อุทยานโลกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว

22 01 2010

มาถึงแล้วนะ…อุทยานโลกไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว และพิพิธภัณฑ์สิรินธร ที่วัดสักกะวัน จังหวีดกาฬสินธุ์…ซึ่งในตอนแรกสถานที่แห่งนี้ไม่อยู่ในโปรแกรมของก้อยแลย แต่หลายคนบอกว่าไหน ๆ ก็ดั้นด้นมาถึงแหล่งเรียนรู้แล้ว ก็ไม่ควรปล่อยโอกาสให้ผ่านไป … และจากภาพที่เห็นก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ ถ้าไม่ได้แวะมาคงเสียดายแย่เลย เพราะด้านในพิพิธภัณฑ์มีเรื่องราวเกี่ยวกับโลกไดโนเสาร์ที่น่าสนใจมากมาย และก้อยก็เสียดายที่เวลาน้อยเกินไป ก้อยอยากดูให้มากกว่านี้…

ขนาดว่าดูแบบผ่าน ๆ ยังใช้เวลาตั้งเกือบ 2 ชั่วโมง นอกจากโลกไดโนเสาร์ที่น่าสนใจแล้ว ยังมีร้านขายของที่ระลึกที่น่าสนใจไม่แพ้กันค่ะ…

ไม่น่าเชื่อนะคะว่าในโลกนี้จะมีไดโนเสาร์จริง ๆ และคุณ ๆ ก็ทำมาหากินบนแผ่นดินไทยซะด้วย ไม่รู้ว่าจะนับย้อนหลังไปกี่ปีดี…

เข้าไปในพิพิธภัณฑ์แล้วคิดถึงเจ้าตัวเล็กที่บ้านจังเลย ถ้าน้องฟรอยด์กับน้องเฟรมมาด้วยคงจะชอบ … กลับไปเที่ยวนี้ ทั้ง 2 คน ได้ของฝากเป็นไดโนเสาร์เพียบเลย เพราะใคร ๆ ก็คิดถึงและเลือกซื้อไปฝาก

เราไปแวะที่พิพิธภัณฑ์แหล่งขุดค้นด้วยค่ะ ไปดูให้เห็นกับตาว่าเค้าขุดกันมายังไง เป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อนะคะว่าเคยมีไดโนเสาร์ทำมาหากินตรงนี้จริง ๆ





ตะลุยถิ่นไดโนเสาร์

22 01 2010

…ความจำชักจะเลือน ๆ แฮะ ผ่านไปจะ 2 เดือนแล้ว ก้อยยังไม่มีเวลาลงรูปเลย…

วันนี้นัดกัน 7 โมงเช้าค่ะ สายไปหน่อยสำหรับ สว. แต่เช้ามากไปสำหรับก้อย อิอิอิ ไม่เป็นไรค่ะ เจอกันครึ่งทาง … ล้อเริ่มหมุนค่ะ หลังจากถามความเห็นเรื่องอาหารเช้า ทุกคนบอกว่ายังไม่หิว ให้ไปหาเอาข้างหน้า…

ก็มองหาไปเรื่อยนะคะ นึกเอาเองว่าคงจะหาง่ายเหมือนที่ภูเก็ต .. ที่ไหนได้ ไม่มีร้านอาหารสักกะร้าน ขับไปเรื่อย ๆ จนมาจ๊ะเอ๋เอากับสวนไดโนเสาร์แบบไม่รู้ตัว…เพราะจุดหมายของวันนี้คือ อุทยานไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว แต่ไม่เป็นไรค่ะ ยังไปไม่ถึงอุทยาน แวะที่สวนก่อนก็ได้ นะคะ





วันที่สองของการเดินทางไกล

22 01 2010

วันที่สองของการเดินทาง หลังจากเสร็จภารกิจการชมบอลลูนยามเช้า และหาอะไรอร่อย ๆ รองท้องมื้อเช้ากันแล้ว เราก็พร้อมสำหรับการเดินทางต่อค่ะ

สว.ที่บ้านแอบพูดเข้าหูว่าอยากแวะฟาร์มโชคชัย จะกินสเต็ก..แต่ทริปนี้เวลาไม่เหมาะซะแล้ว เพราะเพิ่งทานมื้อเช้าไปหยก ๆ ไม่สามารถใส่อะไรลงไปได้อีกแล้ว แต่เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศการเดินทาง ก็เลยแวะชิม umm milk ซะหน่อย และก็หยิบ ๆ วาง ๆ ได้ของที่ระลึกมาอีกคนละชิ้นสองชิ้น ได้จับจ่ายแล้วรู้สึกว่าหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสกันเชียว….

ออกจากฟาร์มโชคชัยเราก็เดินทางกันต่อทันทีค่ะ เป้าหมายต่อไปคือวัดหลวงพ่อโตที่สีคิ้ว ซึ่งถ้าลำพังก้อยมาคนเดียวก็คงผ่านไปอย่าง่ายดาย แต่นี่เป็นคำสั่งว่าต้องแวะ…เพราะฉะนั้นก้อยก็เลยต้องแวะแบบพลาดไม่ได้ ถ้าพลาดมีเคืองแน่นอนค่ะ

เรามาถึงวัดก็ประมาณ 10 โมงครึ่งมังคะ และก็ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนจะมากันมากมายขนาดนั้น ก้อยเห็นแล้วอยากจะกลับทันทีทันใด … แต่ในความเป็นจริงคือต้องวนหาที่จอดรถ เพราะทุกคนเตรียมพร้อมที่จะลงไปปะปนกับฝูงชน … ชอบกันจริง ๆ เลยกับคนเยอะ ๆ …

วันนี้พระเอกคนดัง สรพงศ์ ชาตรี มาประจำการที่วัด พบปะญาติโยมด้วยค่ะ ทุกคนหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส ทำบุญกันอย่างมีความสุข

สงสัยคนที่หงุดหงิดเพราะอากาศร้อนและคนมากคงมีแต่ก้อยคนเดียว อิอิอิ เป็นฤดูหนาวที่อากาศร้อนมาก ๆ ๆ ๆ กว่าจะเดินดูโน่น นี่ นั่น ก็ใช้เวลาไปมากอยู่ เพราะอาณาบริเวณก็กว้างใช่เล่น

ออกจากวัดฯ เราก็ตรงเข้าโคราช เมืองย่าโมฯ ทุกคนเริ่มหิวกันแล้ว แต่ตกลงกันว่าจะไปหาของอร่อยกินที่บริเวณลานย่าโม เพราะฉะนั้นก็ต้องทนหิวนิดนึง…เพราะวันนี้มีงานที่ลานย่าโม กว่าจะหาที่จอดรถ กว่าจะฝ่าการจราจรไปถึงก็บ่ายโมงแล้ว..หิวกันสุด ๆ แต่ด้วยความที่เป็นวันหยุด และมีการจัดงาน ทำให้มีคนมามาก ทำให้บรรยากาศเป็นการแย่งกันกินแย่งกันเที่ยว ซึ่งก้อยไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แต่คนอื่น ๆ ไม่มีปัญหาค่ะ ทุกคนสนุกสนานกันดี

หลังจากทานมื้อเที่ยงอิ่มแล้ว เราก็ออกเดินทางต่อทันที เพราะวันนี้ยังต้องไปอีกไกล จุดหมายปลายทางคือเมืองน้ำดำ หรือกาฬสินธุ์ ค่ะ กว่าจะถึงก็ใกล้ค่ำเต็มที หลังจากหาที่พักเรียบร้อยแล้วก็ไปหาข้าวหาปลากินที่ตลาดโต้รุ่ง ก่อนจะแยกย้ายห้องใครห้องคนนั้น เพื่อพักผ่อนเอาแรงไว้ผจญกับวันพรุ่งนี้….





สีสัน + แสงสีตระการตา อยุธยา…งามล้ำ

16 12 2009

เดินทางกันต่อดีกว่านะคะ จุดหมายปลายทางอีกยาวไกลค่ะ ก้อยถึงที่พักที่อยุธยาประมาณ 6 โมงเย็น หลังจากล้างหน้าล้างตาพอให้สดชื่นแล้วก็ออกไปกินข้าวเคล้าบรรยากาศที่ร้านอาหารริมแม่น้ำ (จำชื่อร้านไม่ได้อ่ะ) และก็นั่งเรือชมความงามของวัดวาอารามต่าง ๆ ที่มีการเปิดไฟ แสงสีสวยงามตระการตามากค่ะ ที่พิเศษสุด ๆ คือ พลุเฉลิมพระเกียรติฯ ที่กระจายบนผืนฟ้า ที่มีฉากหลังสวยงามที่เรานั่งชมจากเรือกลางแม่น้ำ…เป็นอีก 1 ภาพประทับใจของทริปนี้ค่ะ

จากแสงสีตระการตาตอนกลางคืน ที่ทำให้หลับฝันดี เช้านี้เราก็ตั้งโปรแกรมตื่นแต่เช้ามืด เพื่อไปชมความตระการตาของบอลลูนนานาชาติ ที่วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว และภาพที่เห็นก็ไม่ทำให้ผิดหวังค่ะ สีสันละลานตาทั้งบนพื้นดินและบนท้องฟ้า และอากาศก็เย็นสบาย เก็บภาพมาเยอะเลย…





เพลิดเพลินกับเพลินวาน

15 12 2009

ช่วงวันหยุดวันพ่อต่อกับวันรัฐธรรมนูญ ก้อยลางานพาป๋ากับแม่ และอาอี๊กับอ้นไปเที่ยวอีสานมาค่ะ ทริปนี้ก้อยกับอ้นมีเวลาเตรียมตัวไม่มาก เพราะต่างคนต่างก็วุ่นกับงาน แผนการทั้งหมดมาลงตัวก่อนการเดินทางเพียง 1  วันค่ะ  แต่ สว. น่ะเตรียมพร้อมมาเป็นอาทิตย์แล้วล่ะค่ะ ทั้งด้านสุขภาพ และบรรดาข้าวของต่าง ๆ นานา ที่ก้อยก็ย้ำแล้วว่าอากาศไม่หนาวมากอย่างที่คิด ไม่ต้องเตรียมตัวหนาว แต่บางคนก็ยังแอบเอาเสื้อหนาวไปเยอะ และก็มาเสียใจในภายหลัง เพราะเสียพื้นที่กับกระเป๋าเดินทาง จนไม่ได้ซื้อของกันเลย อิอิอิ

งานนี้ฟอร์ดโฟกัสรับบทหนักมากค่ะ ปกติก้อยก็ใช้รถคนเดียว แต่งานนี้ผู้โดยสารรวม 5 คน และกระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับ 9 วัน…ลองนึกสภาพดูล่ะกันว่าจะซื้ออะไรได้อีก…สงสารทองม้วนสุด ๆ ค่ะ

วันแรกของการเดินทางจากภูเก็ต เราออกจากสะพานสารสินประมาณตี 5 แน่ะค่ะ เพราะจุดหมายปลายทางคือ อยุธยา ที่จองที่พักไว้เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่ระหว่างทางก็แวะเที่ยวที่เพลินวานตามแผนที่วางไว้ เพราะอยู่ในเส้นทาง…ไม่แวะได้ไง

เพลินวาน อยู่ที่ถนนเพชรเกษม ซอย 38 ใกล้เขตพระราชวังไกลกังวล ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ เปิดบริการทุกวัน 10.00 น. – 23.00 น. (ไม่เสียค่าเข้าชม) ก้อยมาถึงหัวหินก็บ่ายโมงแล้วล่ะค่ะ เป็นช่วงที่อากาศร้อนสุด ๆ แต่ก็มีเพื่อนร่วมชะตากรรมมากมาย ส่วนใหญ่จะมากันเป็นครอบครัวค่ะ เพราะเป็นวันพ่อ

บรรยากาศด้านในไม่ร้อนอย่างที่คิดค่ะ มีลมพัดผ่านให้ได้เย็นสบาย และมีบรรยากาศของวันวานให้หลายคนคิดถึงวันเก่า ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเข้ามาเดินชม มาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก มาระลึกถึงวันวานและเก็บไว้ในความทรงจำอีกครั้ง และที่ขาดไม่ได้คือ มาทานอาหารและขนมอร่อย ๆ ที่ก้อยเองก็อดไม่ได้ที่จะลองชิม ทั้ง ๆ ที่เพิ่งทานมื้อเที่ยงตะกี้เอง…





ฝากส่งผ้าห่ม

14 11 2009

นายดำเป็นชายโสด
อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งซึ่งห่างไกลความเจริญเป็นอย่างมาก

เมื่อคืนนายดำได้ฝันถึงปู่ของเขาที่เพิ่งเสียไป
ในฝันเห็นปู่แค่เพียงรางๆ แต่ได้ยินเสียงชัดเจนมาก

ปู่ของเขามาบอกเขาว่าหนาวมากอยากได้ผ้าห่มสักผืนจะได้หายหนาว แล้วก็หายวับไป

วันรุ่งขึ้นนายดำได้คิดถึงความฝันรู้สึกสงสารปู่ของเขาอย่างมาก
เขาได้เตรียมผ้าห่มไว้ 1 ผืน

แต่เกิดปัญหาเสียก่อนปัญหาคือเขาลืมถามปู่ไปว่า
จะส่งผ้าห่มให้ปู่ได้อย่างไรปู่ถึงจะได้รับและได้หายหนาวเสียที

คิดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แล้วเขาก็นึกได้ว่าปู่ของเขาเป็นคนดีตอนนี้น่าจะอยู่บนสวรรค์

คิดได้ดังนั้นเขาก็เข้าไปแต่งตัวและหยิบผ้าห่มออกจากบ้านเพื่อที่จะหาทางไปสวรรค์
ตลอดทั้งวันเขาเจอใครที่เดินผ่านมา หรือเดินผ่านบ้านใครเขาก็จะถามถึงทางไปสวรรค์
แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครให้คำตอบได้นายดำเดินมาตามทางอย่างคนสิ้นหวัง
นึกสงสารปู่จับใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้

แล้วเขาก็ได้หยุดเดินทางมานั่งอยู่หน้ากระท่อมหลังหนึ่ง
แล้วถอนหายใจอย่างคนปลงตก
แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงคุยกันดังออกมาจากในกระท่อมหลังนั้น

‘พี่ทนไม่ไหวแล้ว พี่จะพาน้องไปสวรรค์แล้วน่ะ’

‘เอาเลยจ๊ะพี่ น้องพร้อมแล้ว เราไปกันเลย’

นายดำได้ยินดังนั้นจึงรีบวิ่งไปถีบประตูกระท่อมทันทีและเอ่ยขึ้นเสียงดังว่า
‘เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งไป ฉันฝากผ้าห่มไปให้ปู่ฉันด้วย’

สองผัวเมียอ้าปากค้างในขณะที่นายดำได้บอกชื่อและนามสกุลปู่เสร็จสรรพ
และเอ่ย ขอบคุณก่อนออกมาจากกระท่อม และพูดกับตัวเองเบาๆว่า

‘มิน่าล่ะปู่กูถึงหนาวก็คนไปสวรรค์เขาแก้ผ้ากันไปทั้งนั้น’





การพนันกับหญิงชรา

14 11 2009

หญิงชรานางหนึ่งถือถุงใบเขื่องเดินเข้าไปในธนาคาร และกล่าวกับพนักงานที่เคาน์เตอร์ ว่าต้องการฝากเงินสามล้านบาทแต่ขอคุยกับผู้จัดการโดยตรง
พนักงานเห็นว่าหญิงชรามีเงินจำนวนมาก เลยพาไปห้องผู้จัดการ เมื่อไปถึงผู้จัดการเกิดความสงสัยว่าหญิงชราไปเอาเงินมาจากไหนเลยถามขึ้นว่า
ผู้จัดการ – คุณยายเอาเงินมาจากไหนมากมายครับ?
คุณยาย – ยายชนะพนันมาจ้ะ
ผู้จัดการ – ยายไปพนันอะไรมาเหรอครับ?
คุณยาย – ก็ไม่มีอะไรมากหรอกพ่อหนุ่ม….อยากรู้ใช่ไหม? เรามาลองพนันกันก็ได้สักแสนนึง เอาไหมล่ะ? ว่าก่อนเก้าโมงเช้าวันพรุ่งนี้ไข่ของพ่อหนุ่มจะกลายเป็นสี่เหลี่ยม
ผู้จัดการ – ฮ่าฮ่าฮ้า ล้อเล่นน่า จะพนันกันจริงๆเหรอ?
คุณยาย – จริงๆซิ ยายมีเงินไม่เห็นเหรอนี่ไงตั้งสามล้าน
คุณยายเปิดถุงเงินให้ผู้จัดการดู
ผู้จัดการเห็นว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่ไข่ของตนจะกลาย เป็นสี่เหลี่ยมเลยตอบตกลงรับคำท้าและนัดแนะกันว่าพรุ่งนี้เช้าเก้าโมงจ ะมาพบกันอีกที

ตลอดวันนั้นผู้จัดการไม่เป็นอันทำงานเฝ้าแต่คอยคลำไข่ตัวเองว่ายังกลมๆรีๆ อยู่เหมือนเดิมหรือเปล่า รุ่งเช้าตื่นขึ้นมาผู้จัดการก็ไม่ลืมที่จะตรวจสอบลูกน้อยทั้งสองใบว่ายังกลมอยู่เหมือนเดิมจริง ๆ เมื่อคลำดูแล้วก็ยังกลมๆดีอยู่ ผู้จัดการเลยรู้สึกกระหยิ่มใจว่าวันนี้รวยแน่

เวลาเก้าโมงตรงหญิงชรามาที่ธนาคารและตรงไปที่ห้องผู้จัดการทันทีพร้อมกับชายอีกคน
ผู้จัดการ – สวัสดีครับคุณยาย อ้าว…พาใครมาด้วยละนี่?
คุณยาย – อ๋อ…ทนายน่ะ ยายเห็นเงินพนันมันมากเลยพาทนายมาด้วย
ผู้จัดการ – ฮุฮุ…คุณยายผมเสียใจด้วยนะคุณยายแพ้พนันผมแล้วหละไข่ผมยังกลมอยู่เลยนี่ไง

ว่าแล้วผู้จัดการก็จัดแจงปลดกางเกงลงและเรียกให้หญิงชรามาตรวจสอบน้องชายได้

หญิงชราจึงเดินเข้าไปแล้วก็ลูบๆคลำๆไข่ผู้จัดการอยู่ สักพักแล้วพูดขึ้นว่า
คุณยาย – อืมมมม ยังกลมอยู่จริงๆ ยายยอมแพ้แล้ว
ขณะที่คุณยายกำลังคลำไข่ผู้จัดการอยู่นั้น…
ผู้จัดการเหลือบไปเห็นทนายที่มากับหญิงชรากำลังเอาหัวโขกกำแพงอย่างแรงติด ๆ กันหลายครั้ง เลยถามคุณยายว่า
ผู้จัดการ – ยายๆ ทนายของยายเขาเป็นอะไรเหรอ?
คุณยาย – อ๋อ… เขาแพ้พนันยายน่ะ
ยายบอกเขาว่า ภายในเที่ยงวันนี้ยายจะได้คลำไข่ผู้จัดการแบ็งค์ใน officeของผู้จัดการเองเลย
ทนายเขาไม่เชื่อ เราเลยพนันกันสองแสน….อิอิอิ………………

5 5 5 5
… กำไรเห็น ๆ …..





ไก่ทอดกับหลวงพ่อ

14 11 2009

หลังจากเฝ้าดูยอดขายที่ตกต่ำลงมา 3 เดือนของไก่ทอดเคนตั๊กกี้ ผู้พันแซนเดอร์ส (คนคิดสูตร KFC) ได้โทรศัพท์หาพระสันตปาปา เพื่อขอความช่วยเหลือ

พระสันตปาปากล่าวว่า “พ่อจะช่วยอะไรลูกได้บ้าง”

ผู้พันตอบ “ผมอยากให้คุณพ่อช่วยเปลี่ยนบทสวดประจำวันจาก ‘ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานขนมปังให้แก่เรา’ เป็น ‘ขอบคุณพระเจ้าที่ประทานไก่ทอดให้แก่เรา’ ถ้าหากคุณพ่อทำได้นะ ผมจะบริจาคให้วาติกัน 10 ล้านดอลลาร์”

พระสันตปาปาตอบ “พ่อเสียใจนะลูก นั่นเป็นบทสวดของพระผู้เป็นเจ้า พ่อเปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก”

หลังจากนั้นอีกเดือนหนึ่งยอดขาดก็ตกต่ำลงกว่าเก่าอีก ผู้พันเริ่มเครียดจึงโทรหาพระสันตปาปาอีกครั้ง

“ฟังนะครับคุณพ่อ ผมต้องการความช่วยเหลือของท่านมาก ผมจะบริจาค 50 ล้านดอลลาร์ถ้าท่านเปลี่ยน คาถาในบทสวดจาก ‘ขนมปัง’ เป็น ‘ไก่ทอด’ เท่านั้นเอง”

พระสันตปาปาตอบกลับมาว่า “ลูกเริ่มทำให้พ่อลังเลแล้วนะ ผู้พันแซนเดอร์ส โบสถ์สามารถใช้เงินที่ลูกบริจาคทำประโยชน์แก่สาธารณชนได้มากมาย แต่พ่อคงต้องขอยืนกราน นั่นเป็นบทสวดของพระผู้เป็นเจ้า พ่อคงเปลี่ยนแปลงไม่ได้”

ผู้พันแซนเดอร์สต้องผิดหวังกลับไปอีกครั้ง แต่เมื่อสองเดือนผ่านไป พร้อมกับยอดขายที่ย่ำแย่ถึงขีดสุด

“คุณพ่อครับ นี่เป็นคำขอร้องครั้งสุดท้าย ถ้าพ่อเปลี่ยนคำในบทสวดจาก ‘ขนมปัง’ เป็น ‘ไก่ทอด’ ผมจะบริจาคให้สำนักวาติกัน 100 ล้านดอลลาร์”

พระสันตปาปาตอบ “ขอเวลาพ่อคิดก่อนนะ แล้วพ่อจะติดต่อกลับไป”

วันต่อมาพระสันตปาปาเรียกประชุมบิชอปทั้งหมดในคณะและเริ่มแถลงว่า
“พ่อมีทั้งข่าวดีและข่าวร้ายนะ ข่าวดีคือ KFC กำลังจะบริจาคเงิน ให้สำนักวาติกันของเรา 100 ล้านดอลลาร์”

เหล่าบิชอปต่างพากันปลาบปลื้มกับข่าวดีนี้ บิชอปท่านหนึ่งจึงถามถึงข่าวร้ายบ้าง

พระสันตปาปาตอบ “ข่าวร้ายก็คือ เราคงต้องยกเลิกสัญญากับบริษัทขนมปังฟาร์มเฮาส์แล้วน่ะสิ”





สนุกสนานวันลอยกระทง

7 11 2009

ผ่านไปเรียบร้อยแล้วนะคะสำหรับงานลอยกระทง

ที่อื่น ๆ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สนุกสนานชื่นมื่นกันทุกคนรึป่าว… ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณทุกคนที่แวะมาเป็นกำลังใจและมาร่วมงานลอยกระทงที่สุโขสปา ภูเก็ต นะเจ้าคะ

กว่างานจะออกมาเป็นเรื่องเป็นราว ฝ่ายเตรียมงานก็เหน็ดเหนื่อยแทบจะขาดใจค่ะ จะโทษเทวดาฟ้าดินก็กระไรเลย…แต่มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะทีมงานจัดสถานที่เสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว กำลังจะแยกย้ายกันไปตระเตรียมตัวให้สวยงามเพื่อรับแขกที่จะมาในงานเวลา 18.30 น. แต่ฝนก็ตกลงมาก่อน 18.00 น. สัก 10 นาที ทุกคนก็เลยต้องวิ่งหาร่ม หาถุง ฯลฯ เพื่อมาปิด มาคลุม และบางส่วนก็ต้องยกออกไปเก็บในห้องก่อน และก็มองดูท้องฟ้า มองว่าฝนจะตกอีกนานมั้ยเนี่ย….

เฮ้อ…ลุ้นกันเหนื่อยใจจริง ๆ ค่ะ กว่าฝนจะหยุด และกว่างานจะเริ่ม แขกชุดแรกก็มาถึงงานแล้ว ก็ทุลักทุเลนิดหน่อย ต้องขออภัยด้วยนะคะ แต่หลังจากท้องฟ้าปลอดโปร่ง ทุกอย่างก็ไปได้สวยค่ะ ก้อยมีภาพมาฝากไม่มาก เพราะงานนี้ตากล้องมือฉมังไม่ค่อยกดสักเท่าไหร่

กระทง6

กระทงรูปแบบต่าง ๆ ที่ส่งเข้าประกวดชิงรางวัลเงินสด 1 พันบาท ค่ะ ฝีมือและไอเดีย เน้นอนุรักษ์ธรรมชาติล้วน ๆ ค่ะ กรรมการเห็นแล้วตัดสินใจยากมาก เพราะทุกกระทงสวยงามและบ่งบอกถึงความตั้งใจแบบสุด ๆ ไปเลย

 

กระทง1

กระทง3

กระทง4

อาหารในงานมีสารพัดทั้งคาวหวานค่ะ ที่เห็นในภาพคือขนมครกค่ะ กว่าจะหน้าตาดูดีรสชาติอร่อยลิ้น ผ่านการทดลอง การชิม มาหลายกระทะค่ะ อิอิอิ นอกจากขนมครกแล้วก็ยังมีขนมจีน ผัดไทย ส้มตำ ขนมหวาน ฯลฯ สำหรับขนมจีนต้องขอชื่นชมว่าทางครัวหรือจัดซื้อก็ไม่รู้นะ ช่างสรรหาผักเคียงมาเยอะมาก ๆ ๆ ๆ มีสารพัดผักเลยค่ะ เสียดายที่ไม่มีภาพมายืนยัน

กระทง5

หลังจากแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายอิ่มหนำสำราญแล้วก็ถึงคิวของสาวงามนั่งโจ๊ะกันอย่างหนุกหนานค่ะ แต่พอเห็นกล้องแล้วไม่มีหลบกันเลยนะเนี่ย….

จริง ๆ แล้วจะให้เห็นภาพชุดไทยที่สาว ๆ แต่งมาร่วมงานค่ะ ดูเป็นไทย ๆ และแต่งไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ เข้ากับบรรยากาศของงานลอยกระทงของไทยเราด้วยค่ะ

กระทง2

ลอยกระทงปีหน้า…อย่าลืมมาเจอกันที่สุโขสปา ภูเก็ต นะคะ

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับลมหนาวค่ะ





ลอยโคม ลอยประทีป

22 10 2009

loy

ไปลอยกระทงด้วยกันมั้ยคะ

ปีนี้ที่สุโขสปาจัดงานลอยกระทงเหมือนทุกปีที่ผ่านมาค่ะ ใครที่เคยมาเมื่อปีก่อน หรือปีก่อนโน้น และปีนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดี…แวะมาที่สุโขสปา ภูเก็ต ซีคะ คุณจะพบกับความสนุก และพกเอาความอิ่มเอมใจกลับไปนอนหลับฝันดีที่บ้านอีกหลายคืนเลยล่ะค่ะ…

การจัดงานที่สุโขสปาเราไม่เน้นความหรูหราฟุ่มเฟือย แต่เราเน้นความสนุกแบบพอเพียงค่ะ เราเนรมิตให้บริเวณสระน้ำกลายเป็นตลาดอาหารขนาดย่อม ๆ ที่พ่อค้าแม่ค้าหน้าตาสะสวยและยิ้มแย้มแจ่มใส แต่งกายสวยงาม พูดได้ว่าเราจะพาคุณย้อนยุคกลับไปในสมัยที่เมืองไทยยังมีแต่ความสงบ สามัคคี …ว่าเข้าไปนั่น

loy1

ก้อยนำภาพบรรยากาศของปีที่ผ่านมาที่เก็บภาพไว้มาให้ดูเป็นน้ำจิ้ม อิอิ เป็นแนวทางในการแต่งชุดไทยมาร่วมงานค่ะ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศที่เราเนรมิตไว้เพื่อคุณไงคะ งานนี้แต่งยีนส์มาหลงยุคแน่นอนค่ะ

ถ้าใครบอกว่าแต่งชุดไทยไม่เป็น ไม่มีปัญหาค่ะ เพียงคุณมีผ้าถุงหรือผ้าโจงกระเบน 1 ผืน ผ้าแถบ 1 ผืน มาถึงก่อนเวลางานสัก 1 ชั่วโมง สาว ๆ ที่สุโขจะเนรมิตให้คุณงดงามในชุดไทยได้อย่างใจปรารถนาเลยค่ะ แต่อย่าลืมเตรียมเฟอร์นิเจอร์ประกอบมาด้วยนะคะ ไม่งั้นไม่อลัง…นะคะ

loy2

เสร็จจากเรื่องความสวยความงาม ก็มาถึงเรื่องปากท้องกันบ้าง มางานลอยกระทงที่สุโขสปาไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารการกินนะคะ เราจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพสำหรับทุกคน ในราคาไม่แพงค่ะ ผัดไทยจานละ 30.-บาท หาทานได้ที่งานนี้ค่ะ ไม่อยากคุยเลยว่าเตรียมไว้พร้อมสรรพทั้งคาวหวาน และน้ำเมา อิอิ เลือกสรรได้ในแบบที่เป็นคุณ…ว่าไปนั่น

ยังค่ะยังไม่หมดนะคะสำหรับความพร้อมของงานที่เตรียมไว้ เรามีการแสดงบนเวที การละเล่นชิงโชค การประกวดกระทงสวยงามและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ไว้พร้อมสรรพ สำหรับคุณ ๆ ที่ต้องการทำกระทงด้วยตัวเอง งานนี้ไม่มีโฟมให้เห็นแน่นอนค่ะ

ที่เด็ดที่สุดคือการประกวดผู้ที่แต่งกายงาม โดยเราจะมีแมวมองคอยมองทุกคนที่มาร่วมงาน ใครที่แต่งกายได้สวยงามได้ใจกรรมการมากที่สุดจะได้รางวัลไปครองแน่นอนค่ะ…รู้อย่างนี้แล้ว พลาดไม่ได้นะคะ

 

 

 

loy3

สุดท้ายของท้ายที่สุด ไม่มีงานเลี้ยงใดที่ไม่เลิกลา…แต่งานนี้เราให้คุณเก็บความประทับใจไว้เป็นพลังสู้ต่อไปค่ะ นอกจากกระทงใบตองที่เราจัดเตรียมไว้ เรายังมีกระทงลอยฟ้า สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ และการลอยโคม เพิ่มสีสันให้กับท้องฟ้ายามค่ำคืน … บรรยายซะมากมาย ก็เพื่อให้ทุกคนเตรียมความพร้อม เพื่อมาสนุกกันให้เต็มที่ กับประเพณีที่งดงามของไทยเรา ร่วมขอขมาต่อพระแม่คงคา และตั้งจิตอธิษฐานทำแต่ความดี เพื่อเป็นบรรณาการแด่พระแม่คงคา

อย่าลืมมาเจอกันนะคะ