Archive for the ‘เรื่องทั่วไป’ Category

ตัดสินใจว่างงาน

เมษายน 18, 2016

ว่างงาน…เป็นสถานภาพที่ไม่มีความมั่นคง ดังนั้น การจะเป็นคนว่างงานต้องผ่านการคิดการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบแล้ว…สำหรับก้อยคำตอบคือไม่ใช่ค่ะ

อาวววว…แล้วทำไมต้องลาออกด้วย… นั่นสิ ตอบยากเนอะ ก้อยเป็นคนที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลเรื่อยเลย

มีหลายคนตั้งคำถามว่าออกทำไม แล้วจะทำอะไรต่อ … ด้วยความเคารพค่ะ เหตุผลอย่างที่บอกกับหลาย ๆ คน ว่าก้อยเบื่อ และยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร แต่สำหรับคนที่ถามลึกลงไปอีกคงจะได้คำตอบไปแล้วว่าเบื่ออะไรบ้าง แต่คนใกล้ตัวนี่ไม่ต้องถามอะไรมากเลย แค่มองตาก็เข้าใจ อิอิ

เรื่องบางเรื่องมันไม่ใช่ว่าถูกหรือผิด แต่เรารู้ถึงเจตนา แค่นี้ก็มากพอแล้ว สิ่งที่ก้อยรับไม่ได้มาก ๆ คือการไม่รักษาคำพูด ไม่รับผิดชอบกับคำพูด การพูดจากขาวเป็นดำแล้วมีคนเชื่อสำหรับก้อยไม่ใช่คนเก่ง ถ้าต้องอยู่ร่วมกับคนประเภทนี้นาน ๆ ก้อยกลัวใจตัวเองค่ะ เพราะก้อยเป็นคนธรรมดาทำอะไรก็ถูกบ้างผิดบ้าง อาจพลั้งเผลอทำอะไรที่เกินจะให้อภัยได้

การทำงานกับคนเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง แต่การทำงานกับคนที่ไม่ถูกจริตกับเรามาก ๆ ๆ ๆ ๆ มันบั่นทอนจิตใจนะคะ และเมื่อมาถึงจุด ๆ หนึ่งมันก็ไม่เหลืออะไรให้ต้องคิดอีกแล้ว คนอีกประเภทที่น่าเบื่อมาก ๆ คือคนที่ไม่เข้าใจคำว่าเกรงใจ คนที่มองและตัดสินในมุมของตัวเองโดยไม่ถาม เจอมาเยอะค่ะในฐานะลูกจ้างคนนึง เป็นเรื่องปกติของการทำงานที่เราต้องเจอค่ะ บางครั้งก้อยก็เบื่อตัวเองนะที่รับฟังและเข้าใจมากเกินไป แบบว่าแค่เริ่มพูดก้อยก็รู้แล้วว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าเก่งนะ แต่รูปแบบของเหตุการณ์มันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เมื่อเจอกับตัวเองก้อยก็แค่มองดูความเป็นไป แค่นั้นเอง

แต่…มิตรภาพดี ๆ ในที่ทำงานก็มีเยอะนะคะ ออกมาแล้วก็ยังคิดถึง ❤

ตอนนี้ก้อยก็ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย…นอกจากทำความสะอาดบ้าน เพราะ 10 ปีที่่ผ่านมาชีวิตมีแต่งานกับเที่ยว ไม่ได้ให้เวลากับการดูแลบ้านเลย ตอนนี้นอกจากเที่ยวช่วงสงกรานต์แล้วก้อยก็ให้เวลากับการทำความสะอาดบ้าน และเคลียร์เรื่องต่าง ๆ ที่ตั้งใจเขียนในบล็อคไว้เป็นบันทึกของตัวเอง เพื่อเตือนความทรงจำ รวมถึงเรื่องการตัดสินใจว่างงานด้วย คงรออีกสักพัก เพื่อให้มีความพร้อมมากกว่านี้ ก่อนจะเริ่มงานใหม่ ตอนนี้ขอพักยาว ๆ ค่ะ

ใครที่กำลังเบื่องานเหมือนก้อยคิดให้มาก ๆ นะคะ การว่างงานไม่ใช่เรื่องสนุกค่ะ โดยเฉพาะว่างงานในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ร้อนมาก ๆ ๆ ๆ จะเปิดแอร์ก็เสียดายค่าไฟ อิอิ … ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ

Advertisements

เพื่อนวัยใส

เมษายน 18, 2016

S__3547435

ก้อยเป็นลูกพระบิดา มอ.ปัตตานี ค่ะ รหัส 31 (อ่านมาถึงตรงนี้ก็รู้เลยว่าอายุเท่าไหร่ อิอิ) จบจากคณะมนุษยศาสตร์ เอกพัฒนาสังคม โทรัฐศาสตร์ กิจกรรมที่สนใจมากคือการออกค่ายของชมรมอาสาฯ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองใน มอ. เน้นเฮฮาปาร์ตี้มากกว่าวิชาการ เพื่อนก็มีหลายกลุ่มค่ะ แล้วแต่ช่วงเวลาว่าสนใจเรื่องอะไรมากกว่ากัน แต่กลุ่มที่ไม่สนใจไม่ได้เลยคือกลุ่มเพื่อนเอกค่ะ >__<

เรามีกัน 17 คน ในวันจบการศึกษา ไข่ต้มของกลุ่มคือศักดิ์ ที่เหลือคือดาว…อิอิ ก้อยจำเพื่อนได้ครบทุกคนมั้ยนะ อีก 16 คนมี น้อง , แข , นิด , เชอรี่ , เอื้อย , หญิง , อี๊ด , แด้ , จี , แหม่มตุ่น , แหม่มยาว , ส้ม , ปุ๊ก , เขียว , กบ และ ก้อย

ช็อตเด็ดของวิชาเอกพัฒนาสังคมคือการอยู่ร่วมกับชาวบ้าน และพวกเราก็ถูกส่งตัวไปที่บ้านทุ่งยางแดง ที่ซึ่งสอนให้เรารู้จักการประนีประนอม การให้อภัย และการใช้ชีวิตในชุมชนจริง ๆ ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ทุกอย่างคือของจริง ไม่มีบท เจ็บก็เจ็บจริง ร้องไห้ก็น้ำตาไหลจริง ๆ ปัญหาที่เจอคือของจริง … ก้อยโชคดีที่มีเพื่อนดี ช่วยให้ผ่านบทเรียนนี้ บทหนักที่สุดคือบทเข้าครัวค่ะ

วันนี้เราโชคดีที่ได้เจอกันอีกครั้ง บางคนก้อยไม่ได้เจอเลยมากกว่า 20 ปี แน่ะ แต่เสียดายที่มากันแค่ 8 คน หวังว่านัดครั้งต่อไปจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นนะเพื่อน ๆ มาเจอเพื่ออัปเดตชีวิตให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้บ้าง เรามีคนที่พร้อมเจาะลึกทุกประเด็นลับค่ะ … ก่อนเจอกันก้อยก็แอบหวั่น ๆ อยู่นิด ๆ ว่าเราจะคุยกันเรื่องอะไร ห่างกันไปตั้งยี่สิบกว่าปี แต่พอได้เจอหน้ากัน มันคุยกันทุกเรื่องอ่ะ ไม่มีลำดับเหตุการณ์หน้า-หลัง จากเรื่องนี้ข้ามไปเรื่องโน้น เราล้วนมีประสบการณ์ร่วมกัน พอเป็นเรื่องของเพื่อนเราก็พร้อมที่จะมีส่วนร่วม (คล้าย ๆ ส.ใส่รองเท้านั่นแหละค่ะ) และคอยเลี่ยงประเด็นไม่ให้เข้าตัวมากนัก อิอิ และเราก็พร้อมที่จะร่วมพูดถึงเพื่อนคนที่ไม่ได้มาให้สะดุ้งเล่น ๆ ด้วยความคิดถึงอย่างสุดซึ้ง

ทริปนี้ก้อยไม่สนใจเลยว่าเพื่อนจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ใจจรดใจจ่อแค่อยากเจอเพื่อนแค่นั้นเอง คนที่มาไกลคือก้อยกับแด้ จากภูเก็ตทั้งคู่ ส่วนคนอื่น ๆ อยู่ในกรุงเทพฯ งานนี้เอื้อยเป็นคนจัดการทั้งหมด ไม่ว่าจะจองรถ จองที่พัก วางแผนเที่ยว หาร้านกิน และดูแลการจ่ายเงิน เพื่อน ๆ แทบไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากกิน เที่ยว ถ่ายรูป และ หัวเราะ ๆ ๆ ๆ ๆ

มาถึงวันนี้ชั้นอยากบอกนะว่าดีใจที่ได้เจอหน้าพวกแกอีกครั้ง และก็อยากเจอกันอีกเรื่อย ๆ การมาเที่ยวเขาใหญ่ด้วยกันเป็นแค่กิจกรรมเสริมที่ช่วยให้ชีวิตมีสีสัน การกินก็เป็นแค่กิจกรรมเพิ่มรอบเอว แต่การเม้าท์มอยนี่สิเป็นกิจกรรมกระชากวัยจริง ๆ …. ชั้นไม่ได้นั่งขำหรือหัวเราะกับเรื่องไร้สาระแบบนี้มานานมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ไม่มีใครยอมใครกันเลยนะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

กับน้องนนท์ สุดหล่อของแม่นิด

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

อี๊ด…สาวเท่ห์

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นิด…แม่หมูดำที่มากมายอารมณ์ขัน

S__3547436 S__3547434 S__3547433 S__3547430

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

รอเพื่อน ๆ มาเพิ่มนะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เอื้อย…คนช่างฝัน และเป็นแม่งานในครั้งนี้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แด้ , เชอรี่ , หญิง , นิด และน้องนนท์

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

อี๊ด , กบ , แด้ , เชอรี่ และ หญิง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หญิง , เอื้อย , นิด , เชอรี่ , แด้ และ ก้อย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นิด , แด้ , เอื้อย และ เชอรี่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ช่วงเวลาแห่งความสุขและเสียงหัวเราะ

เมื่อฉันโดนคนด่า

สิงหาคม 6, 2015

คงเป็นเวรเป็นกรรมสืบเนื่องกันมา แต่จะสืบเนื่องกันมาจากชาติปางไหนก็ไม่อาจรู้ได้ แต่มันได้ส่งผลแล้วในชาตินี้ …. ไม่ต้อง งง หรอกค่ะ ก้อยโดนคนด่ามาจริง ๆ แต่คนที่ด่าก้อยเป็นใครนั้นเป็นเรื่องที่ก้อยไม่อาจหยั่งรู้ได้ เพราะเจตนาคงต้องการด่า ต้องการทำให้ก้อยอับอาย ฯลฯ หรือด้วยเหตุผลอันใดที่ก้อยไม่อาจรู้ได้ ซึ่งก้อยได้พยายามแล้วที่จะถามหาเหตุผล แต่มันก็ไม่เป็นผล

ไม่เป็นไรค่ะ ถือซะว่าเป็นกรรมที่ติดค้างกันมา ถ้ายังไม่หนำใจ หรือยังรู้สึกว่ายังไม่หายแค้น ก็ทำอย่างที่ตั้งใจและอยากจะทำเถอะค่ะ ก้อยคงไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากขออโหสิกรรม และขอให้เราหมดเวรหมดกรรมต่อกันแต่เพียงแค่นี้

ความรักของแม่….หมา

ตุลาคม 4, 2014

วันนี้ฝนตกหนักทั้งวันเลย ทำให้ก้อยนึกถึงวันหยุดที่ผ่านมา….

วันนั้นก้อยอยู่บ้าน ทำโน่นทำนี่ตามประสาคุณแจ๋วของบ้าน กำลังจะกวาดทรายที่จอดรถ ฝนก็ตกลงมา…หนักพอสมควร ก้อยก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะอยู่ในที่ร่ม แต่เจ้าปุ้กลุ้กหมาข้างบ้านสิ มันวิ่งมาเห่า วนหน้าวนหลัง ให้ก้อยสนใจมัน พอเห็นว่าก้อยสนใจมันก็วิ่งกลับไปที่บ้านมัน มันไปแล้วก้อยก็ไม่สนใจอะไร กวาดขยะต่อ…

เจ้าปุ้กลุ้กเห็นว่าก้อยไม่สนใจ มันก็วิ่งกลับมาใหม่ มาเห่า มากระโดด จะให้ก้อยตามมันไปมั้ง …. แต่ก้อยก็ไม่สนใจ เพราะเจ้าของบ้านก็ไม่อยู่จะให้ก้อยไปบ้านมันทำไมล่ะ กวาดเสร็จก้อยก็เข้าบ้าน จะไปล้างจานต่อ …. จากปกติที่เจ้าปุ้กลุ้กไม่เคยเข้าบ้านก้อยไกลกว่าประตู วันนั้นมันตามไปถึงที่ล้างจาน มันลุกลี้ลุกลนมาก และก็พยายามเรียกร้องความสนใจจากก้อย

ในที่สุดก้อยก็ยอมแพ้ ต้องเดินไปดูที่บ้านของมันว่ามีอะไร … ไปถึงก็เห็นลูก ๆ ทั้ง 8 ตัวของมันหลบอยู่ใต้กระเบื้องหลังคาที่วางพิงอยู่ข้างบ้าน และกำลังเปียก เพราะฝนสาด …. เพราะเหตุนี้นี่เอง เจ้าปุ้กลุ้กถึงได้วิ่งเข้าวิ่งออก เพราะต้องการให้ก้อยไปช่วยลูก ๆ ของมัน พอมันเห็นว่าก้อยเข้าใจความต้องการของมันแล้ว มันก็เดินนวยนาดไปยืนรอที่หน้าบ้านของมัน บริเวณที่นอนประจำที่ไม่เปียกฝน เหมือนเป็นการบอกกลาย ๆ ว่า ให้เอาลูก ๆ ของมันไปไว้ตรงนี้นะ ^____^ เชื่อเค้าเลย

สุโขสปาครบรอบ 9 ปี ปันสุขปันสิ่งดี ๆ 9 อย่าง

กันยายน 15, 2014

S__7331856 โครงการดีดีที่อยากแบ่งปันค่ะ

สุโขสปาครบรอบ 9 ปี ในวันที่ 9 กันยายน 2557 และมีแคมเปญปันสุข ปันสิ่งดี ๆ 9 อย่าง จากใจของพนักงานสุโขสปาทุกคนค่ะ ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านไปหลายแคมเปญแล้วค่ะ ถ้าไม่ลืมจะทะยอยนำมาลงนะคะ เผื่อเป็นไอเดียให้กับหลาย ๆ คน ที่กำลังริเริ่มทำโครงการ CSR  ค่ะ

สำหรับวันนี้ภูมิใจนำเสนอกับโครงการบริจาคโลหิตค่ะ ซึ่งทางสุโขสปาได้รับความร่วมมือจากสภากาชาด ในการมารับบริจาคถึงที่เลย และวันนี้มีพนักงานให้ความร่วมมือมาตรวจคัดกรองมากถึง 78 คน แต่น่าเสียดายที่ไม่ผ่านมากถึง 35 คน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากพักผ่อนไม่เพียงพอ ความดันต่ำเกินไป หรือสูงเกินไป รองลงมาก็ความเข้มข้นของเลือดไม่ถึงเกณฑ์

การอยู่ดูแลน้อง ๆ บริจาคโลหิตในวันนี้ ทำให้ก้อยได้รู้เพิ่มว่า สภากาชาดไม่รับบริจาคเลือดของต่างด้าว เนื่องจากได้รับวัคซีนไม่เหมือนคนไทย และนอกจากความเข้มข้นของเลือดไม่ถึงเกณฑ์แล้ว กรณีที่ความเข้มข้นของเลือดมากเกินไป ทางกาชาดก็ไม่รับเช่นกันค่ะ … เกือบลืมแน่ะ มีกรณีของคนที่ออกกำลังกายหนัก ๆ ที่กล้ามเนื้อแข็งแรง ทำให้การเจาะเลือดเจ็บมากกว่าคนทั่วไป และกล้ามเนื้อทำให้เส้นเลือดถูกเบียด เลือดไหลไม่สะดวกอีก

วันนี้ทุกคนที่บริจาคโลหิตหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แม้ว่าตอนแรกจะยังกลัว ๆ อยู่บ้าง แต่เจ้าหน้าที่ทุกคนมือเบามาก และดูแลอย่างใกล้ชิด ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีค่ะ มีเป็นลมหลังการบริจาค 3 คน แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ เจ้าหน้าช่วยกันปฐมพยาบาลอย่างดี ส่วนคนที่ไม่ผ่านการคัดกรอง ก็ได้รับความรู้กลับไปว่าครั้งต่อไปถ้าจะบริจาคโลหิตจะต้องเตรียมตัวอย่างไร คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ความดัน หลัก ๆ คือพักผ่อนน้อย ความดันต่ำ และตื่นเต้นมากไป กลัวมากไป ความดันเลยสูง สำหรับเกณฑ์ความเข้มข้นของเลือด ก็ได้รับยาไปทานเพิ่มธาตุเหล็ก คนที่ความเข้มข้นมากไปก็ต้องกลับไปดื่มน้ำเยอะ ๆ ในระหว่างวัน

ก้อยว่าการมาตรวจคัดกรองเพื่อบริจาคโลหิต ทำให้เราได้รู้ทันสภาพร่างกายในเบื้องต้นนะคะ ว่าเรามีความเสี่ยงอะไรบ้าง ก้อยเองเป็นคนที่ความดันต่ำ ถ้าพักผ่อนไม่เพียงพอนี่จะยิ่งต่ำมาก ๆ ๆ ๆ ก็ต้องดูแลตัวเองให้พักผ่อนให้เพียงพอ และความเข้มข้นของเลือดก็ไม่ค่อยน่าภูมิใจสักเท่าไหร่ ก้อยไม่กินเครื่องใน ไม่กินหอยแครง ทางเลือกก็มีเพียงทานผักสีเขียวเยอะ ๆ พยายามทานให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักเยอะ ๆ เพื่อชดเชยในส่วนที่ไม่ทานค่ะ

เรื่องสั้น….กินใจ

กรกฎาคม 8, 2014

เรื่องที่ 1 หนูตัวหนึ่งตกลงไปในถังข้าวสาร แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือมันดีใจมาก มันคิดว่ามันโชคดี มันจึงกินขาวสารนั้นอย่างอิ่มหมีพีมัน กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กิน เป็นอยู่อย่างนี้หลายวัน วันแห่งความสุขมักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ วันหนึ่งตอนที่มันกินจนเห็นพื้นของถังข้าวสาร มันฉุกใจคิด แต่ข้าวสารในถังก็เป็นสิ่งที่ยั่วยวนเหลือเกิน มันกินจนข้าวสารในถังหมดไป ถึงตอนนี้มันถึงรู้ว่า การปีนออกจากถังเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
@ การใช้ชีวิตของเราดูเหมือนปกติธรรมดา แต่แท้ที่จริงแล้ว มันเต็มไปด้วยกับดักและหลุมพลางที่แสนอันตราย

เรื่องที่ 2 ภรรยากำลังทำกับข้าวอยู่ในครัว สามีคอยกำกับอยู่ข้างๆ“คนเบาๆ ช้าๆหน่อย ระวังหน่อยสิ ไฟแรงไป เร็วๆ รีบพลิกปลาได้แล้ว ตักออกมาสิ น้ำมันเยอะไปนะ คีบเต้าหู้วางให้ตรงๆสิ! “นี่คุณ” ภรรยาทนไม่ไหว “ฉันทำกับข้าวเป็น พูดอยู่ได้” “ที่รัก ผมรู้ว่าคุณทำเป็น” ผู้เป็นสามีบอกออกไป “ผมเพียงอยากให้คุณรู้ว่า เวลาที่ผมขับรถแล้วคุณคอยบอกให้ผมเบรก ให้ผมเร็ว ให้ผมระวัง ให้ผมแซงนะ ผมรู้สึกยังไง”
@ การเรียนรู้ที่จะเข้าใจคนอื่นนั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่คุณยินดียืนอยู่ในจุดยืนของฝ่ายตรงข้ามก็แค่นั้นเอง

เรื่องที่ 3 วันที่ 1 กระต่ายออกไปตกปลา กลับมาตัวเปล่าไม่ได้ปลากลับมาเลย วันที่ 2 กระต่ายไปตกปลาอีก แต่ก็กลับมาตัวเปล่าเหมือนเมื่อวาน วันที่ 3 เมื่อกระต่ายไปถึงบ่อปลา ปลาตัวหนึ่งก็กระโดดขึ้นจากน้ำและตะโกนพูดขึ้นว่า “ถ้านายยังเอาแครอทมาเป็นเหยื่ออีก ฉันจะกระโดดขึ้นจากน้ำมาตบแกให้ตายเลยเชียว”
@ คุณให้ในสิ่งที่คุณชอบแก่คนอื่น แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการ อุทิศให้ในแบบโลกของคุณ มันไม่มีค่า

เรื่องที่ 4 มีเสืออยู่สองตัว ตัวหนึ่งอยู่ในกรง อีกตัวหนึ่งอยู่ในป่า มันต่างคิดว่าที่ๆมันอยู่นั้น ไม่น่าอยู่เลย ต่างก็อิจฉาการดำเนินชีวิตของซึ่งกัน วันหนึ่ง พวกมันจึงแลกที่อยู่กัน ต่างก็มีความสุขกับสภาพแวดล้อมใหม่ต่อมาไม่นาน เสือทั้งสองตัวก็ตาย ตัวหนึ่งอดตายอยู่ในป่า อีกตัวหนึ่งตายเพราะซึมเศร้าอยู่ในกรง
@ บางครั้ง เราไม่ถนอมวาสนาที่เรากำลังได้รับอยู่ แต่เรามักอิจฉาในวาสนาของคนอื่น แท้จริงแล้ว สิ่งที่คุณมีนั่นแหละ คือสิ่งที่คนอื่นอิจฉา

เรื่องที่ 5 ปีหนึ่งในมหาวิทยาลัย เด็กสาวนางหนึ่งซึ่งหน้าตาก็ไม่ได้สวยอะไรมาก เธอสมัครเป็นดาวคณะ ตอนที่เธออออกมาแนะนำตัวต่อหน้าเพื่อนนิสิต เธอบอกว่า“หากเพื่อนๆเลือกฉัน อีกสิบปีข้างหน้า เพื่อนๆสามารถอวดกับลูกๆและสามีได้ว่า ในปีที่แม่เรียนอยู่ แม่สวยกว่าดาวของคณะ”เมื่อถึงเวลาเลือกดาวคณะ ปรากฏว่าเธอชนะ
@ การจะพูดให้คนอื่นยอมรับคุณ ไม่ต้องบอกในความพิเศษและโดดเด่นของคุณ แต่จงทำให้คนอื่นรู้สึกว่า เพราะคุณ พวกเขาจึงมีความพิเศษและโดดเด่นขึ้น

เรื่องที่ 6 ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง มาร์ก ทเวนนั่งอยู่ตรงข้ามกับผู้หญิงคนหนึ่ง เขาพูดไปตามมารยาทว่า “คุณสวยจริงๆครับ”ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่รับน้ำใจ ไม่แม้แต่จะกล่าวคำว่าขอบคุณ เธอพูดออกไปอย่างยโสว่า “น่าเสียใจ ฉันไม่อาจชมว่าคุณหล่อเหมือนที่คุณชมว่าฉันสวยได้!”มาร์กทเวนพูดออกไปอย่างสุภาพว่า “ไม่เป็นไรครับ แต่คุณควรฝืนใจฝึกพูดโกหกเหมือนผมบ้างก็ได้นะครับ”ผู้หญิงคนนั้นรู้สึกอับอายจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมอง
@ เมื่อคุณโยนหินออกไปข้างหน้า คนที่จะสะดุดมันล้มไม่เป็นท่าก็คือตัวคุณนั่นเอง

คำว่า “เพื่อน”

พฤษภาคม 12, 2014

นิยามของคำว่า “เพื่อน” คืออะไร
“เพื่อนร่วมงาน” คือ “เพื่อน” รึป่าว …..
สำหรับคนอื่นก้อยไม่ทราบ แต่สำหรับก้อย … เพื่อนร่วมงาน ก็คือเพื่อนร่วมงาน แต่ไม่ใช่ “เพื่อน”
โอกาสที่เพื่อนร่วมงานจะกลายเป็น “เพื่อน” เกิดขึ้นได้ แต่ไม่ง่ายนัก เพราะมีหลาย ๆ ปัจจัยที่ทำให้เพื่อนร่วมงานไม่สามารถเป็น “เพื่อน” ได้ น่าแปลกใช่มั้ยคะ ทั้ง ๆ ที่เพื่อนนักเรียนหรือเพื่อนมหาวิทยาลัยบางคนเราไม่ได้สนิทสนมด้วย แต่เราก็นับทุกคนเป็น “เพื่อน” ดีกรีความเข้มข้นอาจจะไม่เท่ากัน แต่ทุกคนคือ “เพื่อน” ซึ่งเป็น “เพื่อน” ในความหมายที่แบ่งปันกันได่โดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง แต่กับเพื่อนร่วมงาน…มันไม่ใช่
ใช่ว่าเพื่อนร่วมงานจะเลวร้ายนะคะ เพื่อนร่วมงานที่ดีมีมาก แต่ก้อยก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมสำหรับก้อยแล้วน้อยคนนักที่จะก้าวผ่านจากเพื่อนร่วมงานเป็น “เพื่อน” อาจเป็นเพราะก้อยขีดเส้นไว้หนาเกินไปรึป่าว … เกิดคำถามแล้วก้อยต้องหันกลับมามองตัวเองเป็นอันดับแรกเลย เพราะปัญหาเกิดจากตัวเรา ไม่ได้เกิดจากคนอื่น …
…โลกส่วนตัวสูง ข้อนี้คือปัญหาโลกแตกสำหรับก้อยเลย คนอื่น ๆ ก็มีโลกส่วนตัวกันทั้งนั้น แต่ทำไมใคร ๆ มองว่าก้อยโลกส่วนตัวสูง การที่ก้อยไม่พูดเรื่องส่วนตัวกับคนอื่น หมายความว่าก้อยโลกส่วนตัวสูงเหรอ…
…ก้อยไม่มีปัญหาต้องคิดมาก อืมมมม คิดได้ไงอ่ะ โลกนี้ไม่มีใครที่ไม่มีปัญหาหรอกนะ บอกได้เลยว่าปัญหาของหลาย ๆ คนที่บอกมานั้นเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับปัญหาของก้อย (ทุกคนมองว่าปัญหาของตัวเองยิ่งใหญ่เสมอ อิอิ) เพียงแต่ว่าก้อยไม่เคยเล่าปัญหาของก้อยให้ใครฟัง เพราะก้อยเชื่อว่าปัญหาของก้อยก็คือปัญหาของก้อย ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นต้องมารับรู้หรือทุกข์ใจด้วย แต่ละคนก็มีปัญหามากพออยู่แล้ว ก้อยเลือกที่จะเล่าเฉพาะปัญหาที่คนอื่น ๆ สามารถช่วยได้ ถ้าเป็นเรื่องที่ใครก็ช่วยไม่ได้ก็ไม่รู้จะเล่าไปทำไม … เนอะ
…เบื่อการพูดถึงคนอื่น เบื่อสังคม เบื่อการเสแสร้ง เบื่อการรอคอย เบื่อการตามใจคนอื่น ฯลฯ สารพัดของความไม่ดีของก้อยเลยล่ะ ดู ๆ ไปก็มากเหมือนกันนะ มันก็เหมาะสมแล้วล่ะที่มี “เพื่อน” น้อย คงต้องกลับไปแก้ใหม่แล้วล่ะ ไม่ใช่ว่าคนอื่น ๆ ไม่ดี แต่เป็นนิสัยตัวเองที่ไม่ดีเลยทำให้ไม่มีใครคบเป็น “เพื่อน” เฮ้อ…
ตั้งใจจะเขียนถึง “เพื่อน” แต่ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
ถามว่า..จะปรับปรุงตัวเองมั้ย คำตอบคือ “ไม่”
จะไม่ทำอะไรที่ทำให้ตัวเองไม่มีความสุข…ยืนยันค่ะ

รู้ทันชีวิต

เมษายน 12, 2014

Cover1

7 เรื่องต่อไปนี้ แม้คุณจะไม่ชอบ แต่ยังไงก็จะเกิดขึ้น บางเรื่องคุณอาจจะเจอแล้ว หรือไม่ก็ต้องเจอไม่วันใดก็วันหนึ่งนี่แหละ…จะดีกว่าไหม ถ้าคุณได้รู้และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนจะเจอ แถมยังช่วยให้เข้าใจสิ่งที่ผ่านมาแล้วได้ดียิ่งขึ้น…
1. เพื่อนจะเข้ามาและจากไปเสมอในชีวิตของคุณ…
สังเกตสิคนที่เคยคุย เคยเที่ยวเล่นกันในช่วงเวลาหนึ่ง พอย้ายที่เรียน เปลี่ยนที่ทำงาน ต้องแยกกันไป ก็จะกลายเป็นเพื่อนเก่าที่ค่อย ๆ ห่างไป ขณะเดียวกันเพื่อนใหม่ก็จะเข้ามาแทน มีน้อยคนที่จะยังติดต่อกันตลอด เช่นเดียวกับเพื่อนที่คุณสนิทในตอนนี้ ก็อาจจะหายไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจึงไม่ควรยึดติดกับใคร เพราะต่างก็ต้องมีทางเดินของตัวเอง คอยเปิดใจรับมิตรภาพใหม่ ๆ ดีกว่า เพราะมีผู้คนที่น่าสนใจอีกมากให้คุณได้รู้จักในทุก ๆ ที่
2. สิ่งต่างๆ จะไม่เป็นอย่างที่คุณอยากให้เป็นเสมอ…
คุณมักไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่ดันได้ในสิ่งที่ไม่ต้องการใช่ไหม? ไม่มีประโยชน์เลยที่จะเครียดหรือทุกข์ในเมื่อไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่วิธีที่จะตอบสนองต่อสิ่งนั้น ๆ คุณเปลี่ยนได้นะ
3. หลายคนรักคุณ แต่ส่วนมากจะไม่…
ไม่ว่าคุณจะมีชื่อเสียง ชอบทำการกุศล หรือเป็นแค่คนธรรมดา ก็จะมีคนรักคุณแน่ ๆ แต่ยังไงก็ต้องมีคนที่ไม่ชอบคุณด้วยเช่นกัน เหตุผลน่ะเยอะแยะ ไม่ว่าจะอิจฉา หรือเพียงเพราะคุณไม่เหมือนเขา ถ้าพวกเขาจะเอาแต่พูดเรื่องคุณ นั่นก็เป็นปัญหาของพวกเขานะ ไม่ต้องใส่ใจ จำไว้ว่าคุณดีในแบบของคุณและนับถือตัวเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้ทุกคนชอบคุณ
4. ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณได้นอกจากตัวคุณเอง…
คนอื่นช่วยเหลือคุณก็ได้แค่ระดับหนึ่ง ชีวิตใครก็ต้องคนนั้นแหละที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จงเรียนรู้ที่จะยืนด้วยสองเท้าของตัวเองโดยไม่ต้องใช้คนอื่น ๆ เป็นไม้เท้าค้ำยันในชีวิต เพราะพวกเขาไม่ได้อยู่กับคุณไปตลอด
5. ความล้มเหลวเกิดขึ้นได้…
ไม่มีใครประสบความสำเร็จอย่างเดียวหรอก ยังไงก็ต้องล้มเหลวก่อน นอกจากเรียนรู้จากบุคคลอื่นแล้ว ความล้มเหลวของคุณเองนี่แหละที่เป็นบทเรียนที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตที่จะสอนคุณใช้มันเป็นแรงผลักดันให้คุณประสบความสำเร็จ ดีกว่าจมปลักไม่ไปไหน
6. อาจไม่มีพรุ่งนี้…
เราไม่มีทางรู้ว่าเหตุการณ์ใด ๆ จะเกิดขึ้น รถชน หัวใจวาย หรือแม้แต่โลกจะแตก มันเป็นไปได้หมด เผชิญหน้ากับมันซะ ยังไงวันหนึ่งก็ต้องเป็นวันสุดท้ายของเรา เพราะฉะนั้นในแต่ละวันทำให้ดีที่สุด ดูแลคนที่คุณแคร์ให้มาก ไม่ต้องกังวลกับเรื่องเล็กน้อย และใช้เวลาทำในสิ่งที่คุณชอบด้วย
7. ใครๆ ก็มีมากกว่าคุณ…
พอมองไปก็จะเห็นแต่คนที่มีอะไรมากกว่าตัวเราทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเงิน ตำแหน่ง หรือเพื่อน แต่รู้ไว้อย่าง เพียงเพราะเขามี “มากกว่า” ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะมีความสุขกว่านะ อ่านประวัติบุคคลที่มีชื่อเสียงดู พวกเขาน่ะสนุกกับกระบวนการในการได้เงินมากกว่าตัวเงินซะอีก จงโฟกัสไปในสิ่งที่คุณรักดีกว่า เพราะมันจะตามมาด้วยความสุขที่มากกว่า ชีวิตก็อย่างนี้แหละ ถ้าเข้าใจและยอมรับมัน คุณก็จะสนุกกับการใช้ชีวิต…

คิดถึงวิทยา

เมษายน 9, 2014

คิดถึงวิทยา_1

เชื่อว่าหลายคนได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว และประทับใจ 🙂

ก้อยเป็นอีกหนึ่งคนที่ดูหนังเรื่องนี้แล้วประทับใจ ประทับใจกับความใสซื่อของเด็ก ๆ ที่โรงเรียนเรือนแพทุกคน และเชื่อว่าเด็กคือผ้าขาวที่ต้องการมืออาชีพในการปั้น เพื่อให้ได้ผลงานคุณภาพ หนังเรื่องนี้ผู้กำกับใส่ความใสซื่อให้กับเด็ก ๆ ชนิดที่ผู้ใหญ่อย่างก้อยขำกลิ้ง และอดที่จะคิดถึงวัยเด็กของตัวเองไม่ได้ … วัยที่ไร้เดียงสา

จิตวิญญาณของความเป็นครู เป็นสิ่งที่ดูเหมือนว่าจะมีน้อยมากในปัจจุบัน แต่ก้อยเชื่อว่ายังมีอยู่ และก็ภาวนาขอให้ครูทุกคนมีจิตวิญญาณของความเป็นครูมากกว่าที่ก้อยคิดด้วยเถิด … ก้อยเกือบจะเสียน้ำตาให้กับความไม่รู้ของครูสอง….จริง ๆ นะคะ กับความสำนึกของครูที่บอกว่า ครูโง่เอง….เป็นความจริงที่หาได้ยากมากที่ครูสักคนจะยอมรับว่าตัวเองโง่ ส่วนใหญ่จะบอกว่าลูกศิษย์โง่ทั้งนั้น

อย่าว่าแต่ครูเลย เราทุกคนนี่แหละค่ะ จะมีใครสักกี่คนที่กล้ายอมรับกับคนอื่นว่าตัวเองโง่เอง … ส่วนใหญ่ก็เจอแต่คนเก่ง คนฉลาดทั้งนั้นแหละ ก้อยเองก็เป็น หุหุ

เรื่องของความรัก…หนังเรื่องนี้มีความขัดแย้งในการนำเสนอชัดเจนมากระหว่างรักที่กำลังเดินทางถึงจุดจบ และรักที่กำลังจะเกิด (ในความคิดของก้อยเองนะคะ) เราไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นของความรักทั้ง 2 คู่อยู่ที่ไหน แต่เรามานั่งดูจุดจบของความรักของคนทั้งคู่ ที่เป็นเรื่องธรรมดามาก … ความห่างไกล เป็นจุดเริ่มต้นของความห่างเหิน และแตกหักในที่สุด และก้อยก็สงสัยว่าทำไมความรักมันจบง่ายจัง … แล้วความรักที่กำลังเริ่มต้นล่ะ จุดจบจะอยู่ที่ตรงไหน

ดูแล้วอย่าคิดมาก …. ได้มั้ย

 

 

 

 

บ้านเพื่อชีวิต

กุมภาพันธ์ 22, 2014

reDSC_4304

วันนี้มีโอกาสไปมอบข้าวสาร อาหารแห้ง เสื้อผ้า นม ฯลฯ  ให้กับน้อง ๆ ที่มูลนิธิเด็กบ้านเพื่อชีวิต ที่เกาะสิเหร่ ค่ะ

บ้านเพื่อชีวิตมีน้อง ๆ ประมาณ 16 คน โตสุดก็เรียนชั้นมัธยมปีที่ 2 ค่ะ ที่บ้านนี้จะมุ่งเน้นไปที่เด็กที่มีปัญหาติดเชื้อเอดส์ หรือมีพ่อ – แม่เสียชีวิต เนื่องจากติดเชื้อเอดส์ ถ้ามีโอกาสก็อยากจะแนะนำให้แวะไปหาน้อง ๆ ค่ะ

สิ่งที่น้อง ๆ ต้องการคืออ้อมกอดที่อบอุ่น ความรักจากคนในสังคม ให้เค้าได้มั่นใจว่ามีที่ยืนในสังคม ไม่เป็นที่รังเกียจ ทุกมือพร้อมที่จะโอบอุ้ม

น่าแปลกที่มูลนิธินี้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ส่วนใหญ่ที่เกาะสิเหร่แห่งนี้ คนจะรู้จักมูลนิธิบ้านเด็กตะวันฉายซะมากกว่า พูดถึงบ้านเพื่อชีวิต ทุกคนจะทำหน้างง ๆ ประมาณว่ามาผิดหรือเปล่า … ก้อยเองก็เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกค่ะ แต่ได้ยินมานานแล้วว่ามีบ้านสำหรับเด็ก ๆ ที่ติดเชื้อเอดส์ในภูเก็ต

เราอยู่ในสังคมเดียวกัน มีอะไรที่พอจะช่วยได้ก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ สำหรับเพื่อน ๆ ที่แวะเวียนมาเห็นบล็อคนี้ และอยากจะช่วยน้อง ๆ ตามกำลังที่มีก็อย่ารีรอนะคะ …ทำดีไม่ต้องอายค่ะ และบางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องทำด้วยเงินหรือข้าวของเสมอไป  ใช้หัวใจของเรานี่แหละค่ะ วันว่างก็แวะเวียนมาพูดคุย มาเล่านิทาน มาร้องเพลง มาสอนโยคะ เล่นเกมส์ สอนวาดรูป ฯลฯ หลากหลายการให้ที่ทุกคนสามารถทำได้ค่ะ ถ้ามีกำลังมากพอก็อาจจะเปลี่ยนการเลี้ยงวันเกิด เป็นการเลี้ยงน้อง ๆ ก็เป็นความคิดที่ดีค่reDSC_4374ะ 🙂

reDSC_4354


%d bloggers like this: