11 วิธีเปลี่ยนนิสัยสู่ความสำเร็จ

            ใครๆก็อยากได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จ  แต่ความสำเร็จในชีวิตไม่ได้เกิดจากความสามารถเท่านั้น  ทราบหรือไม่ว่า  นิสัยเล็กๆ  น้อยๆ  ในชีวิตประจำวันนี่แหละที่จะช่วยให้คุณเป็นคนที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ซึ่งเราทุกคนสามารถทำได้  ง่ายมากทีเดียว

            การฝึกฝนนิสัยที่ดีจะช่วยให้คุณมีศักยภาพมากขึ้น  และความเคยชินที่ดี  จะทำให้ชีวิตคุณมีแต่เรื่องดีๆ เกิดขึ้น  และทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้กลายเป็นเรื่องจริง  เพียงคุณหมั่นฝึกฝน  เรื่องที่เคยคิดว่ายากก็จะไม่ยากอีกต่อไป  มาเริ่มฝึกนิสัยที่ดีตั้งแต่วันนี้กันเถอะ

 1.  เริ่มเช้าวันใหม่ด้วยการทักทายคนอื่นก่อน 

            คุณเคยเป็นคนที่ลำบากใจกับการทักทายคนอื่นหรือไม่  การทักทายนั้นไม่ยากอย่างที่คิด  เมื่อพบคนคุ้นเคย  คุณควรจะทักเขาก่อนที่เขาจะเห็นคุณ  และหากบังเอิญหันมาเจอกันพอดี  ก็ควรส่งยิ้มให้เขาก่อน  การทักทายคนอื่นก่อน  จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขาเป็น “ใครบางคน”  ที่มีความหมายและมีความสำคัญ  และนี่คือวิธีสร้างเสน่ห์แก่ผู้พบเห็นอย่างง่ายๆ  โดยที่คุณไม่ต้องลงทุนอะไรเลย

 2.  เอ่ยคำชมหรือขอบคุณแม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย

            เรื่องเดียวกันสำหรับบางคนอาจถือเป็นเรื่องธรรมดา  แต่สำหรับบางคนกลับถือเป็นเรื่องพิเศษ  เมื่อใครทำอะไรดีๆให้  ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ช่วยเหลือในเรื่องเล็กๆน้อยๆ  รปภ.ที่คอยโบกรถให้  แม่บ้านประจำสำนักงาน  หรือบริกรที่นำอาหารมาเสิร์ฟ ฯลฯ  เพียงคุณเอ่ยคำว่า “ขอบคุณครับ (ค่ะ)”  ก็จะสามารถสร้างมิตรภาพและความประทับใจให้อีกฝ่ายหนึ่งได้แล้ว  คำพูดสั้นๆ  แต่เต็มไปด้วยมิตรภาพและความจริงใจนี่แหละที่จะทำให้ชีวิตในแต่ละวันของคุณและคนรอบข้างสดใสขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

3.  รู้จักแสดงความยินดีอย่างจริงใจ

            เมื่อคนที่คุณรู้จักประสบความสำเร็จหรือมีข่าวดี  สิ่งที่ควรทำคือแสดงความยินดีกับเขา  ยิ่งเป็นคนที่สนิทมากเท่าไร  เขายิ่งอยากให้คุณแบ่งปันความดีใจกับเขามากเท่านั้น  ในทางพุทธศาสนา  การแสดงความยินดีถือเป็นการแสดงมุทิตาจิต  ซึ่งหมายถึงว่าผู้พูดมีกุศลจิตที่ดี  และเมื่อเรามีกุศลจิตที่ดีต่อผู้อื่น  สิ่งดีๆย่อมจะสะท้อนกลับมาหาเราเอง

4.  หมั่นอธิษฐานขอพรให้คนอื่น

            เวลาสวดมนต์ไหว้พระหรือเข้าวัดทำบุญ  เรามักจะอธิษฐานขอพรให้ตัวเอง  คราวต่อไปลองอธิษฐานขอพรให้คนอื่นด้วย  ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน  คนรัก  ญาติพี่น้อง  เจ้านาย  คนที่คุณนับถือ  หรือแม้แต่คนที่คุณ(แอบ) รัก…  คนที่คอยห่วงใยและมีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น  สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคอยปกป้องและดลบันดาลให้พบเจอแต่สิ่งที่ดี  ไม่เชื่ออย่าลบหลู่…

5.  อย่า “อะไรก็ได้” 

            คุณเคยเจอคนที่ไม่เคยตัดสินใจด้วยตัวเอง  แม้แต่เรื่องง่ายๆไหม  คนประเภทที่เวลาจะสั่งชาหรือกาแฟ  ก็ตัดสินใจเองไม่ได้  หรือเวลาไปร้านอาหารก็จะบอกว่า “อะไรก็ได้”  คนประเภทที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะเดินไปทางไหน  มักเป็นคนอ่อนแอ  ไม่เด็ดขาดและถูกโน้มน้าวได้ง่าย  เพราะเห็นดีเห็นงามตามคนอื่นเสมอ  หากคุณอยากมีชีวิตเป็นของตนเองอย่างแท้จริง  ไม่ต้องการให้ใครมาจูงจมูก  ควรรู้จักเลือกและรู้จักคิดเอง  แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย  แต่สะท้อนไปถึงการตัดสินใจในเรื่องใหญ่ได้ในอนาคต  คนที่เรียนรู้และฝึกฝนในการเลือกมากเท่าไร  ก็จะยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น

6.  ฟังอย่างตั้งใจ

            การฟังคือการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง  คนที่รู้ตัวว่ามีคนกำลังพูดกับตัวเองอยู่  แต่ไม่สามารถตั้งใจฟังได้  ชอบเหม่อลอย  หรือใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  เวลาเกิดเรื่องคับขันจะไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้  การฝึกควบคุมสมาธิจะช่วยให้มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น  และยังพัฒนาความสามารถในการติดต่อกับผู้อื่นด้วย  ฉะนั้นเมื่อไรที่มีคนมาพูดกับคุณ  ลองตั้งใจฟังเขา  โดยไม่พูดแทรก  ไม่ด่วนตัดสิน  แต่ฟังให้ได้ยินสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ  แล้วคุณจะเป็นคนที่มีเสน่ห์ขึ้นมากทีเดียว

 7.  สิ่งใดที่ยังไม่ลงมือทำ  อย่าเพิ่งมองหาข้อผิดพลาด

            คุณเป็นคนหนึ่งหรือเปล่าที่เมื่อได้รับข้อเสนอหรือได้รับมอบหมายงานมา  คุณก็มักจะมองหาข้อผิดพลาดหรือหาเหตุผลของความล้มเหลวไว้ก่อน  หรือแม้บางทีที่เป็นคนตัดสินใจเอง  แต่กลับคิดว่าจะต้องมีข้อผิดพลาดทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทำ  สิ่งนี้จะบ่มเพาะนิสัยไม่จริงใจกับงาน  มัวแต่หาเหตุผลมากลบเกลื่อนความไม่จริงจังของตัวเอง  คนที่คิดหาแต่วิธีเอาตัวรอดจะไม่สามารถภูมิใจในตัวเองได้  เพราะฉะนั้นลองทำดูให้เห็นจริงก่อนและเมื่อเกิดอุปสรรค  จงใช้ปัญญาก้าวข้ามมันไปให้ได้  สิ่งนี้ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จและมีความนับถือตัวเองมากขึ้น  เมื่อคุณนับถือตัวเองแล้ว  ทำไมคนอื่นจะไม่นับถือคุณ

 8.อย่ามองว่าการมาสายใครๆเขาทำกัน

            เคยสังเกตไหมว่าเวลามีนัดกับเพื่อน คนที่มาเช้าก็จะมาเช้าเสมอ ส่วนคนที่มาสายก็จะมาสายประจำ คนที่รู้จักเกรงใจจะต้องขอโทษคนที่มารอก่อน และจะมาเช้าขึ้นในคราวหน้าเพื่อที่จะไม่ต้องให้คนอื่นมารออีก สิ่งสำคัญอยู่ที่จิตสำนึกคนที่มองว่าการมาสายเป็นเรื่องธรรมดา และมาสายแล้วสายอีกนั้นแสดงถึงการขาดความรับผิดชอบและยังสะท้อนถึงการชาดความเคารพต่อผู้อื่นด้วย หากไม่อยากสูญเสียความน่าเชื่อถือ มีนัดหมายเมื่อไรไปให้ทันหน่อยเถอะ

9.จงเรียนรู้การรับคำขอโทษจากคนอื่น

            ขณะที่คุณไม่พอใจหรือโกรธ  อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่เข้าไปอีก  วิธีง่ายๆที่อยากแนะนำคือ  ลดทิฐิและทนฟังเขาพูดให้จบ  โดยไม่ขัดหรือพยายามหาข้อโต้แย้ง  เพราะการเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอโทษไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก  หากคุณเรียนรู้ที่จะรับคำขอโทษและให้อภัยได้  คุณคือผู้ที่เข้าถึงหลักพรหมวิหารสี่  และจะเป็นผู้ที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง

10.  “ฉันต้องวางสายแล้วนะ” 

            ก่อนจบการสนทนาทางโทรศัพท์  คุณได้พูดประโยคนี้หรือเปล่า  เคยไหมที่ยังพูดธุระไม่จบแล้วฝ่ายตรงข้ามชิงวางสายไปเสียก่อน  คุณรู้สึกอย่างไร  หากคุณจำเป็นต้องวางสาย  แค่พูดเพราะๆ กับฝ่ายตรงข้าม  การวางสายก็จะไม่ใช่เรื่องยาก  แต่กลับจะสร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่กันและกัน  เพราะฉะนั้นก่อนวางสายโทรศัพท์  ลองพูดเสียหน่อยว่า “ต้องวางสายแล้วนะคะ(ครับ)”  หรือ “แค่นี้นะ”  สั้นๆ และรอให้อีกฝ่ายวางสายก่อน  เรื่องง่ายๆ แค่นี้ก็ทำให้คุณเป็นคนที่น่ารักมากๆ ได้  ลองดูนะ

11.  เมื่อพบคนอ่อนน้อมควรอ่อนน้อมยิ่งกว่า

            หากมีโอกาสได้พบคนที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน  คนคนนั้นคือคนที่คุณควรจะเรียนรู้จากเขา  คนทั่วไปเมื่อพบคนที่ขี้เกรงใจหรือนอบน้อม  มักจะได้ทีวางมาดข่ม  นั่นไม่ถือเป็นคุณสมบัติของคนดี  แต่คนที่รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนกับทุกคนอย่างจริงใจ  คนแบบนี้ไปที่ไหนก็จะมีแต่คนเอ็นดู

การจะประสบความสำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย  ดังนั้นจึงขอแนะนำให้คุณเริ่มจากเรื่องเล็กๆก่อน  และตั้งใจทำอย่างดีที่สุด  หากคุณสงสัยในสิ่งที่กำลังทำว่าจะนำไปสู่ความสำเร็จหรือไม่  ขอเพียงคุณบอกกับตัวเองเสมอๆว่า  “ต้องเริ่มจากเรื่องเล็กๆและไม่ลืมความมุ่งมั่น”  เมื่อทำเรื่องง่ายๆสำเร็จ  คุณก็จะมีความมั่นใจและมีกำลังใจที่จะต่อสู้กับสิ่งที่ยากขึ้นต่อไป  และคุณก็จะไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้ในที่สุด

 เป็นไงบ้างคะสำหรับเรื่องดี ๆ ที่ก้อยนำมาฝาก…ขอขอบคุณเรื่องราวดีดีจากนิตยสารซีเคร็ตค่ะ  ที่ช่วยให้ก้อยมีสติและรู้ทันจิตของตัวเองได้ทันก่อนที่จะสติแตก

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , ,

10 Responses to “11 วิธีเปลี่ยนนิสัยสู่ความสำเร็จ”

  1. ning Says:

    ดีค่ะ แบ่งกัน

  2. my name is gu rock (กีต้ารืปืน) Says:

    ผมจะตั้งใจทำตามเลยครับ แต่น่าจะเพิ่มข้อ12คือ ไม่ขี้เกียจ ไปด้วยนะครับ

  3. เพราะความจนไม่ใช่กรรมพันธุ์ คุณเปลี่ยนแปลงได้ Says:

    ขอบคุณมากครับ จะนำไปใช้ในสถานที่ทำงานของผมครับ

  4. ด.ญ. สุุกัณ แก้วศิริเพชร Says:

    ขอบคุณนะคะ

  5. นัท Says:

    🙂 ชอบมากเลยครับ

  6. ขอบคุณครับ Says:

    ขอบคุณครับ..

  7. PeenPin Says:

    ขอบคุณนะค่ะ น่าสนใจมากเลยค่ะ
    จะลองนำมาปรับปรุงดูค่ะ

  8. bitterly bluzemar Says:

    ขอบคุณมากเลยนะครับ ขอบคุณจากใจเลย

  9. hattlak Says:

    สิ่งใดที่ยังไม่ลงมือทำ อย่าเพิ่งมองหาข้อผิดพลาด
    ขอบคุณสำหรับขอนี้

  10. Kitti​ Says:

    ไม่ควรจะ​มองข้ามบางสิ่ง​บางอย่าง​

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


%d bloggers like this: