หลอดเลือดหัวใจตีบ

กันยายน 25, 2017

สวัสดีค่ะ ก้อยหายไปจากการเขียนเล่าเรื่องราวต่าง ๆ นานเหมือนกันนะเนี่ย จะมีใครคิดถึงบ้างมั้ยนะ ^__^

ตอนนี้ชีวิตวุ่นวายพอสมควรค่ะ หลังจากลาออกจากงานแล้วก้อยก็ทำวิจัยฝุ่น ใช้ทุนจนหมดแล้วค่ะ ใกล้จะกินเกลือเต็มที แถมตอนนี้ยังสนุกสนานกับการเข้า-ออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น ซึ่งเป็นเรื่องที่ก้อยจะมาเล่านี่แหละค่ะ…เผื่อจะมีประโยชน์กับใครบ้าง

ก่อนหน้านี้ป๋าจะบ่นให้ก้อยได้ยินเสมอเวลาเดินไปสวนว่าเจ็บหน้าอก ให้ก้อยเดินไปก่อน ไม่ต้องรอ ป๋าขอหยุดพักให้หายเจ็บก่อนแล้วจะตามไปเอง แรก ๆ ก้อยก็กลัวป๋าจะเป็นลมเลยเดินรอ แต่บ่อยครั้งก็ไม่ห่วงแล้วเพราะอาการเจ็บหน้าอกที่ว่านั้นเจ็บไม่กี่นาทีก็หาย ป๋าสามารถเดินได้ตามปกติ ซึ่งอาการแบบนี้ป๋าเล่าว่าเป็นบ่อยเวลาไปเดินออกกำลังกาย ป๋าต้องหยุดเดินสักพักเพื่อให้หายเจ็บแล้วค่อยเดินต่อ พวกเราก็จะเคยชินกับการบอกเล่าของป๋าจนไม่เอะใจอะไร…จนเมื่อปลายเดือนสิงหาคมนี่เองที่ป๋ามีอาการเจ็บหน้าอกทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ออกแรงทำอะไร และเจ็บนานจนต้องมาหาหมอที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งการมาหาหมอครั้งนี้เป็นการยื่นบัตรตามปกติ ซึ่งใช้เวลาในการรอคิวนานมาก นานจนหายเจ็บเลยค่ะ หลังจากได้พบคุณหมอแล้ว คุณหมอก็ส่งไปตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และนัดติดตามอาการอีกหนึ่งอาทิตย์

ถึงกำหนดนัดก้อยก็พาป๋าไปหาหมอตามนัด คุณหมอก็สอบถามอาการ และแจ้งการสันนิษฐานให้ทราบว่าน่าจะเกี่ยวเนื่องกับหัวใจ อาจจะตีบ หรือ เส้นเลือดตาย และคุณหมอจะถามทั้งสองครั้งว่าคนไข้สูบบุหรี่หรือไม่ ถ้าเคยสูบ ก่อนหน้านี้สูบมาก-น้อยแค่ไหน เลิกมานานหรือยัง และดื่มอัลกอฮอล์หรือไม่ (ป๋าเคยสูบบุหรี่ตอนหนุ่ม ๆ ค่ะ เลิกสูบมานานแล้ว ประมาณ 30 ปี ส่วนอัลกอฮอล์ไม่ดื่มค่ะ) และการจะทราบแนวทางการรักษาต่อไปคุณหมอนัดมาเดินสายพานอีกหนึ่งอาทิตย์ (ก่อนนัดคุณหมอก็สอบถามก่อนว่าคนไข้เดินไหวมั้ย / ป๋าก้อยอายุ 74 ปีค่ะ) และแจ้งว่าถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกอีกให้ไปที่ห้องฉุกเฉิน ไม่ต้องรอตามคิว

วันที่หมอนัดเป็นนัดช่วงบ่ายค่ะ แต่แม่โทรฯมาบอกว่าให้ก้อยมารับป๋าไปโรงพยาบาลตั้งแต่ 10 โมง เพราะป๋ามีอาการเจ็บหน้าอกอีก และเจ็บมานานแล้ว คราวนี้ก้อยพาป๋าส่งห้องฉุกเฉินค่ะ สรุปว่าคุณหมอให้ x-ray หน้าอก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และฉีดยาละลายลิ่มเลือดที่หน้าท้อง พร้อมทั้งให้นอนโรงพยาบาลค่ะ รอบนี้นอน 2 คืนค่ะ ก่อนที่คุณหมอจะอนุญาตให้กลับบ้าน พร้อมกับใบนัดของหมอด้านหัวใจโดยตรงให้เข้ามาทำ Echo อีกหนึ่งอาทิตย์หลังออกจากโรงพยาบาลค่ะ

ถึงกำหนดนัดก้อยก็พาป๋ามาพบคุณหมอตามนัดเพื่อทำ Echo หลังจากทำเสร็จเรียบร้อยแล้วคุณหมอก็เรียกมาฟังผล ซึ่งผลที่ได้คือเส้นเลือดหัวใจมีปัญหา แต่บอกไม่ได้ว่ามากหรือน้อย การจะไปต่อคือการฉีดสี ซึ่งคุณหมอก็แจ้งว่ามีความเสี่ยง แต่การไม่ทำเป็นความเสี่ยงมากกว่า เพราะเส้นเลือดหัวใจตีบเป็นเหมือนระเบิดเวลา ที่เราไม่สามารถรู้ได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอาการตอนไหน ซึ่งก้อยกับป๋าก็ตัดสินใจว่าจะทำการฉีดสี คุณหมอแจ้งด้วยว่าในการฉีดสีถ้าเจอเส้นเลือดตีบที่สามารถแก้ไขได้คุณหมอก็จะทำบอลลูนให้เลย และการรักษาทั้งหมดนี้เป็นการใช้สิทธิของบัตรทอง ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ แต่การฉีดสีถ้าจะให้เร็วคุณหมอจะส่งตัวไปทำที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-ภูเก็ต มีค่าใช้จ่ายค่าห้อง 2,700 บาท ถ้าทำที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ต้องรออีกประมาณ 1-2 เดือน ก้อยเลยตัดสินใจให้ทำที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-ภูเก็ต ซึ่งคุณหมอแจ้งว่าจะส่งตัวไปอาทิตย์หน้า…เร็วมากเลยค่ะ

ขั้นตอนก่อนการส่งตัวก็จะมีการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อ HIV และนัดมาฟังผลเลือดในวันที่นัดเจาะเลือด ตรวจ Echo และ X-ray ก่อนการส่งตัวไปฉีดสี 1 วัน สำหรับเอกสารการส่งตัวและข้อมูลของคนไข้ทางโรงพยาบาลจัดเตรียมให้เรียบร้อยค่ะ และให้ญาติคนไข้ถือไปโรงพยาบาลกรุงเทพ-ภูเก็ต ในวันที่เข้ารักษาตัวเลยค่ะ … วันรุ่งขึ้นก้อยก็พาป๋าไปโรงพยาบาลกรุงเทพ-ภูเก็ต เพื่อทำการฉีดสีค่ะ พร้อมกับใบส่งตัว เอกสารต่าง ๆ ของคนไข้ และห้ามลืมยาของคนไข้นะคะ (อันนี้สำคัญมากค่ะ เพราะป๋ามีทั้งยาเบาหวาน ยาความดัน และยาโรคหัวใจ) เกือบลืมแน่ะ…คนไข้ต้องงดน้ำ-อาหาร หลัง 7 โมงเช้าด้วยค่ะ

ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ-ภูเก็ต พยาบาลจะซักประวัติคนไข้ วัดความดัน และตรวจดูยาของคนไข้ คุณหมอที่ทำการรักษาจะดูแฟ้มของคนไข้ที่ส่งมาจากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต คุยกับคนไข้ สอบถามอาการ และแจ้งรายละเอียดให้ทราบว่าจะทำอะไรบ้าง ก่อนจะส่งตัวคนไข้ไปเตรียมความพร้อมค่ะ ขั้นตอนนี้พยาบาลจะเข้ามาทำความสะอาด โกนขน วัดความดัน ก่อนส่งเข้าห้องฉีดสี ซึ่งญาติจะต้องรอหน้าห้องอย่างน้อย 1 คน / เข้าใจว่าเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินค่ะ

รอประมาณหนึ่งชั่วโมง คุณหมอก็ออกมาบอกว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ผลการฉีดสีคือเส้นเลือดตีบทั้ง 3 เส้น และในวันนี้คุณหมอทำบอลลูนให้แล้ว 1 เส้น เป็นเส้นที่ตีบ 90% และน่าจะเป็นเส้นที่ทำให้มีอาการเจ็บ ส่วนอีก 2 เส้นคุณหมอนัดให้มาทำอีก 1 เดือนค่ะ เหตุผลที่คุณหมอไม่ทำให้ทั้ง 3 เส้น ทั้ง ๆ ที่อีก 2 เส้นก็ตีบมากกว่า 80% เพราะเกรงว่าไตจะมีปัญหาค่ะ…ออกจากห้องฉีดสี ป๋าก็ถูกส่งเข้าห้อง CCU 1 คืน วันรุ่งขึ้นก็กลับบ้านได้ค่ะ ^__^ หลังจากนี้ 1 อาทิตย์ มีนัดกับคุณหมอที่ดูแลคนไข้ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตค่ะ พร้อมทั้งส่งผลการรักษา(ฉีดสี) ให้ด้วยค่ะ

ฝากเป็นข้อมูลให้กับทุกคนที่กำลังมีอาการเจ็บหน้าอก อย่าเพิกเฉยนะคะ อย่าปล่อยให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ สู้ ๆ ค่ะ

Advertisements

บ้านไร่ ไออรุณ

กรกฎาคม 12, 2016
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ป้ายชื่อน่ารักจัง

ได้ยินแต่ชื่อมานานแล้ว วันนี้มีโอกาสมาถึงถิ่น…ขอแวะชมสักหน่อยนะคะ >__<

บ้านไร่ ไออรุณ ในยามบ่ายแก่ ๆ แดดจัดมากถึงมากที่สุด บรรยากาศไม่เป็นใจเลยค่ะ ร้อน ๆ อย่างนี้ขออยู่ในร่มดีกว่า ดูด้วยสายตาแบบคร่าว ๆ เฉพาะในโซนร้านอาหารและแปลงผักใกล้ ๆ ก็เห็นความตั้งใจของการจัดวางเพื่อการถ่ายรูปให้ออกมาสวยงาม มีความร่มรื่นพอสมควร เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปในส่วนของห้องพัก เพราะเราเป็นขาจร อิอิ ไม่ได้เป็นลูกค้าที่มาพัก เราก็ไม่ควรล้ำเส้นที่ทางรีสอร์ทวางไว้ ชิมิคะ

สำหรับลูกชาวสวนบ้าน ๆ อย่างก้อย ทึ่งกับการจัดการของคนในครอบครัวนี้มากค่ะ เป็นการลงแรงที่คุ้มค่ามาก ๆ นอกจากความคุ้มค่าของครอบครัวแล้ว ยังเป็นความคุ้มค่าที่สร้างกระแสรักบ้านเกิดด้วยค่ะ ❤

 

 

ไปแช่น้ำร้อนกันดีกว่า

กรกฎาคม 1, 2016

7337 มาถึงเมืองระนองทั้งทีก้อยไม่พลาดที่จะไปแช่น้ำร้อนค่ะ ขอแนะนำเลยนะคะ เป็นอะไรที่ดีต่อสุขภาพค่ะ จริง ๆ แล้วเค้าไม่แนะนำสำหรับคนที่ความดันต่ำนะคะ รวมถึงก้อยด้วยแหละ,,,ความดันไม่ทะลุหลักร้อยเลย อิอิ แต่ถ้าเรารู้ตัวเราเอง รู้ลิมิตตัวเอง ก็ไม่มีอันตรายค่ะ ก้อยเลือกที่จะลงแช่ในช่วงเช้าค่ะ อากาศกำลังดี เตรียมตัวมาให้พร้อมนะคะ กางเกงขาสั้น เสื้อยืดสีเข้ม หมวก ขวดน้ำประจำตัว และเตรียมชุดสำหรับเปลี่ยนก่อนกลับด้วยนะคะ การลงแช่น้ำร้อนจะได้สบาย ๆ และไม่ต้องโบะบอดี้ครีมมานะคะ ทำให้น้ำสกปรกเปล่า ๆ ค่ะ หน้าอาจจะลงกันแดดมาก็ได้ แต่หลังจากแช่ไปสักพักร่างกายก็จะขับเหงื่อตามรูขุมขนค่ะ หน้าจะแดงเป็นลูกตำลึงสุกเลยค่ะ และต้องขยันลุกไปอาบน้ำเย็นเป็นระยะนะคะ … ขอให้มีความสุขกับการแช่น้ำร้อนค่ะ  

ระนองก็มีทะเลนะ

พฤษภาคม 2, 2016

จังหวัดระนอง…รู้จักมานาน มาเที่ยวก็หลายครั้ง แต่ไม่เคยเที่ยวทะเลเลย ไม่นับการนั่งเรือไปเกาะสน (หรือเกาะสองอ่ะ ไม่แน่ใจว่าเกาะไหน) เมื่อหลายปีมาแล้ว … ส่วนใหญ่แล้วพูดถึงระนองก็จะคิดถึงน้ำพุร้อน และอาหารอร่อย ๆ พ่วงด้วยสวนกาแฟ และตอนนี้ก็ต้องเพิ่มบ้านไร่ไออรุณอีกด้วย อิอิ

แต่วันนี้ก้อยจะไปเที่ยวทะเลระนองก่อนค่ะ…ทริปนี้วัตถุประสงค์หลักคือทริปของคนตกปลา ตัวพ่วงคือบรรดาสุดที่รักของคนตกปลาค่ะ ก้อยกับป๋าและแม่เป็นตัวพ่วงค่ะ เราออกจากภูเก็ตประมาณ 5.30 น. คิดว่าขับเรื่อย ๆ เพราะเวลานัดคือ 10.30 น. ถึงก่อนเวลานัดแน่นอน ที่ไหนได้ 10.30 น. ก้อยเพิ่งถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาติแหลมสน หลังจากโทรฯสอบถามผู้ร่วมทริปก็ทราบว่ารถเอ๋มีปัญหา ยังอยู่ในตัวเมืองระนอง คงต้องรออีกนาน ส่วนคันอื่น ๆ ที่มาจากภูเก็ตก็กำลังทะยอยเข้าที่พัก ที่หาดบางเบน ซึ่งก้อยก็ตามมาติด ๆ และโชคดีที่ห้องว่างเราเลยสามารถเช็คอินน์เข้าห้องได้ทุกคน และก็รอว่าเมื่อไหร่เอ๋จะมาถึง…ทริปนี้สมาชิกรวม 11 คน กับน้องหมาอีก 1 ตัว ค่ะ

ประมาณเที่ยงเอ๋ก็มาถึง และเราก็พร้อมเดินทางไปท่าเรือ เรื่องเรือและอาหารติดต่อไว้เรียบร้อยแล้ว เกาะแรกที่เรือพาไปคือเกาะญี่ปุ่น ซึ่งอารมณ์ในตอนนั้นทุกคนหิวข้าวมาก เลยลงไปถ่ายรูปแค่นิดๆหน่อยๆ แล้วก็ตรงไปอ่าวเขาควาย – หมู่เกาะกำ เพื่อทานมื้อเที่ยงค่ะ เพราะคนเรือแนะนำว่าเป็นจุดที่เหมาะกับการทานข้าว มีที่นั่งพร้อม และมีห้องน้ำด้วย

เราใช้เวลาพักทานข้าวและพักผ่อนที่อ่าวเขาควายนานเลยค่ะ รู้สึกว่าอ่าวนี้เป็นของเรา เพราะคนอื่น ๆ ที่มาก่อน ทานข้าวเสร็จแล้ว และก็ออกเดินทางไปเกาะอื่นแล้ว แต่เรามาสายเลยกลายเป็นว่ามองไปทางไหนก็เห็นแต่พวกเดียวกัน อิอิ หลังจากเดินสำรวจรอบ ๆ แล้ว ก้อยก็มองเห็นจุดชมวิวอ่าวเขาควาย ที่เจี๊ยบบอกว่าต้องปีนขึ้นไปนะจี๊ ก้อยก็มองหาว่าอยู่ตรงไหน พอเจอแล้วก็หันซ้ายหันขวาเพื่อหาเหยื่อ อิอิ เจอแล้วค่ะ น้องเฟรมกับพ่อเบิ้มนี่แหละ ที่จะเป็นเพื่อนก้อยขึ้นไปจุดชมวิว

ระยะทางไม่ไกลค่ะ แต่เส้นทางนี่สุดยอดมาก ๆ ต้องใช้เชือกปีนขึ้นและลง ความชันประมาณ 90 องศา แรก ๆ เบื้มก็ยังหนุกหนาน แต่พอเห็นทางถึงกับถอดใจกันเลยทีเดียว แต่หลงตามกันมาถึงนี่แล้วเราไม่ยอมแพ้หรอกค่ะ ต้องไปกันให้สุดทาง…แม้ว่าจะเห็นอนาคตของการลงจากเขา เราก็ไม่หวั่น 555 … ภาพจากจุดชมวิวไม่ทำให้เราผิดหวังค่ะ ทริปนี้ขึ้นมาจุดชมวิว 4 คนค่ะ มีก้อย เบิ้ม เฟรม และ เอ๋ ที่ตามมาภายหลัง แต่ก็ลงพร้อม ๆ กัน หลังจากนั่งพักหายเหนื่อย

จุดสุดท้ายคือ เกาะค้างคาว ค่ะ จุดนี้ก้อยกับน้องเฟรมลงเล่นน้ำกันหนุกหนาน ป๋ากับแม่ และคนอื่น ๆ พอใจที่จะนั่งเล่นใต้ต้นไม้ และถ่ายรูป ส่วนสมาชิกตกปลาออกเรือไปลองหย่อนเบ็ดบริเวณใกล้ ๆ ก่อนจะวกกลับมารับกลับที่พักในตอนเย็น …

ไม่คิดมาก่อนว่าทะเลระนองจะสวย แม้จะไม่ว้าวเหมือนเกาะตาชัย ไม่ครึกครื้นเหมือนเกาะที่ภูเก็ต แต่ที่นี่กินขาดเรื่องความเป็นธรรมชาติ …. เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ จริง ๆ นะ

เที่ยวใกล้บ้าน…เสม็ดนางชี

พฤษภาคม 2, 2016
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ดวงอาทิตย์เริ่มเผยโฉม >__<

ช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังการเปิดตัวเป็นสถานที่ท่องเที่ยว = จุดชมวิว เสม็ดนางชี ก็เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ด้วยความสวยงามของท้องทะเลที่มีองค์ประกอบเป็นเกาะเล็กเกาะน้อยและเกาะใหญ่ รวมทั้งพระเอกตลอดกาลอย่างพระอาทิตย์ สวยงามแบบนี้แล้วจะพลาดได้ไงใช่มั้ยคะ

ก้อยไปเสม็ดนางชี 2 ครั้ง ในเดือนเดียวกัน ครั้งแรก 7 เม.ย. 59 ไปกับน้องต้น ไปแค่ชั้นแรก เพราะชั้นสองมีการถ่ายละครครึ่งวันเช้าเราเลยขึ้นไปไม่ได้ ครั้งที่สอง วันที่ 14 เม.ย. 59 ไปกับครอบครัว กลุ่ม สว. ไปชั้นแรก เพราะเดินไม่ไหว ส่วนก้อย อ้น เตี่ยวดำ และอี๋เจี้ยม เราไปดูความงามของชั้นสองกันค่ะ

ถ้าถามว่าจุดไหนสวยกว่ากัน ก้อยก็ต้องยกให้ชั้นสอง เพราะมองเห็นได้มุมกว้างกว่า แต่ชั้นแรกก็งามไม่แพ้กันค่ะ

SONY DSC

แสงทองเริ่มจับท้องฟ้า

20160407-DSC_0228 S__3547292

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ครั้งแรกที่เห็นก้อยก็อึ้งนะ แม้ว่าจะดูรูปที่เพื่อนๆถ่ายมามากมาย แต่พอมาเห็นกับตาตัวเองก็ยังอึ้งกับความงามของธรรมชาติ ยิ่งเป็นตอนที่พระอาทิตย์เริ่มโผล่พ้นน้ำ ใช้เวลาไม่นานค่ะ แต่คนดูอย่างก้อยนี่รู้สึกเลยว่าโลกช่างมหัศจรรย์สุด ๆ อยากกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ – สำรวจโลก ขึ้นมาทันที…ก้อยไปในวันธรรมดาคนไม่มาก ช่วงเวลานั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ นั่งเงียบ ๆ ไม่วุ่นวาย ไม่รู้จะบรรยายยังไงให้รู้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สงบ งาม ที่สุดค่ะ

ส่วนครั้งที่ 2 วันที่ 14 เม.ย. ไม่บอกก็คงทราบนะคะว่าคนมากมายแค่ไหน ความสวยงามเหมือนเดิมค่ะ แต่บรรยากาศนี่คนละเรื่องเลยจริง ๆ อิอิ 3 รูปข้างล่างถ่ายจากจุดชมวิวชั้นสองค่ะ … ไม่ต่างจากชั้นแรกเลย

การเดินทางจากภูเก็ตง่ายมาก ๆ ใช้เส้นทางหลักภูเก็ต – พังงา เห็นป้ายบ้านท่าอยู่แล้วก็สังเกตเจอสะพานข้ามถนนสะพานแรกชิดขวาเพื่อยูเทิร์นค่ะ ขับมาถึงบริเวณสะพานอีกครั้งชิดซ้ายมีป้ายบอกทางเข้าชัดเจนค่ะ ด้านหน้าทางเข้าเป็นร้านขายของชำค่ะ เข้าไปอีก 13 กม. ที่จอดรถพร้อม ห้องน้ำพร้อม ค่าเข้าคนละ 30.-บาทค่ะ 🙂

เสม็ดนางชี_4379 เสม็ดนางชี_5732 เสม็ดนางชี_8587

 

 

ตัดสินใจว่างงาน

เมษายน 18, 2016

ว่างงาน…เป็นสถานภาพที่ไม่มีความมั่นคง ดังนั้น การจะเป็นคนว่างงานต้องผ่านการคิดการตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบแล้ว…สำหรับก้อยคำตอบคือไม่ใช่ค่ะ

อาวววว…แล้วทำไมต้องลาออกด้วย… นั่นสิ ตอบยากเนอะ ก้อยเป็นคนที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลเรื่อยเลย

มีหลายคนตั้งคำถามว่าออกทำไม แล้วจะทำอะไรต่อ … ด้วยความเคารพค่ะ เหตุผลอย่างที่บอกกับหลาย ๆ คน ว่าก้อยเบื่อ และยังไม่ได้คิดว่าจะทำอะไร แต่สำหรับคนที่ถามลึกลงไปอีกคงจะได้คำตอบไปแล้วว่าเบื่ออะไรบ้าง แต่คนใกล้ตัวนี่ไม่ต้องถามอะไรมากเลย แค่มองตาก็เข้าใจ อิอิ

เรื่องบางเรื่องมันไม่ใช่ว่าถูกหรือผิด แต่เรารู้ถึงเจตนา แค่นี้ก็มากพอแล้ว สิ่งที่ก้อยรับไม่ได้มาก ๆ คือการไม่รักษาคำพูด ไม่รับผิดชอบกับคำพูด การพูดจากขาวเป็นดำแล้วมีคนเชื่อสำหรับก้อยไม่ใช่คนเก่ง ถ้าต้องอยู่ร่วมกับคนประเภทนี้นาน ๆ ก้อยกลัวใจตัวเองค่ะ เพราะก้อยเป็นคนธรรมดาทำอะไรก็ถูกบ้างผิดบ้าง อาจพลั้งเผลอทำอะไรที่เกินจะให้อภัยได้

การทำงานกับคนเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง แต่การทำงานกับคนที่ไม่ถูกจริตกับเรามาก ๆ ๆ ๆ ๆ มันบั่นทอนจิตใจนะคะ และเมื่อมาถึงจุด ๆ หนึ่งมันก็ไม่เหลืออะไรให้ต้องคิดอีกแล้ว คนอีกประเภทที่น่าเบื่อมาก ๆ คือคนที่ไม่เข้าใจคำว่าเกรงใจ คนที่มองและตัดสินในมุมของตัวเองโดยไม่ถาม เจอมาเยอะค่ะในฐานะลูกจ้างคนนึง เป็นเรื่องปกติของการทำงานที่เราต้องเจอค่ะ บางครั้งก้อยก็เบื่อตัวเองนะที่รับฟังและเข้าใจมากเกินไป แบบว่าแค่เริ่มพูดก้อยก็รู้แล้วว่าตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร ไม่ใช่ว่าเก่งนะ แต่รูปแบบของเหตุการณ์มันเกิดขึ้นซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เมื่อเจอกับตัวเองก้อยก็แค่มองดูความเป็นไป แค่นั้นเอง

แต่…มิตรภาพดี ๆ ในที่ทำงานก็มีเยอะนะคะ ออกมาแล้วก็ยังคิดถึง ❤

ตอนนี้ก้อยก็ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย…นอกจากทำความสะอาดบ้าน เพราะ 10 ปีที่่ผ่านมาชีวิตมีแต่งานกับเที่ยว ไม่ได้ให้เวลากับการดูแลบ้านเลย ตอนนี้นอกจากเที่ยวช่วงสงกรานต์แล้วก้อยก็ให้เวลากับการทำความสะอาดบ้าน และเคลียร์เรื่องต่าง ๆ ที่ตั้งใจเขียนในบล็อคไว้เป็นบันทึกของตัวเอง เพื่อเตือนความทรงจำ รวมถึงเรื่องการตัดสินใจว่างงานด้วย คงรออีกสักพัก เพื่อให้มีความพร้อมมากกว่านี้ ก่อนจะเริ่มงานใหม่ ตอนนี้ขอพักยาว ๆ ค่ะ

ใครที่กำลังเบื่องานเหมือนก้อยคิดให้มาก ๆ นะคะ การว่างงานไม่ใช่เรื่องสนุกค่ะ โดยเฉพาะว่างงานในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ร้อนมาก ๆ ๆ ๆ จะเปิดแอร์ก็เสียดายค่าไฟ อิอิ … ขอให้มีความสุขกับการทำงานนะคะ

เพื่อนวัยใส

เมษายน 18, 2016

S__3547435

ก้อยเป็นลูกพระบิดา มอ.ปัตตานี ค่ะ รหัส 31 (อ่านมาถึงตรงนี้ก็รู้เลยว่าอายุเท่าไหร่ อิอิ) จบจากคณะมนุษยศาสตร์ เอกพัฒนาสังคม โทรัฐศาสตร์ กิจกรรมที่สนใจมากคือการออกค่ายของชมรมอาสาฯ และกิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมืองใน มอ. เน้นเฮฮาปาร์ตี้มากกว่าวิชาการ เพื่อนก็มีหลายกลุ่มค่ะ แล้วแต่ช่วงเวลาว่าสนใจเรื่องอะไรมากกว่ากัน แต่กลุ่มที่ไม่สนใจไม่ได้เลยคือกลุ่มเพื่อนเอกค่ะ >__<

เรามีกัน 17 คน ในวันจบการศึกษา ไข่ต้มของกลุ่มคือศักดิ์ ที่เหลือคือดาว…อิอิ ก้อยจำเพื่อนได้ครบทุกคนมั้ยนะ อีก 16 คนมี น้อง , แข , นิด , เชอรี่ , เอื้อย , หญิง , อี๊ด , แด้ , จี , แหม่มตุ่น , แหม่มยาว , ส้ม , ปุ๊ก , เขียว , กบ และ ก้อย

ช็อตเด็ดของวิชาเอกพัฒนาสังคมคือการอยู่ร่วมกับชาวบ้าน และพวกเราก็ถูกส่งตัวไปที่บ้านทุ่งยางแดง ที่ซึ่งสอนให้เรารู้จักการประนีประนอม การให้อภัย และการใช้ชีวิตในชุมชนจริง ๆ ว่าต้องเจอกับอะไรบ้าง ทุกอย่างคือของจริง ไม่มีบท เจ็บก็เจ็บจริง ร้องไห้ก็น้ำตาไหลจริง ๆ ปัญหาที่เจอคือของจริง … ก้อยโชคดีที่มีเพื่อนดี ช่วยให้ผ่านบทเรียนนี้ บทหนักที่สุดคือบทเข้าครัวค่ะ

วันนี้เราโชคดีที่ได้เจอกันอีกครั้ง บางคนก้อยไม่ได้เจอเลยมากกว่า 20 ปี แน่ะ แต่เสียดายที่มากันแค่ 8 คน หวังว่านัดครั้งต่อไปจะเพิ่มจำนวนมากขึ้นนะเพื่อน ๆ มาเจอเพื่ออัปเดตชีวิตให้เพื่อน ๆ ได้รับรู้บ้าง เรามีคนที่พร้อมเจาะลึกทุกประเด็นลับค่ะ … ก่อนเจอกันก้อยก็แอบหวั่น ๆ อยู่นิด ๆ ว่าเราจะคุยกันเรื่องอะไร ห่างกันไปตั้งยี่สิบกว่าปี แต่พอได้เจอหน้ากัน มันคุยกันทุกเรื่องอ่ะ ไม่มีลำดับเหตุการณ์หน้า-หลัง จากเรื่องนี้ข้ามไปเรื่องโน้น เราล้วนมีประสบการณ์ร่วมกัน พอเป็นเรื่องของเพื่อนเราก็พร้อมที่จะมีส่วนร่วม (คล้าย ๆ ส.ใส่รองเท้านั่นแหละค่ะ) และคอยเลี่ยงประเด็นไม่ให้เข้าตัวมากนัก อิอิ และเราก็พร้อมที่จะร่วมพูดถึงเพื่อนคนที่ไม่ได้มาให้สะดุ้งเล่น ๆ ด้วยความคิดถึงอย่างสุดซึ้ง

ทริปนี้ก้อยไม่สนใจเลยว่าเพื่อนจะพาไปเที่ยวไหนบ้าง ใจจรดใจจ่อแค่อยากเจอเพื่อนแค่นั้นเอง คนที่มาไกลคือก้อยกับแด้ จากภูเก็ตทั้งคู่ ส่วนคนอื่น ๆ อยู่ในกรุงเทพฯ งานนี้เอื้อยเป็นคนจัดการทั้งหมด ไม่ว่าจะจองรถ จองที่พัก วางแผนเที่ยว หาร้านกิน และดูแลการจ่ายเงิน เพื่อน ๆ แทบไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากกิน เที่ยว ถ่ายรูป และ หัวเราะ ๆ ๆ ๆ ๆ

มาถึงวันนี้ชั้นอยากบอกนะว่าดีใจที่ได้เจอหน้าพวกแกอีกครั้ง และก็อยากเจอกันอีกเรื่อย ๆ การมาเที่ยวเขาใหญ่ด้วยกันเป็นแค่กิจกรรมเสริมที่ช่วยให้ชีวิตมีสีสัน การกินก็เป็นแค่กิจกรรมเพิ่มรอบเอว แต่การเม้าท์มอยนี่สิเป็นกิจกรรมกระชากวัยจริง ๆ …. ชั้นไม่ได้นั่งขำหรือหัวเราะกับเรื่องไร้สาระแบบนี้มานานมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ไม่มีใครยอมใครกันเลยนะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

กับน้องนนท์ สุดหล่อของแม่นิด

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

อี๊ด…สาวเท่ห์

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นิด…แม่หมูดำที่มากมายอารมณ์ขัน

S__3547436 S__3547434 S__3547433 S__3547430

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

รอเพื่อน ๆ มาเพิ่มนะ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เอื้อย…คนช่างฝัน และเป็นแม่งานในครั้งนี้

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

แด้ , เชอรี่ , หญิง , นิด และน้องนนท์

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

อี๊ด , กบ , แด้ , เชอรี่ และ หญิง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หญิง , เอื้อย , นิด , เชอรี่ , แด้ และ ก้อย

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

นิด , แด้ , เอื้อย และ เชอรี่

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ช่วงเวลาแห่งความสุขและเสียงหัวเราะ

ทุ่งสีทอง…ปอเทือง

เมษายน 16, 2016

ว้าวๆๆๆๆ ทุ่งปอเทืองกำลังออกดอกเต็มนาเลยค่ะ … แวะสิคะรออะไร

เราผ่านมาแปลงหรือสองแปลงแล้วล่ะ ก็แปลกใจนะคะว่าเค้าจอดรถทำอะไรกัน พอดูชัด ๆ … ทุ่งปอเทืองนี่เอง เวลาบานพร้อมกันทั้งทุ่งแบบนี้สวยมาก ๆ ค่ะ เจอแบบนี้ ร้อนแค่ไหนก็ไม่หวั่น

มีคนจอดรถเดินมาถามก้อยด้วยนะว่าต้นอะไรครับ…ตอบสิคะ มั่นใจค่ะ … ปอเทืองค่ะ

คงมั่นใจมากไปหน่อย เค้าเลยถามต่อ ปลูกทำไมครับ เห็นปลูกกันเยอะเลย … เอ..ชักลังเลแฮะ จะตอบไงดี ร้อนก็ร้อน ไม่อยากคุยนานอ่ะ ร่มก็ไม่มี … ง่ายๆ ล่ะกัน เค้าปลูกเพื่อทำปุ๋ยพืชสดค่ะ หลังจากออกดอกแบบนี้แล้วเจ้าของก็จะไถกลบต้นปอเทือง เพื่อย่อยสลายเป็นปุ๋ย ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์ของดินดีมาก ๆ ๆ ค่ะ …ขอตัวก่อนนะคะ ^__^

เดอะ หลุยส์ คอฟฟี่

เมษายน 16, 2016

S__3547192

อึ้งค่ะ…ป้าอึ้งจริง ๆ มาเจอร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยน้องหมี >__<

หลังจากเสร็จภารกิจน้องหมอก เราก็เช็คเอ้าท์เตรียมกลับกรุงเทพฯ ก้อยก็กลับไปทำงาน เง้อ ๆ

เจี๊ยบเค้ามีร้านในใจที่จะแวะแล้วล่ะ ร้านนี้ไง…เดอะ หลุยส์ …บอกตรง ๆ ว่าฟังจากคำบอกเล่าก้อยก็นึกภาพไม่ออกหรอกนะ ก่อนมาก็ไม่ได้ทำการบ้านอะไรมาเลย มาเจอของจริงนี่อึ้งไปเลย

ร้านร้อน ๆ โล่ง ๆ มีแต่ตุ๊กตาหมี และวิวที่สวย และก็คนที่เยอะมากค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะมาถ่ายรูปกับตุ๊กตาหมี เค้าเก็บค่าเข้าด้วยนะคะ คนละ 30.-บาท โดยสามารถนำไปแลกเครื่องดื่มได้ค่ะ (จำรายละเอียดไม่ได้แล้วอ่ะ ผ่านมา 2-3 เดือนเอง อิอิ)

ตอนแรกก็ว่าจะไม่สนใจแล้วนะเรื่องถ่ายรูป เพราะทริปนี้ถ่ายรูปเยอะมาก เรียกว่าถ่ายจนเบื่อไปเลยอ่ะ แต่..ไหนๆก็ไหนๆเนอะ มาถึงแล้วก็ถ่ายสักหน่อย เพราะก้อยคงไม่ได้มาบ่อย ๆ อิอิ

ทะเลหมอก @ ร่มการเวก

เมษายน 16, 2016
SONY DSC

ทะเลหมอกมาถึงหน้าบ้านเลย >__<

เจี๊ยบบอกว่า…เจี๊ยบจองหลังที่วิวสวยที่สุดนะจี๊

ก้อยก็ไม่ได้สนใจอะไร และก็ยิ่งไม่คาดหวังด้วยว่าจะมีหมอก เพราะก่อนเข้านอนได้มีการพูดคุยสอบถามกันแล้ว สรุปว่าโอกาสที่จะเจอหมอกน้อยมากจนถึงมากที่สุด ก้อยเลยเข้านอนอย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องลุกมาดูหมอกตอนเช้าตรู่

แล้วนี่มันคืออะไร…ลุกขึ้นคว้ากล้องเกือบไม่ทันเลยค่ะ หน้าตาไม่ต้องสนใจแล้ว ขอฟินกับภาพตรงหน้าก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากัน ก้อยมีความสุขมากกับการนั่งมองหมอกย้ายไปทางโน้นแล้วก็ย้ายมาทางนี้ตามกระแสลม แล้วก็ลุ้นว่าจะมามากแค่ไหน … เจี๊ยบกับเอ๋ออกไปเก็บภาพที่สะพานข้างนอก แต่ก้อยขออยู่โยงที่นี่แหละค่ะ นั่งนิ่ง ๆ แบบนี้ก็สุขเกินพอแล้ว


%d bloggers like this: