Archive for the ‘เรารักในหลวง’ Category

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

มีนาคม 11, 2009

บางบทบางตอน จากนิตยสารสกุลไทย รายสัปดาห์ ค่ะ

..องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เป็นทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ มีภารกิจในการส่งเสริมการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา โดยอาศัยความร่วมมือจากประเทศสมาชิกและองค์การระหว่างประเทศอื่น ๆ ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 184 ประเทศ รางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญานี้ เป็นความริเริ่มใหม่ขององค์การฯ จัดทำขึ้นเพื่อมอบให้ผู้ที่มีบทบาทในการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา ให้การอุปถัมภ์นวัตกรรมและความสร้างสรรค์ในระดับชาติ ดำเนินกิจกรรมที่สร้างสรรค์ และใช้ทรัพย์สินทางปัญญาคุ้มครองผลงานของตน โดยรางวัลดังกล่าวยังไม่เคยมอบให้ผู้ใดมาก่อน การทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลฯ แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนี้ เนื่องมาจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลกได้ประจักษ์ถึงพระราชกรณียกิจที่ทรงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา และการประดิษฐ์คิดค้นเพื่อการพัฒนาชุมชนในชนบทให้มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น กังหันน้ำชัยพัฒนา และเทคโนโลยีการทำฝนเทียม อีกทั้งมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ ไว้มากกว่า 20 รายการ และเครื่องหมายการค้าอีก 19 รายการ นอกจากนี้ ยังทรงเป็นศิลปินที่มีผลงานมากกว่า 1,000 รายการ อาทิ เพลงพระราชนิพนธ์ ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ และ จิตรกรรมฝีพระหัตถ์ เป็นต้น

ทั้งนี้ เมื่อพุทธศักราช 2544 องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ได้เคยทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลนักประดิษฐ์ยอดเยี่ยมแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับสิ่งประดิษฐ์กังหันน้ำชัยพัฒนามาวาระหนึ่งแล้ว

 คำประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ

 คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ

คำประกาศสดุดีพระเกียรติคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสที่องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา

องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (ไวโป) รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีส่วนสนับสนุนอย่างสำคัญในการเผยแพร่บทบาทที่มีพลังของการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อการพัฒนาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยทรงสร้างผลงานที่มีความสร้างสรรค์ และเป็นนวัตกรรมด้วยพระองค์เอง ซึ่งได้รับการคุ้มครองในฐานะทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งยังทรงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลงานอีกด้วย

ในการแบ่งปันผลของความคิดสร้างสรรค์ของพระองค์ ในรูปแบบของสิ่งประดิษฐ์ และงานด้านการดนตรีและศิลปะ พระองค์มิได้เพียงทรงแสดงให้เห็นถึงพลังของทรัพย์สินทางปัญญาในการส่งเสริมและเพิ่มคุณภาพชีวิตและการทำงานในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังทรงส่งเสริมประชาชนทุกหนแห่งให้สร้างสรรค์ เคารพ และคุ้มครองผลงานนั้น ๆ อีกด้วย ประเทศไทยจึงเป็นสังคมที่อยู่บนพื้นฐานของความรู้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยพระองค์ทรงเป็นตัวอย่างที่เห็นได้อย่างเด่นชัด

โครงการตามพระราชดำริจำนวนมากที่ได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ของพระองค์ ซึ่งได้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างใหญ่หลวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อสังคมชนบทของประเทศไทย สิ่งประดิษฐ์ของพระองค์ อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนา และเทคโนโลยีการทำฝนเทียม ได้แก้ปัญหาความเดือดร้อนซึ่งส่งผลโดยตรงในการทำให้ชีวิตพสกนิกรนับล้านดียิ่งขึ้น

ในนามของประชาคมทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างประเทศ ไวโปขอสดุดีพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญา

ถือเป็นโอกาสที่สำคัญ และเป็นเกียรติอย่างสูงสำหรับข้าพระพุทธเจ้า ในการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญารางวัลแรกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณในฐานะที่ทรงเป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการใช้ระบบทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

กรุงเทพฯ ค.ศ. 2008                            นายฟรานซิส  เกอร์รี

                                                                ผู้อำนวยการใหญ่

                                                                ไวโป

Advertisements

พระบรมราโชวาท…3

พฤศจิกายน 14, 2008

 att1624712

“…วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและประชาชนโดยทั่วไป มีความเปลี่ยนแปลงมาตลอดเนื่องมาจากความวิปริตผันแปรของวิถีทางแห่งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่น ๆ ของโลก ยากยิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้ จึงต้องระมัดระวัง ประคับประคองตัวเรามากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการอยู่โดยประหยัด เพื่อที่จะอยู่ให้รอดและก้าวหน้าต่อไปได้โดยสวัสดี…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่

วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑

 

“…ถ้าเราคิดดี ทำดี ไม่ใช่แต่ปากนะ ทำอย่างดีจริง ๆ คือ สร้างสมสิ่งที่ดีด้วยการปฏิบัติในสิ่งที่เรียกว่าดี หมายความว่า ไม่เบียดเบียนผู้อื่น สร้างสรรค์ ทำให้มีความเจริญ ทั้งวัตถุ ทั้งจิตใจ แล้วไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัวเพราะผู้ที่ทำในสิ่งที่บริสุทธิ์ แม้ถึงจะตายก็ตายดี…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน มูลนิธิองค์กรต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา

ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต

วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๘

 

“…คนดีทำให้คนอื่นดีได้ หมายความว่าคนดี ทำให้เกิดความดีในสังคม คนอื่นก็ดีไปด้วย ความเลวนั้นจะทำให้คนดีเป็นคนเลวก็ยาก แต่เป็นไปได้ ถ้าคนดีเข้มแข็งในความดี จะทำให้คนเลวมาทำให้คนดีเป็นคนเลวยาก สำคัญอยู่ที่ความเข้มแข็งของคนดี…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา

ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต

วันพุธที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙

 

“…เรามีบ้านเมืองแล้ว เราต้องรักษาไม่ใช่ทำลาย ใครอยากทำลายบ้านเมืองก็ทำลายเข้า เชิญทำลาย เราสู้ แต่ว่าผู้ที่จะทำลายระวังดี ๆ คือว่าผู้ที่อยากทำลายนั่นไม่ใช่ว่าเขาอยากทำลายเพื่ออะไร แต่เขาทำลายตัวเอง น่าสงสาร ส่วนมากเขาทำลายตัวเอง…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่นักศึกษา พ่อค้า ประชาชน มูลนิธิ องค์กรต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา

ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต

วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๑๘

 

“…ถ้าเราฟังคนที่มีความรู้เราก็ได้ความรู้ ไม่ใช่ความรู้ที่จะมาสอนคนโน้นคนนี้ได้ แต่ได้ความรู้ที่จะปฏิบัติได้…ถ้าเราฟังคนแล้วก็ฟังจริง ๆ แต่ต้องพิจารณา อันนี้เป็นข้อสำคัญ…ต้องพิจารณาว่า ที่ท่านพูดนั้นถูกต้องหรือไม่ ถ้าพูดถูกต้องปฏิบัติได้ เราก็ดี เราก็ได้ประโยชน์ ส่วนรวมก็ได้ประโยชน์ เพราะว่าเราเอาความรู้ที่ท่านพูดไปปฏิบัติต่อ…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา

ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต

วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๗

 

“…เวลานี้ บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ทางที่เราจะช่วยกันได้ ก็คือการที่ทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัวและความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระลง ต้องหันหน้าปรึกษากันด้วยความรู้คิด ด้วยความเป็นญาติมิตร และเป็นไทยด้วยกัน…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่

วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๒

 

“…ท่านทั้งหลายที่สำเร็จการศึกษาและจะได้ออกไปประกอบการงานเริ่มต้นชีวิตใหม่ของท่านนั้น ข้าพเจ้าขอฝากคติไว้เป็นเครื่องกำกับใจ มีคุณธรรมข้อหนึ่งที่สำคัญ ซึ่งท่านต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดอยู่เสมอ คือความสัตย์สุจริต ประเทศบ้านเมืองจะวัฒนาถาวรอยู่ได้ก็ย่อมอาศัยความสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐาน ท่านทั้งหลายจะออกไปรับราชการก็ดี หรือประกอบกิจการงานส่วนตัวก็ดี ขอให้มั่นอยู่ในคุณธรรมทั้ง ๓ ประการ คือ สุจริตต่อบ้านเมือง สุจริตต่อประชาชน และ สุจริตต่อหน้าที่ ท่านจึงจะเป็นผู้ที่ควรแก่การสรรเสริญของมวลชนทั่วไป…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่นิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พระราชทานเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๔๙๗

พระบรมราโชวาท…2

พฤศจิกายน 14, 2008

pic02275

“…งานพัฒนาบ้านเมืองนั้น ต้องอาศัยบุคคลสองประเภท คือนักวิชาการกับผู้ปฏิบัติ นักวิชาการเป็นผู้วางโครงการ เป็นผู้นำ เป็นผู้ชี้ทาง เป็นที่ปรึกษา ของผู้ปฏิบัติ ส่วนผู้ปฏิบัตินั้นเป็นผู้ลงมือลงแรงกระทำงาน งานจะได้ผลหรือไม่เพียงไรขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสองฝ่ายนี้ ถ้ามีความเข้าใจและร่วมงานกัน ก็ไม่มีอุปสรรค ได้ผลงานเต็มเม็ดเต็มหน่วย…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๑๓

 

“…การทำงานอย่างให้มีคุณภาพ ให้ได้ผลบริบูรณ์ จะทำอย่างไรเบื้องต้น ต้องทำความเห็นให้ถูกต้องในงานที่จะทำเสียก่อน โดยใช้ปัญญาไตร่ตรองให้เห็นเหตุที่แท้ ผลที่แท้ ที่ถูกต้องตรงตามเป้าหมายที่พึงมุ่งหวัง แล้ววางแผนการอันแน่นอนที่จะดำเนินการต่อไป ด้วยหลักวิชา ด้วยความร่วมมือปรองดองกัน และสำคัญที่สุด ต้องมีความพากเพียรไม่ย่อหย่อน ในอันที่จะกระทำต่อไปจนกว่าจะเป็นผลสำเร็จ…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๑๖

 

“…การนำบทบัญญัติที่ปฏิบัติไม่ได้ตามสภาพที่เป็นจริงของชีวิตมาบังคับใช้ เป็นต้นเหตุแห่งความเดือดร้อนแตกแยกในชาติและประชาชน บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จะยังความสงบเรียบร้อยให้เกิดขึ้นได้ ต้องตราขึ้นตามสภาพการณ์และสภาพชีวิตที่แท้จริงของบ้านเมืองและบุคคล…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานประกาศนียบัตร ของสำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา

ณ ศาลาดุสิดาลัย

วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๑๔

 

“…สิ่งใดที่เห็นว่าถูกต้องแล้ว ท่านจะต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะพาให้เกิดความท้อถอย ทำให้มีคนทำงานจริงน้อยลง งานทุกอย่าง คุณธรรมทุกอย่าง จะเสื่อมทรามลงจนหมดสิ้น เมื่อท่านกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ก็จะเป็นตัวอย่าง ชักนำผู้มีความรู้สติปัญญาทั้งหลาย ให้มีกำลังใจและมีความเข้มแข็งที่จะปฏิบัติเช่นเดียวกัน…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๑๔

 

“…หากบุคคลใดมีความรู้สูงแต่ขาดหิริโอตตัปปะ คือไม่มีความละอายต่อบาป นำความรู้นั้นไปใช้ในทางมิชอบ ก็จะทำให้สังคมเดือดร้อน…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๐๖

  

“…ทุก ๆ สิ่งมีชีวิต และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีชีวิต ระเบียบการอะไรก็เปลี่ยนแปลงได้ แล้วถ้าเปลี่ยนโดยวิธีพูดกันรู้เรื่อง คือเจรจากันอย่างถูกหลักวิชาที่แท้ ที่สูงกว่าหลักวิชาในตำรา ก็จะหมดปัญหา แต่ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนไปแล้วก็เปลี่ยนอย่างตายตัวไปเลย เมื่อสถานการณ์ไม่อำนวย ก็เปลี่ยนต่อไปได้โดยไม่ต้องทะเลาะกันอย่างหนัก จนกระทั่งทำให้เสียหาย จนทำให้ประเทศไทยกลับเป็นประเทศที่ล้าหลัง…”

พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔

พระบรมราโชวาท..1

พฤศจิกายน 10, 2008

att1624725

ก่อนจะถึงวันพ่อ…๕ ธันวามหาราช  ก้อยขออนุญาตนำเสนอในส่วนของพระบรมราโชวาท – พระราชดำรัส ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และบรมราชวงศ์ ในวาระต่าง ๆ ในบล็อกนะเจ้าคะ

พระบรมราโชวาท – พระราชดำรัสฯ ไม่ว่าจะผ่านมานานกี่ปี ก็ไม่ล้าสมัย อ่านกี่ครั้งก็ยังรู้สึกว่าเป็นคำสอนที่คนไทยทุกคนควรจะน้อมนำมาปฏิบัติ

 เริ่มจาก…

“…ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๖

ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๒

 

“…ข้าพเจ้าใคร่ขอให้ท่านทั้งหลาย จงมั่นอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต ถือเอาประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง เพราะคุณธรรมอันนี้เป็นมูลฐานอันสำคัญที่จะยังความเจริญ และความเป็นปึกแผ่นแก่สังคม เป็นบ่อเกิดแห่งความสามัคคีกลมเกลียว ความซื่อสัตย์ที่ว่านี้ หมายถึงความสุจริตซื่อตรงต่อหน้าที่การงาน ต่อตนเอง และต่อผู้อื่นที่เกี่ยวข้อง มีเจตนาบริสุทธิ์ไม่เอารัดเอาเปรียบ สำหรับท่านที่ใช้วิชากฎหมาย ย่อมกินความถึงการรักษาความเป็นธรรม ไม่บิดเบือนความหมายของตัวบทกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของตนเอง ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตจะเป็นเสมือนหนึ่งเกราะคุ้มภัยแก่ท่านตลอดไป ดังบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ว่า ‘สุจริตคือเกราะบัง สารทพ้อง’…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๔๙๖

 

“…ทำหน้าที่ในทางที่ดีก็คือ ทำในทางที่จะให้ชาติบ้านเมืองมีความมั่นคง มีความเจริญ และมีความผาสุกสงบอันยั่งยืน ซึ่งจะต้องทำด้วยสัจจะคือความจริงใจ…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๑๙

 

“…คุณธรรมห้าประการที่เป็นพละกำลังส่งเสริม และหนุนนำให้บุคคลประสบผลสำเร็จในการทำงาน…อย่างแรกคือ ความมีศรัทธาที่ถูกต้อง ได้แก่ ความเชื่อถืออันประกอบด้วยความเพ่งพินิจด้วยใจที่มั่นคง เป็นกลาง จนเกิดความกระจ่างแจ่มแจ้ง อย่างที่สองคือความอุตสาหะพากเพียรที่กล้าแข็งและไม่ขาดสาย ในอันที่จะกำจัดความเสื่อมและเสริมสร้างความดีความเจริญ อย่างที่สามคือ ความระลึกรู้เท่าทันระมัดระวังการกระทำของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้ประมาทพลาดพลั้งจนการงานต้องบกพร่องเสียหาย อย่างที่สี่คือความตั้งใจมั่นคง ให้ความคิดอ่านเป็นระเบียบ รวมลงในการงานที่จะต้องกระทำ ไม่ฟุ้งซ่านไปในเรื่องอื่น ๆ ที่มิใช่จุดประสงค์ อย่างที่ห้าคือปัญญาความรู้ชัด หรือความรู้ตลอดแจ่มแจ้งในงาน และวิธีที่จะปฏิบัติบริหารงานโดยถูกต้องเที่ยงตรง…”

พระบรมราโชวาท ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๒๒


%d bloggers like this: