป็นหลัก จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่แม่มักจะมีคำแปลก ๆ ให้คู่สนทนาได้อึ้ง …ตะลึง … และ ทำไม่ถูก แต่ทุกคนก็แค่ขำ ๆ ไม่ถือสาค่ะ

นอกจากนี้แม่ยังสับสนเรื่องการใช้คำ ที่ก้อยกับป๋าจะสนุกสนานกับการจับผิด และนำมาล้อเลียนกันสนุกสนาน บางครั้งก็เถียงกันหน้าดำหน้าแดง เพราะแม่ก็ไม่ยอมรับว่าตัวเองพูดผิด กว่าจะลงเอย หรือทำความเข้าใจกับแม่ได้ว่าที่ถูกต้องแล้วควรจะพูดว่าไง ก็เหนื่อยเหมือนกันค่ะ แต่เรื่องพวกนี้ไม่ทำให้แม่สุดที่รักของก้อยเสียความมั่นใจหรอกค่ะ

ยังค่ะ..ยังไม่หมด เรื่องนินทาแม่น่ะมีเยอะ แม่ก้อยน่ะเที่ยวเก่ง ก๊วนเที่ยวก็ไม่มีใครหรอกค่ะ ก็บรรดาอาอี๊ พี่สาว น้องสาว ของแม่นั่นแหละค่ะ และทั้งก๊วนก็มีความสามารถพิเศษเหมือนกันคือ ความสามารถในการลืม… อย่าได้หวังพึ่งพาเรื่องเส้นทาง ต่อให้ไปมาแล้ว 3-4 ครั้ง แม่ก้อยก็จำไม่ได้ พาหลงตลอด เอาง่าย ๆ แค่ออกจากโรงแรมที่พักตอนเช้า ตอนเย็นแม่ก็กลับไม่ถูกแล้ว…และก็เป็นเหมือนกันทั้งกลุ่มซะด้วย…ภาระนี้จึงตกอยู่ที่ป๋า ซึ่งบางครั้งก็พลาด เวลาเค้าไปเที่ยวไหนกันมา กลับมาถึงบ้านต้องมีเรื่องเล่าว่าหลงไปโน่น หลงไปนี่ เป็นเรื่องประจำค่ะ อิอิอิ

วันนี้แม่ก็มีเรื่องมาเล่าให้ก้อยได้ขำกลิ้ง…เริ่มเรื่องก็บอกว่าเมื่อวานป๋าโดนผึ้งต่อยหลายตัว แต่ไม่ยอมไปหาหมอ พอตกกลางคืนก็ปวดจนนอนไม่หลับ แต่ป๋ารู้ตัวดีว่าอาการไม่น่าเป็นห่วง จึงไม่ได้โทรฯ ตามให้ก้อยรับไปหาหมอ ซึ่งพอก้อยรู้เรื่องก็ตกใจ เพราะป๋าเป็นทั้งเบาหวาน , ความดัน , ไขมัน ฯลฯ แต่แม่ว่าไงรู้มั้ยคะ…แม่บอกว่า ป๋าไม่เป็นไรแล้วล่ะ โรคต่าง ๆ ก็คงจะหายไปด้วย เพราะวันก่อนแม่กะป๋าดูโทรทัศน์ หนังจีนเค้าใช้เหล็กไนของผึ้งดูดพิษรักษาโรค นี่ป๋าโดนผึ้งต่อยไปตั้งหลายตัว โรคต่าง ๆ ต้องหายแน่นอน …. อิอิอิ