Posts Tagged ‘โยเกิร์ต’

โยเกิร์ต ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง

พฤศจิกายน 6, 2008

พูดถึงโยเกิร์ตมาก็หลายครั้งแล้วนะคะ ไม่ว่าจะใช้เป็นตัวเอกในการบำรุงความงาม หรือเป็นอาหารที่มากคุณค่า วันนี้ขออนุญาตกูรูทั้งหลายแนะนำวิธีการทำโยเกิร์ตด้วยตัวเองดีกว่าค่ะ

เริ่มจาก นำนมสดรสจืด 1 ลิตรต้มด้วยไฟปานกลาง (ในภาชนะที่ล้างสะอาดและเช็ดให้แห้ง : การเช็ดให้แห้งสำคัญมากนะคะ ห้ามลืมเด็ดขาด) พอเดือดอ่อน ๆทิ้งไว้จนนมลดอุณหภูมิลงเหลือประมาณ 40 องศาเซลเซียส เติมโยเกิร์ตรสธรรมชาติลงไปประมาณ 1 ถ้วย คนให้เข้ากัน แล้วเทแบ่งใส่ภาชนะที่มีฝาปิด วางทิ้งไว้นอกตู้เย็น 1 คืน ลองชิมดู ถ้ายังไม่เปรี้ยวอาจทิ้งไว้อีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนได้รสที่ต้องการจึงนำเข้าแช่ตู้เย็น เวลาจะกินใส่ผลไม้หรือธัญพืชที่ชอบลงไป คนให้เป็นเนื้อเดียวกัน โยเกิร์ตที่ได้นี้เก็บไว้ในตู้เย็นได้ 2-3 วัน และเก็บไว้เป็นหัวเชื้อในครั้งต่อไปได้

ไม่ยากอย่างที่คิดใช่มั้ยคะ…อย่าลืมนำไปลองทำทานเองที่บ้านนะคะ

แถม…Mango Lassi…เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของชาวอินเดีย มีส่วนผสมหลักคือโยเกิร์ตและผลไม้ชนิดที่ชอบ ในสูตรนี้สามารถปรับเปลี่ยนเป็นสับปะรด กล้วย หรือ ลิ้นจี่ได้

ส่วนผสม

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ                        2  ถ้วย

มะม่วงสุก                                      1  ผล

น้ำแข็ง                                          1 แก้ว

วิธีทำ

ปั่นส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ดื่มขณะเย็น ถ้าชอบหวานเติมน้ำผึ้งหรือเฮลส์บลูบอย แต่ถ้าชอบรสเปรี้ยว เพิ่มมะนาวได้ตามชอบ

โยเกิร์ตมีดีอย่างไร

พฤศจิกายน 6, 2008

การกินโยเกิร์ตให้โปรตีนและแคลเซียมปริมาณสูงกว่านม เพราะกรดแล็กติกในโยเกิร์ตจะย่อยแคลเซียมในนม ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินและแร่ธาตุอื่น ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสารอาหารที่ร่างกายต้องการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง

ข้อมูลโภชนาการจาก www.whfoods.org ระบุว่า ในโยเกิร์ตชนิดไขมันต่ำ 1 ถ้วย มีสารอาหารมากถึง 11 ชนิด ได้แก่ ไอโอดีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 2  โปรตีน วิตามินบี 12 ทริปโทฟาน โพแทสเซียม โมลิปดีนัม สังกะสี และวิตามินบี 5 จึงไม่น่าแปลกใจที่โยเกิร์ตจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชาวบัลแกเรียอายุยืน และจากผลวิจัยยังพบอีกว่าโยเกิร์ตมีประโยชน์ดังต่อไปนี้

  • โยเกิร์ตมีแคลเซียมสูง และแคลเซียมมีบทบาทในการป้องกันโรคกระดูกพรุน ความดันโลหิตสูง มะเร็งในลำไส้ใหญ่ ช่วยในการลดน้ำหนัก เพิ่มการเผาผลาญไขมัน
  • นักวิจัยชาวอิสราเอลยังพบว่า เชื้อแล็กโตบาซิลลัสในโยเกิร์ตช่วยลดการอักเสบของลำไส้และไขข้อ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ดีในโยเกิร์ตช่วยยับยั้งการเจริญของเชื้อรา “เฮลิโคแบคเตอร์เอชไพโลไร” ที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะ
  • กรดไขมันคอนจูเกตเต็ดไลโนเลอิกในโยเกิร์ต ป้องกันโรคหัวใจได้
  • งานวิจัยยังพบว่า การรับประทานโยเกิร์ตะวันละ 2-5 ถ้วย ช่วยลดระดับ “แก๊ซไฮโดรเจนซัลไฟด์” ที่ทำให้ลมหายใจมีกลิ่นและลดความเสี่ยงโรคเหงือก
  • โยเกิร์ตมีแบคทีเรียที่มีชีวิต ช่วยให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินบีและวิตามินเคในลำไส้ จากงานวิจัยพบว่า การบริโภคโยเกิร์ตที่มีแบคทีเรียที่ยังมีชีวิตอยู่ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานให้ร่างกาย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
  • ผู้หญิงที่ติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอดบ่อย ๆ เมื่อกินโยเกิร์ตวันละ 8 ออนซ์ เป็นเวลา 6 เดือน การติดเชื้อจะลดลงถึง 3 เท่า

มีข้อดีมากมายขนาดนี้ไม่กินไม่ได้แล้วล่ะค่ะ

“โยเกิร์ต” อาหารยืดอายุ

พฤศจิกายน 6, 2008

มีใครไม่รู้จัก “โยเกิร์ต” บ้างคะ..ยกมือขึ้น

ยุดนี้สมัยนี้ใคร ๆ ก็รู้จักโยเกิร์ตกันทั้งนั้น เพราะมีวางขายในร้านค้าเกือบจะทุกร้านที่มีตู้แช่ และในโทรทัศน์ก็มีโฆษณาให้เกลื่อนไปหมด โดยเฉพาะการอ้างอิงถึงชาวบัลแกเรีย ที่ขึ้นชื่อว่ามีอายุยืนยาวและสุขภาพแข็งแรง นิยมรับประทานโยเกิร์ต ในชีวิตประจำวัน จึงทำให้เกิดความเชื่อว่า โยเกิร์ตจะต้องอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และเป็นอาหารยืดอายุได้…น่าสนใจใช่มั้ยคะ เรามาติดตามกันต่อดีกว่าค่ะ

“โยเกิร์ต” ผู้ช่วยระบบย่อย

โยเกิร์ตทำมาจากนมที่หมักโดยการเติมเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีที่จัดอยู่ในจำพวก “โพรไบโอติก” ซึ่งจะเปลี่ยนน้ำตาลในนม (แล็กโทส) เป็นกรดแล็กติก นมจึงเปลี่ยนสภาพเป็นกึ่งเหลวกึ่งข้น มีรสเปรี้ยวคล้ายนมบูด การกินโยเกิร์ตมีส่วนช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ชนิดดีให้ระบบลำไส้ได้

ระบบลำไส้ของคนเรามีเชื้อจุลินทรีย์อยู่ 2 ชนิด คือ “ชนิดดี” และ “ชนิดไม่ดี” หากในลำไส้มีจุลินทรีย์ชนิดไม่ดีเยอะ ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายจะมีปัญหา เช่น ท้องเสีย ท้องผูก อาหารไม่ย่อย แต่ถ้าเรามีจุลินทรีย์ชนิดดีอยู่ มันจะยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี และเพิ่มภูมิต้านทานให้ระบบย่อย จุลินทรีย์ชนิดดีสามารถย่อยน้ำตาลในนมได้ คนที่แพ้นมเพราะขาดเอนไซม์แล็กโทสจึงหมดปัญหาท้องเสียหรือปวดท้องเมื่อกินโยเกิร์ต เพราะน้ำตาลแล็กโทสในนมถูกเชื้อแล็กโตบาซิลลัสเปลี่ยนเป็นกรดแล็กติกที่ย่อยง่าย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยระบุว่า จุลินทรีย์ชนิดดีป้องกันการติดเชื้อ คนที่ถ่ายท้องจึงกินโยเกิร์ตเพื่อช่วยลดอาการท้องเดินได้

Spa@home

พฤศจิกายน 5, 2008

วันนี้อ่านเจอเคล็ดลับดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอ โดยมีโยเกิร์ตเป็นผู้ช่วยมือหนึ่ง และสามารถทำได้เองง่าย ๆ ที่บ้าน เลยนำมาฝากค่ะ

  • สครับผิวสวย

โยเกิร์ตสด + เม็ดอัลมอนด์บดละเอียด + เกลือขัดผิว : ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันแล้วทาทั่วผิวกาย ขัดเบา ๆ เกลือและเม็ดอัลมอนด์จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออก น้ำมันเม็ดอัลมอนด์คืนความชุ่มชื้นสู่ผิว ส่วนโยเกิร์ตช่วยให้ผิวนุ่มเนียน ลดการเสียดสี ผิวจึงไม่แสบหรือระคายเคือง หลังขัดทิ้งไว้สักพักค่อยล้างออก

  • มาสก์ผิวเนียนใส

โยเกิร์ตสด + แตงกวาสับ : ผสมโยเกิร์ตกับแตงกวาในสัดส่วนที่เท่ากัน พอกผิวให้ทั่ว ทิ้งไว้จนโยเกิร์ตแห้งจึงล้างออก ผิวจะนุ่มเนียนใส ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าและผิวกายหลังออกแดด บรรเทาผิวแสบไหม้ได้ เพราะส่วนผสมทั้งสองอย่างให้ความเย็นและคืนความชุ่มชื่นแก่ผิว

  • ครีมหมักผมนุ่มสลวย

โยเกิร์ตสด + น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ + รำข้าว : นำรำข้าวมาห่อผ้าขาวบางแช่ในน้ำอุ่นสักครู่ แล้วใช้น้ำรำข้าวที่ได้มาผสมกับโยเกิร์ตและน้ำมันมะกอก จะได้ครีมหมักผมสูตรทำเองง่าย ๆ น้ำรำข้าวช่วยให้ผมเงางาม น้ำมันมะกอกคืนความชุ่มชื้น และโยเกิร์ตช่วยให้ผมมีน้ำหนัก

 ง่าย ๆ ใช้มั้ยคะ แต่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมุนไพรไทย ก้อยขออนุญาตแนะนำให้แวะมาทดลองสินค้าที่ร้านค้าของสุโขสปาค่ะ เพราะเรามีทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า ผิวกาย และดูแลเป็นพิเศษสำหรับเท้าคู่เก่ง และมือคู่ขยันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตัวสครับ (ขัด) ตัวมาส์ก (พอก) และโลชั่นบำรุงหลังการขัดและพอกด้วยค่ะ ทุกอย่างบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกต่อการใช้และการเก็บ … อย่ารีรอนะคะ แวะเข้ามาพูดคุย มาสอบถามได้ทุกวันค่ะ ตั้งแต่ 10 โมงเช้า – 4 ทุ่ม … เรื่องราคาเหรอคะ ไม่แพงอย่างที่คิดค่ะ ราคาเริ่มต้นที่ 150.-บาท ค่ะ

product1

5 Superfoods ของคนวัยทอง

มิถุนายน 25, 2008

ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้หญิงวัยทอง ควรรับประทานซูเปอร์ฟู้ดส์ 5 ชนิด ต่อไปนี้อยู่เป็นประจำ

  • 1. เต้าหู้ โปรตีนสูงจากถั่วเหลืองใช้แทนเนื้อสัตว์ได้ดี โปรตีนถั่วเหลืองช่วยลดคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีสารไฟโตเอสโทรเจน ป้องกันมะเร็ง กระดูกพรุน และลดอาการของหญิงวัยหมดประจำเดือน เช่น ร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน เป็นต้น (เต้าหู้ 1 ถ้วยตวงให้พลังงานประมาณ 180 กิโลแคลอรี)
  • 2. ถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วเขียว ฯลฯ บรรดาถั่วเมล็ดแห้งมีใยอาหารสูงมาก โดยเฉพาะใยอาหารชนิดละลายน้ำ มีรายงานการวิจัยว่าใยอาหารช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และผนังลำไส้โป่งพอง ผู้หญิงควรได้รับใยอาหารประมาณวันละ 30 กรัม ที่สำคัญถั่วประเภทนี้มีแมกนีเซียมสูง โดยเฉพาะถั่วดำ ถั่วดำสุก 1 ถ้วยตวง ให้แมกนีเซียม 120 มิลลิกรัม จากความต้องการ 320 มิลลิกรัมต่อวัน
  • 3. บลูเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์แอนติอกซิแดนท์อยู่ในอันดับต้น ๆ งานวิจัยล่าสุดรายงานว่าอาจช่วยลดความจำเสื่อมระยะสั้น โดยบลูเบอร์รี่สด ½ ถ้วยตวง ให้พลังงานเพียง 40 กิโลแคลอรี
  • 4. โยเกิร์ต มีไขมันต่ำ แต่มีแคลเซียมและโพแทสเซียมสูงกว่านม แคลเซียมและโพแทสเซียมช่วยลดความดันโลหิต แคลเซียมช่วยป้องกันกระดูกพรุนและลดน้ำหนัก นอกจากนี้ในโยเกิร์ตยังประกอบไปด้วยจุลินทรีย์ชนิดดี คือ แล็กโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร ป้องกันการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ
  • 5. อะโวคาโด ประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี และมีไขมันชนิดดี คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว ในปริมาณมากเช่นเดียวกับน้ำมันมะกอก ช่วยให้ผมและผิวมีสุขภาพดี

…..จาก Health&Cuisine เช่นกันค่ะ ก้อยเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย ไม่ต้องจริงจังมากนักก็ได้ค่ะ ขอแค่อ่านผ่านตา และเวลาเดินในซูเปอร์มาร์เก็ต ก็ไม่ลืมที่จะหยิบของพวกนี้ใส่รถหรือใส่ตะกร้ามาลองทำเมนูอาหารที่ชอบ ไม่แน่นะคะว่าอาจจะเป็นเมนูโปรดของทุกคนในครอบครัวก็ได้ อร่อยและได้สุขภาพที่ดีด้วยค่ะ

ลองกินแล้วนะ..สาหร่ายสไปรูลิน่า

มิถุนายน 14, 2008

ตอนที่แล้วก้อยได้แนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับสาหร่ายสไปรูลิน่าแบบคร่าว ๆ กันแล้วนะคะ หลายคนอาจจะยังติดใจสงสัยในสรรพคุณว่า เอ๊ะ..มันจะดีวิเศษขนาดนั้นเลยเหรอ..อย่านะคะ อย่าเชื่ออะไรง่าย ๆ ข้อมูลที่ก้อยนำมาเสนอเป็นข้อมูลของฝ่ายผลิต ที่ย่อมมีแต่สิ่งที่ดีมีสาระ ก้อยเองก็ต้องการข้อมูลจากผู้บริโภคด้วยเช่นกันค่ะ ว่าหลังจากรับประทานไปแล้ว หรือหลังจากใช้ประโยชน์ในรูปแบบอื่น ๆ แล้ว ได้ผลเป็นอย่างไรกันบ้าง

ก้อยเองก็ไม่เชื่อหรอกค่ะว่าคน 100 คน รับประทานเข้าไปแล้วจะได้ประโยชน์หรือเห็นผล 100% ทั้ง 100 คน ก้อยว่าน่าจะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน และปริมาณของสาหร่ายที่รับประทานเข้าไปด้วย ตอนนี้ก้อยเองก็ทดลองรับประทานแบบสด เพิ่งทานไปแค่ 2 ครั้งเอง ก้อยก็เป็นหวัดซะก่อน ซึ่งไม่กล้าฟันธงว่าเป็นเพราะร่างกายมีการขับไวรัสและแบคทีเรียออกจากร่างกาย เนื่องจากสาหร่ายสไปรูลิน่า เพราะช่วงนี้คนเป็นไข้หวัดกันเยอะมาก

นอกจากเป็นไข้หวัด ระคายคอ มีเสมหะแล้ว ยังมีอาการเลือดกำเดาออกเล็กน้อย และก็ประจำเดือนที่ไม่มาตามปกติ ที่เป็นความผิดปกติของร่างกายที่ก้อยรู้ด้วยตัวของตัวเองหลังจากทดลองรับประทานสาหร่ายสไปรูลิน่าสด ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นอาการที่สามารถพบได้หลังจากรับประทานสาหร่ายสไปรูลิน่า เพราะร่างกายมีปฏิกิริยา แต่ถ้าร่างกายเราปกติสมบูรณ์ดี ก็จะไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย

วิธีรับประทานสาหร่ายสไปรูลิน่าสดง่ายมากค่ะ เพราะไม่มีกลิ่น รสชาติคล้ายเยลลี่จืด ไม่ต้องเคี้ยว ผสมกับนมเปรี้ยว , โยเกิร์ต หรือน้ำผลไม้ รับประทานได้ทันที (สาหร่ายสไปรูลิน่าช่วยเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ในนมเปรี้ยวได้ดี) หรือถ้าปั่นรวมกับน้ำผลไม้สดรสต่าง ๆ ก็จะได้ Smoothie ที่อร่อยและมากด้วยคุณค่า มีข้อห้ามข้อเดียวค่ะ..ห้ามผสมในน้ำอุ่น

ว่าแล้วก็อย่าลืมหามารับประทานกันนะคะ…

พอกหน้าด้วยผงไหมไทย

พฤษภาคม 12, 2008

วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาไปเที่ยวไหนกันบ้างคะ

ก้อยไม่ได้ออกไปไหนเลยค่ะ เพราะที่ภูเก็ตฝนตกทุกวัน และก็ตกเกือบจะทั้งวันค่ะ โชคดีที่เมื่อวานไม่ค่อยมีฝน แต่ลมก็พัดแรงมาก พอไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนก็เลยมีเวลามากพอที่จะดูแลตัวเอง อันดับแรกก็มองหาวัตถุดิบที่มีอยู่ในมือก่อนเลยค่ะ มองซ้าย มองขวา ดูในลิ้นชัก แล้วก็เจอนี่เลยค่ะ…ผงไหม..สำหรับพอกหน้ายังมีเหลืออีก 2 ซอง

ไม่พูดพล่ามทำเพลงค่ะ เปิดตู้เย็นดูว่ามีโยเกิร์ตเหลือบ้างมั้ย โชคดีจัง..ยังมีเหลืออยู่ ก็เลยทำความสะอาดหน้าเป็นอันดับแรกค่ะ แล้วก็เตรียมผงไหม ฉีกซองเทผงไหมออกมาผสมกับโยเกิร์ต ประมาณ 3 ช้อนโยเกิร์ต คนให้เข้ากัน แล้วก็นำมาละเลงที่หน้าได้เลยค่ะ หลังจากนั้นก็นั่งดูทีวี พร้อมกับอ่านหนังสือไปด้วย .. น่าอิจฉามั้ยคะ รอให้รู้สึกตึง ๆ ที่หน้าแล้วก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด ตามใจตัวเองอีกนิด ด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่น นำมาเช็ดเบา ๆ ให้ทั่วหน้า แล้วก็ตามด้วยผ้าเย็น .. มีความสุขจังเลยค่ะ

หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนความแล้ว รู้สึกเลยค่ะว่าหน้าเบามาก และมีความสุขที่ได้ปรนนิบัติตัวเอง สำหรับวันนี้ที่ก้อยเลือกผงไหมก็เพราะว่าผงไหมมีโปรตีนคุณภาพสูง ที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับโปรตีนของผิวหนังมาก มีอนุภาคขนาดเล็ก ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดปริมาณสารพิษที่ตกค้างในเซลล์ และมีสารต้านแบคทีเรียและต้านไวรัสในปริมาณสูง ช่วยลดปริมาณเชื้อโรคบนผิวหนัง ลดอาการอักเสบจากสิว และทำให้แผลหายเร็วขึ้น เห็นมั้ยคะว่าคุณสมบัติต่าง ๆ ที่ว่ามาช่วยให้สุขภาพผิวหน้าดีขึ้น เป็นการบำรุงจากข้างในสู่ข้างนอก นอกจากนี้ โยเกิร์ตยังช่วยในการผลัดเซลล์ผิวได้อีกด้วย ทำให้ผิวดูขาวใส โดยไม่ต้องง้อสารเคมีค่ะ

มีเวลาก็อย่าลืมปรนนิบัติตัวเองกันนะคะ นอกจากผงไหมแล้วก้อยยังมีตัวขัด ตัวพอก ที่เป็นสมุนไพรอีกหลายตัวที่จะมาแนะนำกันค่ะ


ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: